จับตาประชุม "กรอ." นัดแรก นายกฯ นั่งปธ.ลุยแก้อุปสรรคเศรษฐกิจ
รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจเต็มสูบ เตรียมเปิดฉากประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดแรก โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน มุ่งสานต่อนโยบายร่วมมือกับบิ๊กธุรกิจ เดินหน้าปูพรมแก้กฎหมาย ปรับโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
เปิดโครงสร้าง "กรอ. ยุคใหม่" บูรณาการขุนพลเศรษฐกิจ-กลุ่มเจ้าสัว
การจัดตั้ง กรอ. ชุดนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลในการดึงภาคเอกชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนประกอบไปด้วย
- ประธานกรรมการ: นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย
- รองประธานกรรมการ: นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
- กรรมการภาคการเมืองและราชการ: รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง (คลัง, อว., เกษตรฯ, คมนาคม, ดีอีเอส, พลังงาน, พาณิชย์, มหาดไทย, อุตสาหกรรม) พร้อมด้วยเลขาฯ กฤษฎีกา, เลขาฯ ก.พ.ร., เลขาฯ บีโอไอ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
- กรรมการภาคการเงินและเอกชน: ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ประธานสภาหอการค้าฯ, ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ (สอท.), ประธานสมาคมธนาคารไทย และประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย
- ฝ่ายเลขานุการ: เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ
กางแผนโรดแมป 4 ด้านหลัก มุ่งปรับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า หน้าที่และอำนาจของ กรอ. จะมุ่งเน้นการพิจารณาเสนอแนะแนวทางต่อ ครม. เพื่อตัดวงจรอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน โดยในระยะต่อไปจะมีการตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลัก ที่คาดว่าจะเห็นผลที่ชัดเจนภายใน 3-4 ปี ได้แก่
1.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน: มุ่งเน้นการปฏิรูปด้านพลังงานที่ประเทศไทยยังพึ่งพาอยู่สูง รวมถึงด้านเทคโนโลยี
2.ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน: ผลักดันให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืน
3.ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ: ปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อภาคเอกชน
4.ด้านแรงงานและกำลังคน: พัฒนาทักษะแรงงานให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่
เตรียมเปิดตัว "Thailand Fast Pass" รัฐบาลเตรียมแถลงความสำเร็จในการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมีการเปิดตัวโครงการ "Thailand Fast Pass" อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นี้
ทบทวน "กฎหมายลูก" 7,600 ฉบับใน 2 เดือน
ทางด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงวาระสำคัญในที่ประชุม กรอ. ว่าจะมีการยกเครื่องปรับปรุงข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดยจับมือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
เป้าหมายสำคัญคือการตรวจสอบและทบทวน "กฎหมายลำดับรอง" หรือกฎกระทรวงต่างๆ ที่มีมากกว่า 7,600 ฉบับ ซึ่งล่าสุดได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างรัฐและ กกร. แล้ว โดยตั้งเป้ากรอบระยะเวลาทำงานไว้ที่ 2 เดือน เพื่อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งหมด ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุม กรอ. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติและบังคับใช้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ ชูไทยเป็นประตูเชื่อมรัสเซียสู่อาเซียน พร้อมผลักดันการค้า-ลงทุน
- เปิดภารกิจนายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ผลักดันความร่วมมือด้านพลังงาน อาหาร
- ไทย–เวียดนาม สานต่อผลสำเร็จ ต่อยอดวิสัยทัศน์ “จับมือและเติบโตไปด้วยกัน”
- นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์ เวที ASEAN Future Forum วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคงจับต้องได้จริง
- นายกฯ ตั้ง 5 คณะอนุฯปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50.9%