โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุชา-ปชป.” เปิดตัว 5 นโยบายดัน“เมืองฟ้าอมร... and more” อาสาเชื่อมคน-เชื่อมเมือง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุชา-ปชป.” เปิดตัว 5 นโยบายดัน“เมืองฟ้าอมร… and more” อาสาเชื่อมคน-เชื่อมเมือง ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครที่”สะดวกขึ้น-สะอาดขึ้น-สบายขึ้น-มีรายได้มากขึ้น-ตรวจสอบได้มากขึ้น ยอมรับต้องทำงานหนักเพื่อเข้าถึงคน กทม.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปิดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา กทม. ในแคมเปญ “เมืองฟ้าอมร… and more” โดยกล่าวว่า นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา กทม.ของพรรค เรามุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแบบบูรณาการ พลิกโฉมการบริหารงานของ กทม. สู่องค์กรเชื่อมโยงทุกมิติของเมืองเพื่อให้ชาวกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน แนวคิด “แอน มอร์-And More” คือความมุ่งมั่นที่จะทำให้ กทม.ไม่ใช่แค่เป็นเมืองที่แก้ปัญหาไปวันๆ แต่ต้องเป็นเมืองที่ สะดวกขึ้น ,สะอาดขึ้น ,สบายขึ้น ,มีรายได้มากขึ้น และตรวจสอบได้มากขึ้น ตนพร้อมอาสาเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งระบบระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และประชาชนเข้าด้วยกัน ผ่าน 5 นโยบายหลักคือ 1. ”เดินทางสะดวก” มุ่งแก้ปัญหาการเดินทางที่ขาดความเชื่อมโยง มีเป้าหมายสำคัญคือ การผลักดันให้รถเมล์ ขสมก. โอนย้ายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม. โดยตรง เพื่อออกแบบเส้นทางเดินรถและรถไฟฟ้าเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด พร้อมจัดทำ ระบบขนส่งมวลชนรอง หรือการบริการขนส่งผู้โดยสารระยะสั้นเพื่อรับ-ส่งผู้คนจากตรอกซอกซอยหรือจุดเริ่มต้นทางไปยังสถานีขนส่งหลัก เช่น รถไฟฟ้า BTS, MRT หรือสนามบิน เพื่อการเดินทางที่ต่อเนื่องและไร้รอย(ระบบ Feeder) อย่างเป็นรูปธรรม นำรถ Shuttle Bus พลังงานไฟฟ้า (EV) มาใช้รับส่งประชาชนจากตรอกซอกซอย หรือหมู่บ้านเข้าสู่ระบบขนส่งหลัก โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจสอบเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจร เพื่อกำหนดเส้นทางเดินรถ รวมถึงการฟื้นฟูเส้นทางสัญจรทางน้ำด้วยเรือไฟฟ้า โดยจะรู้ว่า รถหรือเรือจะถึงป้านสถานีเวลาเท่าไหร่ หรืออีกกี่นาที และจะเร่งประสานรัฐบาลและเอกชนผลักดัน ใช้“ระบบตั๋วร่วม” ให้เกิดขึ้นจริงเพื่อลดภาระค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และพิจารณาสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่างๆ เน้นความโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน 2. ”เมืองสะอาด” พลิกโฉมระบบกำจัดขยะของ กทม. โดยศูนย์กำจัดขยะหลัก ทั้ง3 แห่ง คือ อ่อนนุช หนองแขม และสายไหม ต้องยกระดับเป็นระบบปิด 100% ควบคุมกลิ่นและน้ำเสียได้มาตรฐาน พร้อมผลักดันใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy) เพื่อลดการฝังกลบขนะ และกระจายศูนย์จัดการขยะไปยังกรุงเทพฯโซนเหนือ และโซนตะวันออก เพื่อลดระยะเวลา และมลพิษจากการขนส่ง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการตรวจจับรถควันดำ ควบคุมฝุ่นจากไซต์งานก่อสร้าง และการล้างถนนอย่างถูกวิธีเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

นายอนุชา กล่าวต่อว่า 3.“ใช้ชีวิตสบาย” โดยเพิ่มบ้านพักผู้สูงอายุเพื่อรองรับสังคมสูงวัย และต่อยอดระบบ Fast Track ให้สิทธิการทำฟัรกับผู้สูงอายุได้เร็วขึ้น ปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. ให้เป็นคลินิกชุมชนที่รักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้จริง นำระบบการปรึกษา-รักษาผ่านระบบออนไลน์ (Telemedicine)และการส่งยาถึงบ้านมาเพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ พร้อมนำพื้นที่รกร้าง หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของรัฐและเอกชน มาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะ ลานกีฬา( Co-working Space, AI Hub และ Art Space )รวมถึงจัดระเบียบทางเท้าและกำหนดโซนนิ่งการค้าขายและสถานบันเทิงให้ชัดเจน 4. “มีรายได้มากขึ้น” เร่งผลักดันการเพิ่มรายได้ให้แก่ กทม. เพื่อนำมาพัฒนาเมือง เช่น การจัดเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax) จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ,สร้างโครงการจ้างงานทุกช่วงวัย เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุวัยเกษียณกลับเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครเพื่อสร้างรายได้เสริม และยกระดับ กทม. สู่ Smart City ปรับระเบียบการขออนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็ว ลดขั้นตอนเพื่อการประกอบธุรกิจ และสนับสนุนเกษตรชานเมืองเพื่อสร้างรายได้ และ5. ”ตรวจสอบได้หมด” เน้นยึดมั่นในอุดมการณ์การเมืองสุจริตของพรรคปชป.นำแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” มาประยุกต์ใช้กับ กทม. เพื่อเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งบประมาณให้ประชาชนตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ รวมถึง ฝุ่น PM 2.5 และสภาพการจราจรแบบ Real-time พร้อมเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ของ กทม.ในพื้นที่สาธารณะเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

“นโยบายทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่แยกส่วนกัน แต่เป็นฟันเฟืองที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ผมเชื่อมั่นว่า กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ และผมพร้อมที่จะเป็นผู้ว่าฯ ที่เชื่อมเมือง เชื่อมคน และเชื่อมการทำงานทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเมืองฟ้าอมรที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน” นายอนุชา กล่าว เมื่อถามว่า ผลโพลระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นรอง นายอนุชา กล่าวว่า ตนเพิ่งเปิดตัวเป็นตัวแทนพรรคที่ลงสมัคร ต้องประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมเพื่อให้คน กทม. ทราบว่า มีตัวแทนว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขตของพรรคปชป. จึงต้องทำการบ้านหนักมากขึ้น ยังเหลือเวลาอีก 30 วัน ที่จะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ จึงยังตอบไม่ได้ว่า คนกทม.จะไว้วางใจหรือไม่ เพราะต่างโพลก็ต่างผลลัพท์ เพราะโพลเป็นส่วนหนึ่ง แต่ขอให้คนกทม. พิจารณาดูถึงความมุ่งมั่นทั้ง ผู้สมัครและนโยบายด้วย ไม่ใช่ดูแค่โพลอย่างเดียว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...