โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วราวุธ’ เร่งพลิกอุตฯ ‘น้ำตาลสีเขียว’ แข่งตลาดโลก ชง BOI อัดสิทธิประโยชน์ลงทุน หลังอ้อยเผาเหลือ 3.8% ต่ำสุดประวัติการณ์

THE STANDARD

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 13.02 น. • thestandard.co
‘วราวุธ’ เร่งพลิกอุตฯ ‘น้ำตาลสีเขียว’ แข่งตลาดโลก ชง BOI อัดสิทธิประโยชน์ลงทุน หลังอ้อยเผาเหลือ 3.8% ต่ำสุดประวัติการณ์

‘วราวุธ’ ประกาศชัย ’อ้อยไทยไร้เผา’ เหลืออ้อยเผาเพียง 3.8% ต่ำสุดประวัติการณ์ 
ลั่นเป้าหมายปีหน้าลดต่ำกว่า 3% มุ่ง Zero Burn เต็มรูปแบบ ชง BOI เพิ่มสิทธิประโยชน์ ดัน ‘น้ำตาลสีเขียว แข่งตลาดโลก

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย ภายใต้แนวคิด ‘อ้อยไทย ไร้ฝุ่น…หนุนน้ำตาลไทยสีเขียว’ โดยประกาศว่า ฤดูการผลิตปี 2568/2569 ไทยสามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาเหลือเพียง 3.80% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ จากอดีตที่เคยมีอ้อยเผาสูงถึง 60-70% ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมไทยในการต่อสู้กับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และภาวะโลกร้อน

“นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือหลักฐานว่า ไทยสามารถพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้จริง ด้วย 3 ประสาน ทั้งภาครัฐ โรงงานน้ำตาล 58 แห่ง และเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศกว่า 1.5 ล้านคน ร่วมกันเปลี่ยนผ่านจากการเผาอ้อย ไปสู่ระบบอ้อยสดคุณภาพ”

ความร่วมมือครั้งนี้ ทำให้การลดอ้อยเผาลงอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียงช่วยลดฝุ่นพิษ PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพอ้อยและประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาล โดยค่าผลิตน้ำตาลเฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มขึ้นจาก 109.51 กิโลกรัม เป็น 113.55 กิโลกรัม สะท้อนว่าอ้อยสดให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีกว่าอ้อยเผาอย่างชัดเจน

วราวุธ กล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจึงประกาศเป้าหมายใหม่ในฤดูการผลิตถัดไป คือ ลดสัดส่วนอ้อยเผาให้ต่ำกว่า 3% และมุ่งสู่ Zero Burn หรืออ้อยเผาศูนย์เปอร์เซ็นต์

พร้อมเดินหน้าสร้าง ‘Green Value Chain’ เชื่อมโยงอ้อยสีเขียว สู่น้ำตาลสีเขียว อุตสาหกรรมชีวภาพ พลังงานชีวมวล และตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ

ชง BOI เพิ่มสิทธิประโยชน์ หนุนน้ำตาลไทยแข่งตลาดโลก

นอกจากนี้ เตรียมผลักดันมาตรการสนับสนุนเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เครื่องจักรกลการเกษตร สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกลไกซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ใหม่จากการไม่เผาและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของน้ำตาลไทยในตลาดโลก

“น้ำตาลไทยจากนี้ ไม่ได้ขายแค่ความหวาน แต่ขายความรับผิดชอบต่อโลก ดังนั้น เราต้องผลักดันให้น้ำตาลไทยได้รับการยอมรับในฐานะน้ำตาลสีเขียวที่ผลิตจากอ้อยสด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระดับสากล”

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล และความสำเร็จในการลดอ้อยเผาครั้งนี้ จะอาจกลายเป็นต้นแบบให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอื่นของไทย เดินหน้าสู่โมเดลเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากมาตรการเชิงรุกหลายด้าน ทั้งการกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยสดตั้งแต่เปิดหีบ การจำกัดปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบรายวัน การหยุดรับอ้อยเผาในช่วงปีใหม่ การสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรเปลี่ยนผ่านสู่ระบบตัดอ้อยสด

การเปลี่ยนผ่านจากยุคอ้อยเผากว่า 60% สู่การมีอ้อยสดมากกว่า 96% ภายในเวลาไม่กี่ปีซึ่งช่วยลดฝุ่นควัน

ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า สอน. วางแผนจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการทั้งระบบ และมีโมเดลธุรกิจใหม่หลายด้าน ทั้งการพัฒนาระบบติดตามร่องรอยการเผาไหม้ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและ AI การพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘Sugarcane Smart i-Map’ การบริหารจัดการเครื่องจักรกลเพื่อลดคาร์บอนและ PM 2.5 รวมถึงการป้องกันการลักลอบเผาอ้อยเชิงพื้นที่

นอกจากนี้ ยังเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การผลิต wood pellet และถ่านกัมมันต์จากใบและยอดอ้อย การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง การพัฒนา Biomass Powder เครื่องบดย่อยใบอ้อยสำหรับเกษตรกรรายเล็ก เครื่องผลิตบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ และการผลิตไบโอชาร์

“เป้าหมายต่อไปไม่ใช่แค่ลดการเผา แต่คือการเปลี่ยนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยให้เป็นต้นแบบของโลกในฐานะ ‘Green Sugar’ ที่สร้างทั้งรายได้ พลังงานสะอาด และอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนไทย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...