โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตปากีสถาน ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-การค้า-การท่องเที่ยว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.54 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตปากีสถานฯ เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นางรุคซานา อัฟซอล (H.E. Ms. Rukhsana Afzaal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ความสัมพันธ์ไทย - ปากีสถานมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน ทั้งนี้ ปากีสถานเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศในอนาคต

ด้านเอกอัครราชทูตปากีสถานฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยสำหรับการสนับสนุนและความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากไทยในประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ และร่วมกันผลักดันความร่วมมือในทุกมิติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โดยฝ่ายปากีสถานแสดงความสนใจแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากประเทศไทย รวมถึงการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญไทยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของปากีสถาน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยฝ่ายปากีสถานเสนอความร่วมมือด้านแรงงานทักษะขั้นสูง ซึ่งมีศักยภาพสนับสนุนความต้องการของไทย อาทิ บุคลากรด้านเทคโนโลยีและครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพกำลังคนของทั้งสองประเทศ

ในด้านค้าและการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีเห็นว่าปากีสถานเป็นตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชียใต้ และยังมีโอกาสขยายความร่วมมือได้อีกมาก โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมด้านบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ขณะเดียวกัน แนวทางการนำคณะภาคธุรกิจไทยเยือนปากีสถาน น่าจะเป็นอีกแนวทางสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน รวมทั้งยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการเดินทางระหว่างกัน ผ่านการเพิ่มเส้นทางบินระหว่างไทยกับปากีสถาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของรัฐบาลไทยในการทำงานร่วมกับปากีสถานอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจและการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตและผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...