โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าเงินบาทวันนี้ 8 ก.ค.69 เงินบาทเปิดอ่อนค่าแตะ 33.39 บาท รับตะวันออกกลางเดือด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เงินบาทเปิดเช้าวันนี้อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดจากเหตุโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันพุ่ง หนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดจับตารายงานการประชุม FOMC เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด ด้าน Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทยังเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า แต่มีแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดอ่อนค่า 33.39 บาท รับแรงกดดันตะวันออกกลาง

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้มากกว่าที่เคยประเมินไว้

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเมื่อคืนที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบ 33.23-33.41 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารของสหรัฐฯ และการยกเลิกใบอนุญาตขายน้ำมันดิบของอิหร่านอีกครั้ง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ปัจจัยดังกล่าวผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น พร้อมหนุนเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยับขึ้นแตะ 4.55% อีกครั้ง ขณะที่ราคาทองคำอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้เงินบาทเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง

บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) โดยตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงจากแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ หลังผลประกอบการของ Samsung Electronics ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ ประกอบกับกระแสข่าวว่าจีนเร่งพัฒนาชิป AI เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตต่างประเทศ

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 0.45% ส่วน Nasdaq ร่วง 1.16% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็เผชิญแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีเช่นกัน ส่งผลให้ดัชนี STOXX600 ลดลง 0.65%

จับตา FOMC Minutes ประเมินทิศทางเฟด

Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังรอรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC Minutes) ซึ่งจะประกาศในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย เพื่อใช้ประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะต่อไป

ปัจจุบันตลาดได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ เป็นประมาณ 38% จากราว 20% ในวันก่อนหน้า หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นและเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อ

มองเงินบาทยังเสี่ยงอ่อนค่า แต่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 33.50 บาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงประเมินว่า เงินบาทระยะสั้นจะเผชิญ Two-way Risk จากทั้งทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่ลุกลามจนกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีนัยสำคัญ เงินบาทอาจอ่อนค่าได้จำกัด โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่บริเวณ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และหากแข็งค่าหลุด 33.00 บาทต่อดอลลาร์ จึงจะเริ่มเปลี่ยนภาพแนวโน้มระยะสั้น

นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น หลังอ่อนค่าทะลุระดับ 162 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการปรับสถานะของนักลงทุนหรือการเข้าแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่นในระยะต่อไป

กรอบเงินบาทวันนี้

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่พัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง รายงานการประชุม FOMC และทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดมุมมองของตลาดต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...