โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประกันในตลท.โชว์ฟอรม์กำไร ไตรมาสแรก

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บอย อินชัวร์

คงจะเรียงหน้ากันทยอยประกาศออกมาแล้วสำหรับบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย รวมไปถึงบริษัทรับประกันภัยต่อทางฟากธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ยันบริษัทนายหน้าประกันภัยทั้งฝั่งประกันชีวิตและวินาศภัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ล้วนมีผลกำไรกันถ้วนหน้าในไตรมาสแรกปี 2569 ซึ่งแต่ละค่ายต่างชูนโยบายทางด้านนวัตกรรม และESG ประกันหลากหลายแตกต่างกันออกไปจนแฮปปี้เอ็นดิ้ง สร้างผลประกอบการมีกำไรมากน้อยต่างกันออกไป ส่วนสาระสำคัญความเคลื่อนไหวเป็นอย่างไรบ้าง เราไปลองติดตามกันดู

เริ่มต้นไล่เรียงตั้งแต่ประกันภัยต่อค่าย THRE เปิดปี 2569กำไรสุทธิไตรมาสแรกปี2569 ทะยานแตะ 111 ล้านบาท ทำผลงานสุดแกร่ง กำไรสุทธิงวดไตรมาส 1พุ่งทะยานกว่า 400 % ด้านประกันภัยต่อ และกด Combined Ratio เหลือ 86.4% กลับสู่ภาวะปกติ โดยไร้เคลมมหันตภัยทางธรรมชาติ ขณะที่รายได้เงินลงทุนโตแตะ 35 ล้านบาท อีกทั้งบุ๊ครายการพิเศษปิดดีลข้อพิพาทบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศรับคืนหนี้เต็มจำนวน ส่งซิกไตรมาส 2ดีต่อเนื่องตามคาด มั่นใจภาพรวมทั้งปี 2569 รักษา Combined Ratio ไว้ได้ในระดับมาตรฐาน

โดยนายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด หรือ THRE ผู้ให้บริการด้านการรับประกันภัยต่อครอบคลุมทั้งการรับประกันภัยทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า ภายในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 426% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 34 ล้านบาทจากผลกระทบมหัตภัยทางธรรมชาติ

ทั้งนี้มีกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านประกันภัยที่สามารถ กดอัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined Ratio) เหลือ 86.4% ลดลงจากระดับ 104.9% ในช่วงเดียวกันปีก่อน กลับสู่ภาวะผลการดำเนินงานปกติที่ไม่มีเคลมจากเหตุมหันตภัยทางธรรมชาติที่เกินความคาดหมาย ด้านลงทุนมีรายได้จากเงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันปีก่อนแตะ 35 ล้านบาท และการรับรู้รายได้รายการพิเศษแบบ One-Time กรณีปิดดีลข้อพิพาทกับบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ ตามคำตัดสินชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ในขณะที่เบี้ยประกันภัยต่อรับงวดไตรมาส 1ลดลงราว 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 1,279 ล้านบาท เป็นผลมาจากการพิจารณาปรับพอร์ต ลดการเติบโตงานประกันภัยสุขภาพที่ได้รับผลกระทบจากอัตราค่าสินไหมทดแทนที่สูงจากค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น (medical inflation) ตามแผนงานที่วางไว้

ขณะที่ประกันภัยต่อทางฝั่งประกันชีวิตในตลท.คือ THREL มีผลงาน ไตรมาส1 ฟื้นตัวดีเกินคาด ส่งซิกปีนี้เป็นปีที่สดใส โดยปิดตัวเลขปี 2569 พลิกกำไรตามเป้า ทั้งนี้THREL โชว์ผลงานงวดไตรมาส 1มีสัญญาณฟื้นตัวดีเกินคาด เบี้ยประกันภัยต่อรับแตะ 876 ล้านบาท ผลการดำเนินงานประกันภัยเพิ่ม 6% ขณะที่ค่าใช้จ่ายประกันภัยลดอย่างมีนัยสำคัญ 48% เหลือ 634 ล้านบาท ตอกย้ำผลสำเร็จกลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” เคลียร์พอร์ตไร้คุณภาพ ลุยปรับเงื่อนไขรับประกันภัยต่อ ก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งซิกแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องครึ่งปีหลังสดใสปรับบวกเพิ่มขึ้น หนุนภาพรวมทั้งปี 2569 พลิกมีกำไรตามเป้า

โดยนายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการ บริษัท THREL เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ดีเกินคาด โดยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับจะปรับลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวปีก่อนราว 5% แตะ 876 ล้านบาท เนื่องจากผลของการปรับลดสัดส่วนการรับประกันภัยสุขภาพกลุ่มและยกเลิกสัญญาประกันสุขภาพกลุ่มบางสัญญาที่มีผลขาดทุน โดยค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยปรับลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18% เหลือ 634 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยที่ถือไว้ลดลงมีนัยสำคัญกว่า 48% เหลือ 20 ล้านบาท ทำให้ผลดำเนินงานการบริการประกันภัยปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนราว 6%

นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จการปรับโครงสร้างการรับประกันภัย ภายใต้กลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” เดินหน้าเคลียร์พอร์ตไร้คุณภาพ พร้อมปรับเงื่อนไขรับประกันภัยต่อ กระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น รวมถึงการบริหารสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 101 ล้านบาท เหลือ 89 ล้านบาท อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบริการประกันภัยสุทธิ (Net Combined ratio) อยู่ที่ระดับ 116.2% โดยหลักยังเป็นผลจากการตั้งสำรองสำหรับงาน New Business ตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) ที่กำหนดให้บริษัทต้องตั้งสำรองค่าปรับปรุงค่าเสี่ยง (Risk Adjustment : RA) ทั้งจำนวนในงวดไตรมาส 1 ของทุกปี ตามประมาณการทางคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยจะมีการทยอยรับรู้เป็นรายได้ตลอดอายุความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย

ขณะที่ทางฟากบริษัทฯประกันชีวิตในตลท.เริ่มกันที่ค่ายยักษ์ใหญ่ไทยประกันชีวิต นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 3,267 ล้านบาท เติบโต 21.8% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.5% สะท้อนถึงการสร้างผลกำไรอย่างมีเสถียรภาพ โดยกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 2,678 ล้านบาท และยอดคงเหลือของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีมูลค่า 92,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยหลักมาจากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด

บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 3,249 ล้านบาท เติบโต 18.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 2,625 ล้านบาท เติบโต 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากการลดลงของสินไหมทดแทนค่ารักษาพยาบาล ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาดอยู่ที่ 624 ล้านบาท เติบโตขึ้น 92.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเงินลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน

รายถัดมาบมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ก็โชว์ผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 69 สร้างผลงานเบี้ยรับปีแรก 2,513 ล้านบาท กวาดกำไรสุทธิ 1,606 ล้านบาท เติบโต 28% โดยนายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLA เผยถึงผลดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ว่า บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 10,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวนทั้งสิ้น 2,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากช่องทางธนาคารมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 52 ช่องทางตัวแทนลดลงร้อยละ 11 และช่องทางอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 53 โดยบริษัทฯ มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบ่งตามช่องทางจำหน่าย คือ ช่องทางธนาคารร้อยละ 76 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 17 และช่องทางอื่น ๆ ร้อยละ 7

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป8,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 1,606 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 0.94 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 355 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 28 จากไตรมาส 1 ปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยเพิ่มขึ้น 294 ล้านบาท และมีรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้น 474 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานด้านการลงทุน ในไตรมาส 1 มีรายได้จากการลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 2,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333 ล้านบาท หรือร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ซึ่งเป็นผลจากกำไรสุทธิจากรายได้เงินปันผล โดยบริษัทฯมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เท่ากับร้อยละ 4.07 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.51 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและเงินปันผล (Investment Yield) ในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 3.78 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.48 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ฝั่งประกันวินาศภัยรายถัดมาในตลท.ที่ประกาศกำไรคือ บมจ. บีเคไอ โฮลดิ้งส์ หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI โดยBKIH ผลประกอบการพุ่งแรง ไตรมาส 1 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 1,153.7 ล้านบาท เติบโตถึง 101.9% โดยบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลรวม 9 บาทต่อหุ้น ด้านบริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 8,203.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,077.0 ล้านบาท

โดยดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท BKIH และบริษัท BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 8,203.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,006.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 122.5 และมีกำไรสุทธิที่ 1,153.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 101.9 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 10.85 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 1 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท และเงินปันผลพิเศษเฉพาะงวดในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท รวมเป็นจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 9.00 บาท ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569

ส่วนบริษัทBKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของBKIH ในไตรมาสที่ 1 มีรายได้จากการประกันภัย 8,203.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนร้อยละ 0.7

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กล่าวอีกว่า บีเคไอ โฮลดิ้งส์ และกรุงเทพประกันภัย พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในทุกมิติ ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีบนพื้นฐานของความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจด้วยการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างการเติบโตและสนับสนุนการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกันฝั่งนายหน้าประกันภัยที่จดทะเบียนในตลท.อย่าง TQM Alpha ก็โชว์ฟอร์มไตรมาส 1 มีรายได้เพิ่ม 4% และเร่งทรานส์ฟอร์มด้วย AI หนุนเป้า Jump+ เติบโตยั่งยืน โดยTQM เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1 ปี 2569 ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยรายงานรายได้รวม 1,017.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และมีกำไรสุทธิ 204.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่แข็งแกร่งระดับ 20.0% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจและความสามารถในการรักษาคุณภาพการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ต่อเรื่องนี้ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทีคิวเอ็ม อัลฟา เปิดเผยว่า “แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจยังมีความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความสามารถในการทำกำไร สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สำหรับแผนในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์ ‘Jump+’ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจประกันภัย ธุรกิจการเงิน และธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงานและขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคต พร้อมตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ย 5-7% ภายในปี 2571 ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

ส่วนดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา กล่าวว่า “การเติบโตในไตรมาสนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...