โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดบทเรียนวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวกรุงเทพฯ หลบใต้โต๊ะ VS วิ่งหนีออกจากตึก แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

จากเหตุแผ่นดินไหวเมียนม่าล่าสุดในเช้าวันนี้ (18 พ.ค. 2569) ที่คนอยู่อาศัยหรือทำงานในตึกสูงกรุงเทพฯ บางแห่งได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน เรามาชวนถอดบทเรียนวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวกรุงเทพฯ จากครั้งก่อน ว่าแท้จริงแล้วคนไทยควร "หลบใต้โต๊ะ" หรือ "วิ่งหนีออกนอกตึก" จึงจะปลอดภัยที่สุด

แผ่นดินไหวกรุงเทพสะเทือนตึกสูง โครงสร้างไทยรับมือได้แค่ไหน?

เหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนม่า ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพมหานครอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำงานบนตึกสูงบางแห่งที่รับรู้ถึงการโยกคลอนได้อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนกลับไปดูสถิติแผ่นดินไหวกรุงเทพฯ ปี 2568 จะพบว่ารูปแบบการสั่นสะเทือนของตึกสูงในเมืองกรุงมักเกิดจาก "แอ่งดินนิ่ม" ของกรุงเทพฯ ที่สามารถขยายแรงสั่นสะเทือนจากระยะไกลให้รุนแรงขึ้นได้ 3-4 เท่า

คำถามที่ตามมาและกลายเป็นประเด็นถกเถียงทุกครั้งคือ "เมื่อเกิดแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ เราควรหลบใต้โต๊ะ หรือวิ่งหนีออกนอกตึกดีกว่ากัน?" เพราะบริบทโครงสร้างอาคารในประเทศไทยนั้น แตกต่างจากประเทศที่คุ้นชินกับภัยพิบัติอย่างญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง

หลบใต้โต๊ะ VS วิ่งนอกตึก แบบไหนคือวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวที่ถูกต้อง?

ในประเทศญี่ปุ่น อาคารส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีรองรับแผ่นดินไหวขั้นสูง (Seismic Isolation) และประชากรถูกฝึกให้ "หลบใต้โต๊ะ" เพื่อป้องกันสิ่งของหล่นใส่ แต่สำหรับวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวกรุงเทพ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างให้คำแนะนำโดยแบ่งตามสถานการณ์จริง ดังนี้

1. หากคุณอยู่บนตึกสูง (ชั้น 3 ขึ้นไป)

"ห้ามวิ่งลงบันไดและห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด" การพยายามวิ่งหนีลงจากตึกสูงขณะเกิดแรงสั่นสะเทือนมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียหลักตกบันได หรือลิฟต์ค้าง สิ่งที่ควรทำคือ "หมอบลง หาที่บังศีรษะ และยึดเกาะไว้ให้แน่น" (Drop, Cover, Hold On) หลบใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือหมอบชิดเสาโครงสร้างหลักของอาคาร ยึดขาโต๊ะไว้ให้แน่น เพื่อป้องกันเศษฝ้าเพดานหรือโคมไฟร่วงหล่นใส่

2. หากคุณอยู่บนตึกเตี้ยหรือชั้นล่างสุด (ชั้น 1-2)

หากประเมินแล้วว่าสามารถวิ่งออกมายัง "พื้นที่โล่งแจ้ง" ภายนอกอาคารได้ภายในเวลา 5-10 วินาที โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง การวิ่งออกมาภายนอกจะปลอดภัยกว่า แต่ต้องมั่นใจว่าพื้นที่ภายนอกนั้นไม่มีสายไฟ ป้ายโฆษณา หรือกระจกอาคารที่อาจร่วงหล่นลงมา

โครงสร้างตึกในกรุงเทพฯ แตกต่างจากญี่ปุ่นอย่างไร?

จากข้อมูลของสภาวิศวกรระบุว่า ประเทศไทยเริ่มมีกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารให้รองรับแผ่นดินไหวอย่างจริงจังในกลุ่มตึกสูง อย่างไรก็ตาม อาคารเก่าที่สร้างก่อนปี พ.ศ. 2550 หรืออาคารพาณิชย์ขนาดเล็กจำนวนมากในกรุงเทพฯ อาจไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดจากแผ่นดินไหวโดยตรง

นอกจากนี้ ดินใต้กรุงเทพฯ เป็นชั้นดินเหนียวอ่อน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้าย "วุ้น" เมื่อมีคลื่นแผ่นดินไหวระยะไกล (เช่น จากพม่าหรือภาคเหนือ) เดินทางมาถึง ชั้นดินนี้จะขยายสัญญาณคลื่นให้แรงขึ้น ส่งผลให้ตึกสูงที่มีความสูงสอดคล้องกับความถี่ของคลื่นเกิดการโยกคลอนแรงกว่าปกติ ดังนั้น การวิ่งพล่านภายในตึกสูงขณะที่ตึกกำลังโยกจึงอันตรายอย่างยิ่ง

4 ขั้นตอนปฏิบัติทันทีเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในเมืองกรุง

เพื่อความปลอดภัยและลดความสูญเสีย หากเกิดเหตุแผ่นดินไหววันนี้ หรือในอนาคต ควรปฏิบัติตามหลักสากลดังนี้

  • ตั้งสติและหมอบต่ำ: อยู่ให้ห่างจากกระจก หน้าต่าง และตู้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ยึดติดกับผนัง
  • หาที่กำบัง: มุดเข้าใต้โต๊ะทำงานที่แข็งแรง หากไม่มีให้ใช้แขนปกป้องศีรษะและต้นคอ
  • ตัดระบบเสี่ยง: หากอยู่ใกล้ห้องครัวหรือจุดที่มีถังแก๊ส หากทำได้ให้รีบปิดวาล์วแก๊สทันทีเพื่อป้องกันอัคคีภัย
  • ตรวจสอบหลังแรงสั่นสะเทือนหยุด: เมื่อเหตุการณ์สงบลง ให้ทยอยเดินลงทางบันไดหนีไฟอย่างเป็นระเบียบ เพื่อออกไปยังจุดรวมพลภายนอกอาคาร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดบทเรียนวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวกรุงเทพฯ หลบใต้โต๊ะ VS วิ่งหนีออกจากตึก แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...