โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

นักธุรกิจสาวฟ้องนักร้องชื่อดัง ฐานฉ้อโกง อ้างเบิกจ่ายทิพย์ 22 รายการ เสียหาย 40 ล้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักธุรกิจสาวหอบหลักฐานขึ้นศาลฟ้อง “กระต่าย พรรณนิภา” ในข้อหาฉ้อโกง หลังตรวจพบเอกสารเบิกจ่ายต้องสงสัย 22 รายการ อ้างสร้างความเสียหายแก่บริษัทกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องของศาลจังหวัดสกลนคร

วันที่ 3 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงธุรกิจและวงการบันเทิง เมื่อ น.ส.สวรีย์ เลิศไพบูลวณิช หรือ "คุณกิ๊ก" นักธุรกิจสาวชาวสกลนคร เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมชื่อดัง “Bunny” มอบหมายให้ทีมทนายความนำพยานหลักฐานเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับนักร้องสาวชื่อดัง “กระต่าย พรรณนิภา” ในฐานความผิด “ฉ้อโกง” ต่อศาลจังหวัดสกลนคร หลังตรวจสอบพบพฤติกรรมการตั้งเบิกค่าใช้จ่ายบริษัทอันเป็นเท็จ หรือ “บิลทิพย์” จำนวนมากถึง 22 ครั้ง

ทั้งนี้ น.ส.กิ๊ก บอกว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากคุณกิ๊ก และกระต่าย พรรณนิภา ได้ตกลงทำสัญญาร่วมลงทุนทางธุรกิจเพื่อจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Bunny โดยมีการแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ซึ่งกระต่ายดูแลด้านการตลาดและโฆษณา ส่วนคุณกิ๊กรับผิดชอบด้านสินค้าและระบบบัญชี ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันว่า หากมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการทำงาน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือของใช้สำหรับทีมงาน ให้ทางกระต่ายสำรองจ่ายไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จมาตั้งเบิกคืนจากบริษัทเป็นรายเดือน แต่จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อกระต่าย พรรณนิภา ได้ตัดสินใจฉีกสัญญา พร้อมทั้งลบตะกร้าสินค้าและคลิปวิดีโอโปรโมตออกจากช่องทางออนไลน์ทั้งหมด ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทและนำไปสู่การตรวจสอบเอกสารทางบัญชีอย่างละเอียดจากทางฝั่งโจทก์

จากการตรวจสอบบัญชีดังกล่าว ทางคุณกิ๊ก พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายหลายรายการ โดยระบุว่า กระต่าย ได้นำสลิปค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาบิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายของทีมงานเพื่อขอเบิกเงินจากบริษัท ทางทีมทนายความจึงได้รวบรวมหลักฐานและชี้แจงพฤติการณ์ “เบิกจ่ายทิพย์” ที่สำคัญไว้ในคำฟ้อง อาทิ ช้อปปิ้งออนไลน์ แต่เบิกเป็น “ค่าข้าวทีมงาน”: นำสลิปโอนเงินจ่ายค่าสินค้าออนไลน์ให้กับพนักงานขนส่งพัสดุ มาตั้งเบิกกับบริษัทโดยอ้างว่าเป็นค่าอาหารสำหรับทีมงานหลายครั้ง เบิกค่าน้ำมันไปเล่นคอนเสิร์ตส่วนตัว: นำใบเสร็จค่าน้ำมันจากการขับรถเดินทางไปรับงานแสดงคอนเสิร์ตส่วนตัวตามจังหวัดต่าง ๆ มาผลักภาระตั้งเบิกกับบริษัท โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำมันสำหรับการเดินทางไปทำคอนเทนต์หรือไปส่งพนักงาน นอกจากนี้ยังโอนเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง นำสลิปการทำรายการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว หรือเติมเงินเข้า TrueMoney Wallet ของตนเอง มาตั้งเบิกโดยอ้างว่าเป็นค่าอาหารหรือค่าจัดทำคอนเทนต์ นำบิลทำเล็บ อ้างทำคอนเทนต์ นำใบเสร็จค่าน้ำมันในวันที่เดินทางไปทำกิจธุระส่วนตัวและเสริมความงาม (ทำเล็บ) มาเบิกโดยอ้างว่าเดินทางไปถ่ายทำสื่อโฆษณาให้แบรนด์ ใช้สลิปแฟนเลี้ยงหมูกระทะ นำสลิปโอนเงินจากบัญชีธนาคารของชายคนรัก (แฟนหนุ่ม) ที่ไปรับประทานหมูกระทะเป็นการส่วนตัว มาตั้งเบิกบริษัทโดยเขียนข้อความหลอกลวงว่า “เลี้ยงหมูทะทีมงาน” ทั้งที่ข้อเท็จจริงทีมงานกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ออฟฟิศ

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า แม้จำนวนเงินในบางรายการอาจดูไม่สูงมากนัก แต่พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดซ้ำซากและต่อเนื่องถึง 22 ครั้ง หรือ 22 กรรม ซึ่งความผิดฐานฉ้อโกงแต่ละกรรมมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ทำให้ทางโจทก์มองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนาทุจริตอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การยกเลิกสัญญาของกระต่ายยังส่งผลให้บริษัทของคุณกิ๊กได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ทางโจทก์จึงตัดสินใจดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจและทวงคืนความยุติธรรม

ทางด้าน ทนายโนบิ ทนายความฝ่ายโจทก์ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินคดีว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายนั้นเป็นความผิดอันยอมความได้ หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยเจรจาและตกลงกันได้ ก็มีโอกาสที่จะหาแนวทางยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวนมูลฟ้อง ทางฝั่งของน้องกระต่ายเองก็ยังมีสิทธิและโอกาสในการนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองในชั้นศาลได้เต็มที่ เพราะตามหลักกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ต้องถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดสกลนคร โดยศาลจะมีการออกหมายนัดไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานตามกระบวนการทางยุติธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...