โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคมสรุปเหตุรถไฟชนรถโดยสาร ฟันอาญา-วินัย พนักงานขับเสพยา พร้อมเยียวยาสูงสุด 2.39 ล้าน เล็งศึกษา 3 เดือน ยกเลิกขบวนรถเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน

THE STANDARD

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 12.53 น. • thestandard.co
คมนาคมสรุปเหตุรถไฟชนรถโดยสาร ฟันอาญา-วินัย พนักงานขับเสพยา พร้อมเยียวยาสูงสุด 2.39 ล้าน เล็งศึกษา 3 เดือน ยกเลิกขบวนรถเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน

วันนี้ (18 พฤษภาคม) ที่กระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟเฉี่ยวชนรถโดยสารสาธารณะบริเวณจุดตัดมักกะสัน

พร้อมสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

พิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการด่วนให้กระทรวงคมนาคมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและวางมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุซ้ำรอย โดยในระยะยาว กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ รฟท. เร่งทำการศึกษาภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกขบวนรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน

ซึ่งต้องผ่านจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟกว่า 27 แห่ง โดยเบื้องต้นมีแนวคิดปรับเส้นทางเดินรถสายตะวันออกให้สิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง และสายใต้สิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน จากนั้นให้ผู้โดยสารเชื่อมต่อการเดินทางผ่านระบบของ ขสมก., รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ Airport Rail Link แทน โดยกระทรวงคมนาคมจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือนโยบายตั๋วร่วม เพื่อมิให้เป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ทั้งนี้ หากผลการศึกษาพบว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน จะมีการเรียกประชุมเพื่อหารือแนวทางอื่นต่อไป

ประเด็นสำคัญที่สร้างความสะเทือนใจต่อสาธารณชน คือผลการตรวจสอบพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ โดย อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทางอาญาแก่พนักงาน รฟท. จำนวน 2 ราย ได้แก่ พนักงานขับรถและพนักงานควบคุมเครื่องกั้น ซึ่งจากการตรวจร่างกายพนักงานขับรถไฟที่โรงพยาบาล พบสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนและกัญชาในปัสสาวะ

รฟท. จึงได้มีคำสั่งให้พนักงานขับรถรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอการสอบสวนทางวินัย และได้สั่งย้ายทั้ง 2 รายออกจากการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถในทันที พร้อมกันนี้ รฟท. ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเสริมกำลังดูแลจุดกั้นถนนมักกะสัน และเตรียมปรับแผนห้ามรถไฟขนส่งสินค้าวิ่งเข้าเขตเมืองชั้นในระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 น.

ในด้านของการดำเนินคดีและการตรวจสอบนั้น สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์ในการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับพนักงานขับรถไฟรายนี้อย่างเด็ดขาด ส่วนความรับผิดชอบทางวินัย ได้สั่งการให้ รฟท. และ ขสมก. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น หากพบว่ามีการละเลยจะถูกลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ปรับเปลี่ยนมาตรการจากการสุ่มตรวจ เป็นการปูพรมตรวจ สารเสพติดและตรวจวัดแอลกอฮอล์ทุกวัน สำหรับพนักงานขับรถของทุกหน่วยงานในสังกัด (รฟท., ขสมก. และ บขส.) เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชน

สำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กระทรวงคมนาคมกำหนดกรอบการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้น 2,390,000 บาท รวมกับค่าปลงศพที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามจริงทั้งหมด ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือเริ่มต้นที่ 130,000 บาท และสูงสุดถึง 1,000,000 บาทในกรณีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยกระทรวงคมนาคมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

ซึ่งทางด้าน กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุว่า ได้จัดส่งผู้อำนวยการเขตการเดินรถลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บและดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้จัดส่งสายตรวจพิเศษลงพื้นที่ประจำจุดเสี่ยงเพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะอย่างเข้มงวด

ในตอนท้าย พิพัฒน์ ได้ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเรื่องใบอนุญาตขับขี่รถไฟว่า ปัจจุบันพนักงานขับรถมีใบอนุญาตของ รฟท. ถูกต้อง แต่ใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ฉบับใหม่ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการของกรมการขนส่งทางราง

พร้อมย้ำทิ้งท้ายถึงความรับผิดชอบทางการเมืองว่า ตนได้มอบนโยบายความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด หากผลการสืบสวนเชิงลึกจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดพิเศษ 14 คน ชี้ชัดว่าความผิดพลาดหรือความหละหลวมในการปฏิบัติงานเชื่อมโยงมาถึงระดับนโยบาย ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็พร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีข้อแก้ตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...