สงครามดันราคายางพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 01.52 น. • The Bangkok Insightสงครามดันราคายางพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี ดันหุ้นถุงมือยาง STA โตแรง !
ในภาวะสงครามที่ยังคงยืดเยื้อ นอกจากราคาน้ำมันจะพุ่งแรงแล้ว ยังมีราคายางพาราที่ตอนนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี เพราะ Demand โลกที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตเปลี่ยนจากการใช้ยางสังเคราะห์ โดยเปลี่ยนไปใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น เพื่อเลี่ยงต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่แพง
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคายางสังเคราะห์แพง ดังนั้นภาคธุรกิจบางส่วนหันกลับมาใช้วัสดุที่ผลิตจากยางธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากยางธรรมชาติสามารถทดแทนยางสังเคราะห์ได้บางส่วนในผลิตภัณฑ์ เช่น ยางรถยนต์และถุงมือยาง เป็นต้น
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายล่วงหน้ายาง TSR20 ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ พุ่งแตะ 2.22 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 หรือแพงสุดในรอบกว่า 9 ปี
นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตยางรายใหญ่ของเมืองไทย เปิดเผยว่า หากสภาวะตลาดยังคงเป็นเช่นนี้ มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทจะมีโอกาสสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งในปีนี้ โดยมองว่าระดับราคายางที่สูงกว่า 2 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม ถือเป็นระดับที่ดี พร้อมสนับสนุนผลประกอบการ
STA มีแผนเพิ่มยอดขายจาก 1.4 ล้านตัน ในปีก่อนหน้า เป็น 1.6 ล้านตันในปีนี้ คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวหากระดับราคายังทรงตัวในระดับปัจจุบัน ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจครบห่วงโซ่อุปทานยาง ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการผลิตสินค้าสำเร็จรูป
บทวิเคราะห์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ให้แนะนำการลงทุนหุ้น STA เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาทต่อหุ้น โดยมี Upside ประมาณ 16.4% จากราคาปิดที่ 18.90 บาท ทั้งนี้ STA มีจุดเด่นที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังเทรดอยู่ที่ระดับ Price/Book เพียง 0.6 เท่า และคาดการณ์อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 3.5%
ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ถือว่ากำไรหลักดีกว่าคาดอยู่ที่ 419 ล้านบาท ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ถึง 26% โดยฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากไตรมาส 4/2565 ที่เคยเจอภาวะขาดทุน
สำหรับผลงานที่ดีนั้นมาจากธุรกิจยางธรรมชาติที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงถึง 9.6% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจถุงมือยาง โดยปริมาณการขายถุงมือยางเพิ่มขึ้น 4.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และราคาขายเฉลี่ย (ASP) เริ่มขยับตัวดีขึ้น
ด้านแนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาดการณ์เติบโตต่อเนื่อง และจะยังคงแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รวมทั้งมีโอกาสพลิกฟื้นจากที่เคยขาดทุนในปีที่แล้ว
โดยมุมมองในระยะยาว คาดการณ์ความต้องการยางโลกในปี 2569 จะเติบโตราว 2.1% ขณะที่อุปทานยางในระยะยาวอาจตึงตัวขึ้นจากการลดลงของพื้นที่ปลูกยางในประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
ส่วนธุรกิจถุงมือของ STGT มีแนวโน้มดีขึ้นจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบของคู่แข่งในมาเลเซีย และมีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) เพิ่มเติม เพื่อบริหารสภาพคล่องและเงินในมือ
สำหรับมุมมองนักวิเคราะห์บล. หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STA ราคาเป้าหมาย 18.80 บาทต่อหุ้น เพราะประมาณการมี Upside risk พร้อมทั้งมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ ด้วยภาวะ Supply ที่มีจำกัด ในขณะที่ตลาดโลกมีปริมาณพื้นที่ปลูกยางลดลง ส่วนถุงมือยางธรรมชาติมีคำสั่งซื้อเร่งขึ้นจากยางสังเคราะห์ที่ขึ้นแรง
สรุปแล้ว จะเห็นว่าวิกฤตราคาน้ำมันแพงได้กลายเป็นโอกาสทองของยางธรรมชาติ ส่งผลให้ STA พลิกฟื้นจากขาดทุนสู่กำไรที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มเป็นหุ้นพื้นฐานดีที่น่าจับตาในปีนี้ โดยทิศทางระยะยาว ตลาดยางโลกยังมีโอกาสเติบโตต่อในปี 2569 เพราะพื้นที่ปลูกยางในอาเซียนลดลง ทำให้ราคายางมีโอกาสทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นบวกต่อผู้ผลิตรายใหญ่ในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ยางรถยนต์ไทยเฮ แอฟริกาใต้ ยุติไต่สวนมาตรการ AC
- 'โกลเบล็ก' ชี้เป้า 4 หุ้นยางเด่น สู้ศึกตลาดผันผวน-สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ
- ‘โกลเบล็ก’ คัด 6 หุ้นเด่นฝ่าพายุเศรษฐกิจเดือด! ดีเซลพุ่ง-ค่าไฟแพง
ติดตามเราได้ที่