โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปภ.สั่งทุกจังหวัด พร้อมรับมือน้ำท่วม - เตรียมแผนเผชิญเหตุ เข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุ

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

21 พฤษภาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2569 ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ดูฝน โดยอุณหภูมิจะลดลงและมีฝนตกชุกเพิ่มมากขึ้น และอาจมีพายุไซโคลนก่อตัวในทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอลแล้วเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่และอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน จึงได้สั่งการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัด ให้เตรียมความพร้อมป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยตลอดช่วงฤดูฝน ปี 2569 โดยด้านการเตรียมความพร้อม ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และเหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้เกิดสาธารณภัยในช่วงฤดูฝน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสนับสนุนการตัดสินใจของผู้อำนวยการแต่ละระดับในการแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงทบทวน ปรังปรุงและจัดทำแผนเผชิญเหตุ เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ เตรียมความพร้อมและตรวจสอบเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้มีความพร้อมใช้งาน และตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงสถานที่ใช้กักเก็บน้ำ/กั้นน้ำ หากพบว่าไม่ปลอดภัยให้เร่งปรับปรุงให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน โดยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกช่องทาง และอาศัยกลไกท้องถิ่นท้องที่แจ้งข่าวสารให้ประชาชนในพื้นที่ทราบสถานการณ์ แนวทางการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยของรัฐ

สำหรับด้านการเผชิญเหตุ เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องกิน เพื่อเป็นศูนย์ควบคุม สั่งการ และอำนวยการหลักในการระดบสรรพกำลัง ประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน พร้อมแบ่งมอบหน่วยงานรับผิดชอบ ภารกิจ และพื้นที่ปฏิบัติงานให้ชัดเจน กรณีมีฝนตกหนัก ฝนตกสะสม หรือฝนตกกระหน่ำ (Rain Bomb) หากประเมินสถานการณ์ในพื้นที่แล้วมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสถานการณ์อุทกภัย ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย อพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย/จุดรองรับการอพยพ พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับการอพยพประชาชน ดูแลด้านการดำรงชีพและสิ่งของจำเป็นเบื้องต้นให้เพียงพอและเหมาะสม กรณีมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง หรือคลื่นชัดชายฝั่ง ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกลาดตระเวนการเดินเรือ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตลอดจนกำซับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนแจ้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ที่อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นชัดชายฝั่งให้ทราบถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรณีเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น และหน่วยงานตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย จัดชุดปฏิบัติการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง โดยให้คำนึงถึงการรักษาชีวิตของผู้ประสบภัยและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นลำดับแรก รวมถึงเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ สถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำจุดไว้เป็นการล่วงหน้า ในส่วนของการระบายน้ำและการพร่องน้ำออกจากพื้นที่ ให้คำนึงถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและสภาพภูมิสังคมของพื้นที่ กรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สถาบันการศึกษา ประชาชนจิตอาสา เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนโดยเร็ว หากเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้สัญจรได้ ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร แนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย รวมถึงจัดยานพาหนะที่เหมาะสม เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน และเร่งซ่อมแซมเส้นทางให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว อีกทั้งให้ความสำคัญกับการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นตามแม่น้ำ ลำน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งกักเก็บน้ำ และแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมทุกด้าน และดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมรายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

“ในส่วนของ ปภ. ได้มีการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานในช่วงฤดูฝน โดยสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 – 18 ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยสำหรับรับมือสถานการณ์อุทกภัย และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบให้พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง อาทิ รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถประกอบอาหาร เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำ เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ขอเน้นย้ำให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองและปริมาณน้ำฝน รวมถึงเมื่อเกิดสาธารณภัยขอให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบจากสถานาการณ์อุทกภัยให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” Line ID @1784DDPM รวมถึง สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...