โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นอนหงายท้องไม่ให้ลูกกินนม นักวิทย์คาดวิธี ‘แม่วาฬเซาเทิร์นไรต์’ ประหยัดพลังงาน

Xinhua

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ประติมากรรมวาฬที่ริมชายฝั่งทะเลสาบลาโดกา ห่างจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซียไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร วันที่ 8 มี.ค. 2026)

ซิดนีย์, 8 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลียเปิดเผยผลวิจัยใหม่ที่พบว่าแม่วาฬเซาเทิร์นไรต์ (Southern right whale) อาจจำกัดการให้นมลูกด้วยวิธีนอนหงายท้อง เพื่อช่วยประหยัดพลังงานของร่างกายอันจำเป็นอย่างมาก โดยแม่วาฬเซาเทิร์นไรต์จะอดอาหารตลอดช่วงเลี้ยงลูกที่กินเวลานานหลายเดือน และอาศัยพลังงานที่สะสมไว้ในการออกลูก เลี้ยงลูก และเดินทางไกลหลายพันกิโลเมตรเพื่อกลับถิ่นฐานเลี้ยงลูก

คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย และมหาวิทยาลัยออร์ฮุสในเดนมาร์ก ใช้โดรนหลายลำบันทึกภาพคู่แม่ลูกวาฬเซาเทิร์นไรต์หลายสิบคู่ บริเวณน่านน้ำเฮดออฟไบท์ (Head of Bight) นอกชายฝั่งรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมอันน่าพิศวงของวาฬเซาเทิร์นไรต์ที่ชอบนอนหงายท้อง โดยแม่วาฬใช้เวลาราวร้อยละ 33 กับการพักผ่อน ขณะที่ลูกวาฬใช้เวลาราวร้อยละ 13 กับการพักผ่อน

การศึกษาพบว่าราวหนึ่งในสี่ของแม่วาฬกลุ่มสำรวจมักนอนหงายท้องชี้ฟ้าขณะพักผ่อนบนผิวน้ำหรือใกล้ผิวน้ำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เคยพบเจอในวาฬขนาดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ มาก่อน นอกจากนั้นคณะนักวิทยาศาสตร์สังเกตพบพฤติกรรมนี้เฉพาะในกลุ่มแม่วาฬที่อยู่ในช่วงให้นมลูก รวมถึงแม่วาฬตัวหนึ่งที่ท้องแก่มากแล้ว โดยยิ่งแม่วาฬนอนหงายท้องนานเท่าไร การให้นมลูกก็ยิ่งลดลงเท่านั้น บ่งชี้ว่าท่าทางนี้อาจช่วยแม่วาฬจำกัดการเข้าถึงหัวนมและบริหารจัดการพลังงานสำรองของตัวเอง

เรเน ฟาน นูร์ต จากสถาบันสมุทรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย กล่าวว่าการนอนหงายท้องอาจเป็นวิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายร้อนจัด เมื่อพิจารณาจากการที่วาฬเซาเทิร์นไรต์ไม่มีครีบหลังเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดอื่นๆ เช่น โลมา ซึ่งใช้ครีบดังกล่าวควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงถูกเรือชน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการตายของวาฬไรต์ เนื่องจากพวกมันต้องใช้เวลานานขึ้นในการพลิกตัวเพื่อหายใจและว่ายหนีเมื่อมีภัยคุกคามเข้ามาใกล้ โดยคณะนักวิทยาศาสตร์แนะนำเรือต่างๆ ชะลอความเร็วและรักษาระยะห่างเมื่อพบเจอพวกวาฬ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...