โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่บุญธรรม เศร้า เล่านาทีบีบหัวใจ ตามหาลูกสาว หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

Khaosod

อัพเดต 17 พ.ค. เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. เวลา 06.21 น.
แม่บุญธรรม เศร้า เล่านาทีบีบหัวใจ ตามหาลูกสาว หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

แม่บุญธรรม สุดเศร้า เล่านาทีบีบหัวใจ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ลูกสาวเด้งเตือนรัว ๆ หลังเกิดเหตุ รถไฟชนรถเมล์ เปิดสตอรี่สุดท้ายถ่ายบนรถเมล์ ขอให้มีปาฏิหาริย์

วันที่ 17 พ.ค.2569 นางวิภาดา จันทำ อายุ 59 ปี แม่บุญธรรมของหนึ่งในผู้สูญหายจากกรณี จากกรณีอุบัติเหตุ รถไฟตู้สินค้าชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ซึ่งกำลังตามหาลูกสาวชื่อ "น้องโรส" อายุ 25 ปี ที่ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

นางวิภาดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนกำลังตามหาลูกบุญธรรม ซึ่งตนมีลูกชาย 2 คน โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ ปรากฏว่านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของลูกสาวมันเด้งขึ้นมาเตือนตลอด ตอนนั้นตนยังอยู่บ้านที่ จ.อุบลราชธานี แต่เสียงมันดังและเด้งมาตลอด ตนจึงพยายามติดต่อหาน้อง แต่ติดต่อไม่ได้เลย

แม่บุญธรรม

แม่บุญธรรม สุดเศร้า เล่านาทีบีบหัวใจ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ลูกสาวเด้งเตือนรัว ๆ หลังเกิดเหตุ รถไฟชนรถเมล์ เปิดสตอรี่สุดท้ายถ่ายบนรถเมล์ ขอให้มีปาฏิหาริย์

ยอมรับว่า ตอนนั้นใจคอไม่ดีแล้ว แต่ก็พยายามโทรหาน้องเป็นสิบ ๆ สาย จนกระทั่งมีกู้ภัยรับสาย ปลายสายเขาก็ถามเราว่า "เป็นอะไรกับเจ้าของโทรศัพท์" เราก็บอกว่า "เป็นแม่" กู้ภัยจึงบอกว่า "น้องได้รับอุบัติเหตุ" เราก็พยายามถามต่อว่า "อุบัติเหตุอะไร"

เพราะปกติน้องออกไปทำงาน เราก็จะถามน้องตลอดว่าไปยังไง น้องก็จะบอกว่าขึ้นรถไฟฟ้าบ้างหรือนั่งรถจักรยานยนต์บ้าง แต่เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ตอนเกิดเหตุ ก็ไม่รู้ว่าน้องนั่งรถเมล์หรือไม่ แต่จากที่ดูสตอรี่ของน้อง ก็เห็นน้องเขานั่งรถเมล์ แล้วเอากระเป๋าวางไว้บนตัก แต่โทรศัพท์น้องเราก็ไม่รู้ว่าน้องถือหรือเอาไว้ตรงไหน เพราะท้ายที่สุดติดต่อได้ แต่เป็นกู้ภัยเป็นคนรับ

"เหตุการณ์นี้บีบหัวใจคนเป็นแม่มาก พอเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ มันทำอะไรไม่ถูก นั่งไม่ติด ได้แต่รีบเสิร์ชหาข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ส่งร่างกันไปที่โรงพยาบาลไหน จนกระทั่งตัดสินใจบินมาจากอุบลฯ เพื่อมากรุงเทพฯ ก่อนมาที่นี่

ยอมรับในใจก็ยังมีหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ลูกอาจจะตกหล่นตามโรงพยาบาล ขออย่าให้มีเหตุร้ายตามที่เราคิดเลย แม้ในใจจะไม่ดี เพราะกู้ภัยบอกว่า 3 ศพสุดท้าย มันมีร่างคนตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ อยู่ ซึ่งมันก็เหมือนกับร่างของลูกสาวเลย และตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ ก็ยังต้องรอ" แม่ กล่าว

นางวิภาดา กล่าวด้วยว่า ตนรักลูกคนนี้มาก ไม่รักได้ยังไง เราเลี้ยงมากับมือ และพ่อน้องเพิ่งเสียไปได้ 3 ปี ตอนนี้ต้องมาเสียน้องไปอีก ขอให้ไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้มีปาฏิหาริย์ อย่าให้มันเป็นแบบนี้ พร้อมยกมือไหว้ ขอพระคุณเจ้าคุ้มครอง

แม่บุญธรรม

สตอรี่ของผู้สูญหาย

น้องมีความฝันว่าอยากเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ และน้องจะกลับไปอยู่บ้านเลี้ยงเรา นี่คือความฝันของน้อง เพราะน้องเพิ่งกลับบ้านไปเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา และน้องก็กลับมาวันที่ 16 เม.ย. ช่วงสงกรานต์เราก็ยังคุยกันว่าอยากให้น้องไปทำงานรับราชการ อยากให้เดินตามรอยพ่อบุญธรรม แต่น้องก็ยังไม่อยากไป เขาอยากเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ เพราะกำลังสนุกและกำลังเก็บเงินอยู่

นางวิภาดา ยอมรับว่า น้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ห่วงเรื่องการเดินทางตลอด แต่พอน้องเรียนจบที่ ม.เกษตรฯ ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 น้องก็ไปฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง พอฝึกจบ โชคดีที่เขารับน้องเข้าทำงานเลย เพราะน้องมีความสามารถ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะน้องเป็นคนที่ระวังตัวมาก

"เหตุการณ์นี้มันโหดร้ายมาก ดูคลิปแล้วทำอะไรไม่ถูก มันสั่นไปหมด ขอภาวนาอย่าให้น้องอยู่ในรถเมล์คันนี้ หรือตามที่น้องลงสตอรี่เลย ความประมาทมันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หากดูจากภาพแล้ว ยังไงมันก็เป็นเพราะความประมาท แยกจุดเกิดเหตุเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นบ่อย ทุกอย่างไม่มีความระมัดระวังกันเลย อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย และอย่าให้มันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้นอีกเลย ฝากรัฐบาลด้วย"

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่บุญธรรม เศร้า เล่านาทีบีบหัวใจ ตามหาลูกสาว หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...