รัฐบาลยอมถอย ไม่ซื้อแล้ว ลิขสิทธิ์บอลโลก หลังต่อรองราคาไม่คุ้มค่า
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ต่อรองราคา การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 แล้ว โดยยึดราคาเดิม ที่อ้างอิงจากการของบประมาณจากกสทช. 600 ล้านบาท ในครั้งที่ผ่านมา ปรากฎว่า ไม่สามารถหาข้อตกลงได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่เดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์ เนื่องจากราคาที่ผู้ถือลิขสิทธิ์เสนออยู่ในระดับสูงมาก เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ช่วงเวลาแข่งขันตามเวลาประเทศไทย และโอกาสในการหารายได้จากโฆษณา ซึ่งในวันที่ 19 พ.ค.69 จะมีการหารือกันภายในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหาขอสรุปรวมกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
การไม่ซื้อลิขสิทธิ์ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เห็นความสำคัญของฟุตบอลโลก แต่ต้องพิจารณาความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ เพราะการแข่งขันฟุตบอลโลกมีระยะเวลาเพียงประมาณ 1 เดือน ขณะที่ต้นทุนลิขสิทธิ์อยู่ในระดับสูงมาก หากนำงบประมาณจำนวนดังกล่าวไปใช้ในภารกิจอื่น อาจเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้างมากกว่า
แหล่งข่าวระบุว่า ฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ยังมีข้อจำกัดสำคัญด้านเวลาแข่งขันตามเวลาประเทศไทย โดยบางคู่เริ่มแข่งขันประมาณ ตี 3 และบางคู่จบในช่วงเช้าประมาณ 10.00 น. ทำให้พฤติกรรมการรับชมของคนไทยอาจไม่คึกคักเท่าการแข่งขันที่จัดในยุโรปหรือเอเชีย อีกทั้งธุรกิจที่เคยได้รับอานิสงส์จากฟุตบอลโลก เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือกิจกรรมชมฟุตบอลร่วมกัน ก็อาจไม่สามารถใช้โอกาสนี้สร้างรายได้ได้เต็มที่
ขณะเดียวกัน การขายโฆษณาและการหารายได้เชิงพาณิชย์จากการถ่ายทอดสดยังมีข้อจำกัดสูง เนื่องจากช่วงเวลาแข่งขันไม่เอื้อต่อการรับชมในวงกว้าง ส่งผลให้ภาคเอกชนยังไม่แสดงความสนใจชัดเจนในการร่วมสนับสนุนงบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อประเมินแล้วว่าโอกาสคืนทุนจากรายได้โฆษณาอาจไม่สูงพอเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ต้องจ่าย
สำหรับราคาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในตลาดต่างประเทศอยู่ในระดับหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐ โดยบางประเทศที่มีจำนวนประชากรมากกว่าไทยหลายเท่าอาจเฉลี่ยต้นทุนต่อหัวได้ต่ำกว่า ขณะที่ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 60 กว่าล้านคน หากต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในระดับสูงใกล้เคียงกับประเทศขนาดใหญ่ ก็อาจทำให้ภาระต้นทุนต่อหัวสูงเกินไป และยิ่งตอกย้ำว่าการซื้อลิขสิทธิ์รอบนี้อาจไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ต้องใช้