คนไทยแห่เที่ยว ญี่ปุ่น พุ่ง-ยอดรูดบัตรเครดิตกระฉูดสวนทางเศรษฐกิจซบ
สถิติเผยคนไทยไป ญี่ปุ่น ซ้ำสูงสุดในอาเซียน-ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตพุ่ง 25% กลุ่มรายได้สูง "Ultimate" ดันยอดรูด “เคทีซี” โต 60% ชูร้านขายยา-สนามบิน-ห้างฯ คือจุดเช็คอินอันดับหนึ่ง เจาะลึกเทรนด์ใหม่คนไทยไม่พกเงินสด-มุ่งหน้าเมืองรอง-เช่ารถขับเอง-เน้นทำกิจกรรมมากกว่าแค่ดูวิว
22 มิถุนายน 2569 - นายธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะทรงตัว แต่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC JCB กลับมีการเติบโตที่สูงอย่างชัดเจน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มียอดการใช้จ่ายเติบโตขึ้นถึง 25% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการวางกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป หรือกลุ่มบัตร Ultimate ที่มียอดการใช้จ่ายเติบโตพุ่งสูงถึง 60%, ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยอดใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ของยอดใช้จ่ายต่างประเทศทั้งหมดผ่านบัตร KTC JCB
ในด้านสถิติการท่องเที่ยว นายฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ ให้ข้อมูลว่า ในรอบปีที่ผ่านมามีคนไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นประมาณ 1,230,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสูงถึง 95%, สิ่งที่น่าสนใจคือประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวไปญี่ปุ่นสูงเกิน 1 ล้านคนต่อปี และมีสัดส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำ (Repeaters) สูงถึง 70%
นายธศพงษ์ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงกลยุทธ์การทำตลาดว่า "เราเน้นเรื่องร้านอาหารเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าถ้าลูกค้าใช้บัตรจ่ายค่าอาหารจนเป็นความคุ้นชิน บัตรใบนั้นจะกลายเป็น Default Card หรือบัตรหลักที่ลูกค้าจะหยิบมาใช้จ่ายในหมวดอื่นโดยอัตโนมัติ" ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมในประเทศไทยที่ยอดการใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตขึ้น 30% ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าความนิยมในไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นได้ขยายตัวจากการเดินทางท่องเที่ยวมาสู่การใช้ชีวิตประจำวันในไทยผ่านการกิน การช้อปปิ้งออนไลน์ และบริการส่งอาหาร
เมื่อวิเคราะห์หมวดการใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น พบว่าพฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนจากการพกเงินสดมาเป็นการใช้บัตรเครดิตมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยอันดับหนึ่งที่คนไทยนิยมไปรูดบัตรมากที่สุดคือ ร้านขายยาและร้านค้าปลีกรายย่อย (เช่น ร้านดองกี้ และตึกม่วง Takeya) ตามมาด้วยร้านค้าในสนามบิน (Duty Free) การซื้อสินค้าแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และสินค้าทั่วไป, โดยยอดการใช้จ่ายต่อบัตรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 94,000 เยน และมีความถี่ในการใช้งานเฉลี่ย 8 รายการต่อทริป
สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างการใช้บัตรเครดิตกับบัตรแลกเงินล่วงหน้า (Travel Card)ทางผู้บริหาร KTC ระบุว่า แม้บัตรแลกเงินจะเน้นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน แต่บัตรเครดิต JCB จะให้ความคุ้มค่ามากกว่าในแง่ของส่วนลดเพิ่มเติมที่หน้างานตามร้านค้าต่างๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่หาไม่ได้จากบัตรประเภทอื่น, ปัจจุบัน KTC มีฐานสมาชิกบัตร JCB ประมาณ 400,000 ใบ และสามารถออกบัตรใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกได้เกินเป้าหมายที่ 50,000 ใบ จากเป้าหมายรวมทั้งปีที่ 100,000 ใบ
ทางด้านเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ พบว่า นักท่องเที่ยวไทยมีความคุ้นเคยกับประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นจนนำไปสู่พฤติกรรมใหม่ๆ เช่น :
- การมุ่งหน้าสู่เมืองรอง : คนไทยประมาณ 40% เลือกพักค้างคืนในพื้นที่นอกเมืองหลัก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน,
- การเช่ารถขับเอง : มีความนิยมในการเช่ารถขับเที่ยวเองเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเทรนด์การใช้รถแคมป์ปิ้ง (Camper Van) ที่ได้รับความสนใจมากในโซเชียลมีเดีย,
- การเปลี่ยนจาก "ดูวิว" เป็น "ทำกิจกรรม" : นักท่องเที่ยวเริ่มสนใจกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น การเล่นสกีจริงจังถึงขั้นซื้ออุปกรณ์เอง การขับสโนว์โมบิล หรือการร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมชาเขียวและมัทฉะ
นายยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแนวคิดการทำงานผ่านแบรนด์เมสเซจใหม่ที่เรียกว่า "JCB SAY ให้ (HAI)" โดยระบุว่าคำว่า "ให้" ในภาษาไทยหมายถึงการมอบสิ่งดีๆ ส่วนคำว่า "Hi" ในภาษาอังกฤษคือการทักทายที่ใกล้ชิด และคำว่า "Hai" (ไฮ่) ในภาษาญี่ปุ่นคือการตอบรับและรับฟังลูกค้าด้วยความจริงใจ, เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างการใช้ชีวิตในไทยและการเดินทางไปญี่ปุ่นให้ไร้รอยต่อที่สุด
ทั้งนี้ จากข้อมูลความต้องการเดินทางที่ยังคงสูงต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย แต่กลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ยอดธุรกิจบัตรเครดิตในหมวดนี้เติบโตเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้