โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาพัฒน์รับงบปี 70 ข้อจำกัดเพียบ เบียดพื้นที่งบลงทุน มั่นใจงบรัฐวิสาหกิจ-งบกลาง ช่วยพยุงเศรษฐกิจโตตามเป้า

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สภาพัฒน์รับงบปี 70 ข้อจำกัดเพียบ เบียดพื้นที่งบลงทุน มั่นใจงบรัฐวิสาหกิจ-งบกลาง ช่วยพยุงเศรษฐกิจโตตามเป้า

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ชี้แจงถึงแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณและแผนการเงินภาครัฐในปี 2570 โดยยอมรับว่าการจัดทำงบประมาณในปีนี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ต้องถูกจัดสรรไปใช้ในงบประมาณประจำ รวมถึงการชดเชยเงินคงคลังและการชำระหนี้คงค้าง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบลงทุนนั้น รัฐบาลยังคงรักษาไว้ให้เป็นไปตามเกณฑ์กฎหมาย คือไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณรายจ่าย แม้ว่าภาพรวมของงบลงทุนในตัวงบประมาณจะลดลงจากปีที่แล้วราว 7% แต่ก็ยังมีเม็ดเงินลงทุนจากรัฐวิสาหกิจอีกกว่า 2 แสนล้านบาทเข้ามาช่วยสนับสนุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมงบกลางไว้รองรับกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เช่น การบริหารจัดการภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งในปีนี้มีการจัดสรรงบประมาณบูรณาการเพื่อการบริหารจัดการน้ำสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อความยั่งยืน พร้อมทั้งสำรองงบประมาณอีกราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยดนุชาระบุว่า หากมีการนำงบส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่เข้าลักษณะการลงทุน ก็จะช่วยเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนให้สูงขึ้นได้ในภายหลัง พร้อมแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลยังมีเม็ดเงินเพียงพอที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อให้เติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ ผ่านการเร่งรัดโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจและงบกลางดังกล่าว

สำหรับเป้าหมายการลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ต่อ GDP ภายในปี 2572 ตามที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แถลงไว้นั้น เลขาธิการ สศช. กล่าวว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในแผนการคลังระยะปานกลางของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องเดินหน้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยความสำเร็จของเป้าหมายนี้จะขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจเป็นหลัก หากเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีจากการหลั่งไหลเข้ามาของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมใหม่ๆ ก็จะทำให้การบริหารจัดการทางการเงินและการลดการขาดดุลทำได้ง่ายขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้การลงทุนของภาคเอกชนเป็นตัวนำ

อย่างไรก็ตาม ดนุชาได้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของงบประมาณรายจ่ายประจำปีในปัจจุบันว่า งบรายจ่ายประจำ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร มีสัดส่วนที่สูงและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบไปเบียดบังพื้นที่ของงบลงทุน ดังนั้นในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับปรุงระบบสวัสดิการ เช่น ระบบประกันสุขภาพ เพื่อลดภาระงบประมาณในส่วนนี้ และเปิดพื้นที่ให้มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศมากขึ้น

ส่วนประเด็นที่งบประมาณในระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดลดลงเหลือประมาณ 4.2 พันล้านบาท จากเดิมที่เคยได้รับประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาทนั้น เลขาธิการ สศช. ชี้แจงว่า รัฐบาลมีนโยบายปรับเปลี่ยนการใช้งบจังหวัดโดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอาชีพและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานส่วนกลาง โดยมีการกำหนดกรอบวงเงินงบจังหวัดไว้ไม่เกิน 20% ของกรอบเดิม ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณมีความคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...