โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระบอบสีน้ำเงิน…อย่าฟังเพลินๆ…คิดให้ดี

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน” สำหรับระบอบสีน้ำเงินนั้น พวกเราอย่าฟังเพลินๆ โดยไม่คิดให้ดีนะ ว่าคนที่สร้างวาทกรรมว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” นั้นเขาหมายถึงอะไร จุดยืนทางการเมืองของคนพูดนั้นเป็นเช่นไร เขาสนับสนุนอุดมการณ์ใด เขาต่อต้านอุดมการณ์ใด เขาต้องการทำลายอะไร แนวทางการทำงานการเมืองของเขานั้น เขาต้องการล้มอะไร คนอื่นๆ ที่งับเอาวาทกรรมของเขาไป งับไปแบบไม่คิดให้ดี

ระวังจะติดร่างแหของการคิดทำลายล้างสถาบันหลักของชาติของพวกเขาไปด้วยนะ จะกลายเป็นแนวร่วมเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่รู้ตัว บางคนที่งับเอาถ้อยคำนี้ไปงับต่อ ก็ดูเป็นคนดี มีความรู้ และขึ้นชื่อว่าเป็นคนเก่ง แต่ทำไมจึงงับคำนี้ไปพูดต่อโดยไม่คิด หรือมีเจตนาต้องการล้มรัฐบาลนี้ให้ได้จนขาดความระวังว่าวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” นั้น หมิ่นเหม่ที่จะแสดงเจตนาว่าต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เอาแต่คิดว่าการเรียกการทำงานของรัฐบาลนี้ว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” จะล้มรัฐบาลนี้ได้

แต่สำหรับคนที่คิดอย่างลึกซึ้ง เขามองว่าการด้อยค่า ด่า “ระบอบสีน้ำเงิน” แทนที่จะใช้คำว่า “ระบอบเนวิน” หรือ “ระบอบอนุทิน” เทียบกับ “ระบอบทักษิณ” เป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ที่จะทำให้คนมองว่า ใครก็ตามที่ใช้คำนี้ “มีความคิดที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ” ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ต้องคิดลึกๆ วิเคราะห์กันให้ดี อย่าเอาแต่ฟังเพลินๆ แล้วงับเอาคำของพวกเขามาพูดโดยขาดความระมัดระวัง จนกลายเป็นแนวร่วมของกลุ่มคนที่มีความคิดที่เป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองของประเทศไทย

รัฐบาลนี้ ตั้งแต่เริ่มบริหาร ก็ถูกด่า ถูกด้อยค่าสารพัด ทำอะไรก็ผิดไปหมด ไม่มีอะไรถูกต้อง สิ่งที่คนเขาพูดกันก็อาจจะเป็นเรื่องจริงบ้าง ถูกกล่าวหาบ้าง แต่ข้อกล่าวหาไปไกลถึงขนาดเรียกการทำงานของรัฐบาลนี้ว่าเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” เหมือนอย่างที่หลายคนเคยเรียกการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของทักษิณว่า “ระบอบทักษิณ” แล้ววาทกรรม “ระบอบทักษิณ” ที่เขาพูดกันหมายความว่าอะไร

คำว่า “ระบอบทักษิณ” คือระบอบที่ผู้คนมองว่าหลายภาคส่วนที่ต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนฟังคำสั่งจากทักษิณ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ นักวิชาการ และสื่อมวลชน โดยที่ทักษิณวางคนของตัวเองไว้ในภาคส่วนต่างๆ เหล่านี้อย่างฝังรากลึก ใช้อำนาจทางการเมืองบ้าง ทางการเงินบ้าง ที่ทำให้ผู้คนในภาคส่วนต่างๆ ยอมเป็นแนวร่วมของเขา ซึ่งการมองแบบนี้อาจจะถูกหรืออาจจะผิด ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน แต่ก็ใช้วาทกรรมว่า “ระบอบทักษิณ” กันเกร่อ และปรากฏการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มันชวนให้คนเชื่อเช่นนั้น แต่ก็ไม่มีใครแสดงหลักฐานยืนยันอย่างเป็นระบบว่า “ระบอบทักษิณ” มีจริง พอรัฐบาลของอนุทินเข้ามาบริหารประเทศ ในตอนแรก ก็เกิดคำว่า “ระบอบเนวิน” บ้าง “ระบอบอนุทิน” บ้าง มันมีความหมายเดียวกันกับ “ระบอบทักษิณ” ที่หมายความว่าภาคส่วนต่างๆ ยอมทำตามบัญชาของเนวิน หรืออนุทินผู้มีอำนาจ ไม่ว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นผิดหรือถูก ซึ่งวาทกรรมเช่นนั้น ก็ไม่ได้มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอีกเช่นกัน จึงมองกันว่านี่คือวาทกรรมของฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลที่ต้องการล้มรัฐบาลให้ได้ ดังนั้น “ระบอบเนวิน” ก็คงหมายความว่าภาคส่วนต่างๆ จะฟังคำสั่งเนวิน ส่วน “ระบอบอนุทิน” ก็คงหมายความว่าทุกภาคส่วนจะฟังคำสั่งของอนุทินแบบไม่ลืมหูลืมตา ว่าคำสั่งนั้นถูกหรือผิดตามมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ การฟังคำสั่งในบริบทนี้คงไม่ได้มีความหมายเชิงบวกว่า “เชื่อฟังดี” แต่หมายถึง “ยอมทำตาม” ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่ดูเหมือนคนพูดต้องการสื่อว่าเป็นเรื่องไม่ดีมากกว่า

ดูจากเนื้อหาที่พวกเขาด่าทอต่อว่ารัฐบาลมีแต่เรื่องร้ายๆ ในเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องขี้โกง ไม่โปร่งใส ซึ่งมีทั้งเรื่องที่น่าสงสัยว่าจะจริง และเรื่องที่พวกเขาสร้างเรื่องขึ้นมาทำลายรัฐบาล และเป็นการโจมตีตัวบุคคลมากกว่าโจมตีนโยบายหรือโครงการต่างๆ หลายเรื่องก็เป็นเรื่องของอารมณ์ที่มีอคติมากกว่าจะเป็นเรื่องเหตุผลและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยัน

เรื่องหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากคิดว่าพรรคการเมืองหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวผิดพลาดที่ออกแถลงการณ์โจมตีรัฐบาลว่ากระทำการอันมิบังควรเมื่อมีข่าวว่า องคมนตรีถึง 9 ท่านเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” หรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องคิดวิเคราะห์กันให้ดี ข้อกล่าวหาของพวกเขาก็คือ “องคมนตรีคือผู้แทนของพระมหากษัตริย์ การเข้าร่วมประชุมเช่นนี้ ทำให้อาจมีการสั่งการโดยองคมนตรีต่อรัฐบาลได้ ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล” แต่ในการเข้าร่วมประชุมขององคมนตรีนั้นเป็นการร่วมประชุมเพื่อสังเกตการณ์เท่านั้น ไม่มีการสั่งการต่อรัฐบาลแต่อย่างใด อีกทั้งการประชุมก็เป็นเรื่องการเตรียมการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง มิใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใดเลย การที่สถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไม่เกี่ยวกับการเมือง การสร้างวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” ของพวกเขานั้น น่าจะเป็นหลักการที่ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคต้องการให้เป็นเช่นนั้น กล่าวคือ “พระมหากษัตริย์ต้องไม่มีบทบาทอะไรเลยในสังคม” พวกเขาคงกลัวว่าประชาชนจะซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีต่อไป แล้วจะเป็นปัญหากับความพยายามของพวกเขาที่ต้องการล้มล้างระบอบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย

การที่ศาสดาของเขาก็ออกมาเสนอให้ยกเลิกองคมนตรีไปเลย และวิจารณ์ว่า “ประเทศไทยอยู่ภายใต้กลุ่มคนเพียงไม่กี่ตระกูล ที่มีอำนาจและอิทธิพลที่จะให้ประเทศเดินไปทางไหนก็ได้ที่ตัวต้องการ จึงหวังว่า วันหนึ่งจะมีมติมหาชนให้คนกลุ่มนี้หมดอำนาจและบทบาทไปจากประเทศไทย” พวกเขาสร้างวาทกรรม เรียกการปกครองประเทศในปัจจุบันว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งกำลังกินรวบประเทศ แต่ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย พวกเขามองว่า “พรรคภูมิใจไทยเป็นเพียง agent ของระบอบสีน้ำเงินเท่านั้น” ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดคำถามว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่พวกเขากล่าวหมายถึงอะไร แม้วิธีการสื่อสารของพวกเขาจะคลุมเครือ ผู้คนจำนวนมากก็มองออกว่าพวกเขาหมายถึงอะไร ซึ่งก็ไม่ต่างกับกลุ่มคนไม่กี่ครอบครัวของพวกเขานั่นแหละ แต่เพราะอะไรที่ออกมาประสานเสียงกันอย่างกลมกลืนหลังจากที่หยุดเคลื่อนไหวเรื่องนี้ไปนาน หรือต้องการปลุกกระแส “ปฏิกษัตริย์นิยม” ให้คึกคักอีกครั้งก่อนที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ…ต้องระวังนะ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...