จับตาอิหร่านจัดพิธีฝังศพอดีตผู้นำสูงสุดยิ่งใหญ่ 'ของแท้หรือจัดฉาก'
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต จากการโจมตีของสหรัฐ-อิสราเอล ในการโจมตีระลอกแรก วันที่ 28 ก.พ. พิธีฝังศพจะเริ่มขึ้นสุดสัปดาห์นี้ในกรุงเตหะราน ส่วนขบวนแห่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าในเมืองกอมและมาชาด รวมทั้งมีพิธีในอิรักด้วย
“ประชาชนมหาศาลที่ออกมาร่วมขบวนแห่ผู้นำผู้พลีชีพและผู้พลีชีพคนอื่นๆ จะเป็นการลงประชามติต่อสาธารณรัฐอิสลามอีกครั้งหนึ่ง” อยาตอลเลาะห์ โมฮัมหมัด ไซดี ผู้นำละหมาดวันศุกร์ที่เมืองกอมกล่าวกับสื่อรัฐ
ถ้าพวกเขามองว่า นี่คือการลงประชามติ ทางการก็คงไม่ปล่อยให้ผลลัพธ์ออกมาตามยถากรรม พวกเขาหวังระดมผู้สนับสนุนเรือนล้านท่วมท้นในหลายเมือง โดยจัดเตรียมการขนส่ง ที่พัก และอาหาร เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของรัฐศาสนาหลังรอดพ้นจากสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นสงครามคุกคามการดำรงอยู่
มรณกรรมของคาเมเนอี และการขึ้นครองอำนาจของโมจตาบา บุตรชายของเขา ในฐานะผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของอิหร่าน ท่ามกลางความขัดแย้งกับศัตรูตัวฉกาจที่สุด ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ 47 ปีของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ โมจตาบา ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาของเขา ไม่มีภาพใหม่ปรากฏออกมาเลยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า เบื้องหลังภาพลักษณ์ของความสามัคคีและความจงรักภักดีนั้น การสนับสนุนจากประชาชนต่อสาธารณรัฐอิสลามได้เบาบางลงอย่างมาก
ทั่วประเทศอิหร่าน ประชาชนจำนวนมากต่างเบื่อหน่ายกับมาตรการคว่ำบาตรที่บีบคั้นเศรษฐกิจมานานหลายทศวรรษ และโกรธแค้นต่อการปราบปรามที่กระทำในนามของการปฏิวัติปี 1979 ซึ่งมีเพียงผู้สูงอายุเท่านั้นที่ยังจำได้ ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นคนหนุ่มสาว
ตอนที่ประชาชนลงถนนในเดือน ธ.ค.และ ม.ค. เพื่อประท้วงเพราะเงินเฟ้อสูง หลายคนตะโกนสาปแช่งให้คาเมเนอีเสียชีวิต ทางการปราบปรามด้วยการยิงผู้ประท้วงหลายหมื่นคน
หลังข่าวคาเมเนอีเสียชีวิตแพร่สะพัดออกช่วงวันแรกๆ ของสงคราม มีรายงานว่าชาวบ้านในเตหะรานต่างส่งเสียงโห่ร้องในบ้านด้วยความยินดีปรีดา
ตอนนี้กรุงเตหะรานกลับตึงเครียดและเงียบสงัด แตกต่างกันอย่างมากกับบรรยากาศงานศพของผู้นำสูงสุดคนก่อนอยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ โคไมนี
ตอนนั้น ผู้คนนับล้านร่ำไห้แห่กันไปรุมล้อมขบวนแห่ศพของโคไมนี บางคนปีนขึ้นไปบนรถพยาบาล ขาเปลือยของผู้นำผู้ล่วงลับโผล่ออกมาจากผ้าห่อศพ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติพยายามผลักดันฝูงชนออกไป
ซามิรา วัย 35 ปี ซึ่งสามีเป็นเจ้าของร้านอาหารในกรุงเตหะราน กล่าวว่า ครอบครัวของเธอไม่ได้วางแผนที่จะเข้าร่วมงานศพใดๆ และกำลังจะเดินทางออกจากเตหะรานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
“มันเหมือนกับว่าชีวิตหยุดนิ่งไปหมด และมีพวกบาซิจิอยู่ทุกหนทุกแห่ง” เธอกล่าว โดยหมายถึงองค์กรกองกำลังอาสาสมัครที่สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ
จัดขบวนแห่ในหลายเมือง
ในระบบการปกครองโดยผู้นำศาสนาของอิหร่านนั้น คาเมเนอีไม่ได้เป็นแค่ประมุของรัฐและผู้นำขบวนการปฏิวัติ แต่ผู้แทนบนโลกของอิหม่ามองค์ที่ 12 แห่งนิกายชีอะห์ ผู้ซึ่งหายตัวไปในศตวรรษที่ 9
การเสียชีวิตของคาเมเนอีจากการโจมตีของศัตรูนั้นสอดคล้องกับประเพณีการพลีชีพและการไว้ทุกข์อันทรงพลังของชาวชีอะห์ ซึ่งมีการจัดขบวนแห่ของผู้แสวงบุญสวมชุดดำและตีอกชกตัวระหว่างพิธีรำลึกทางศาสนาประจำปี
สัญลักษณ์อันทรงพลังนั้นปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนจากธงสีดำที่แขวนอยู่ตามท้องถนนในเมืองนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเขา และจากพิธีไว้อาลัยที่อ้างอิงถึงการพลีชีพของอิหม่ามฮุสเซน อิหม่ามคนที่ 3 ของนิกายชีอะห์
ในวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) คนงานในกรุงเตหะรานติดตั้งโปสเตอร์ใหม่เพื่อประกาศสนับสนุนโมจตาบา ผู้นำคนใหม่โดยมีภาพของ คาเมเนอี ผู้ล่วงลับ และกำปั้นปฏิวัติที่ชูขึ้นอยู่ด้านหลัง
สำหรับผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลาม การพูดถึงการพลีชีพไม่ใช่เพียงแค่คำพูดสวยหรู
“นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของผม” โมห์เซน วัย 24 ปี สมาชิกกลุ่มบาซิชในเตหะรานกล่าว
“ผมจำช่วงเวลาที่อิหม่ามโคไมนีเสียชีวิตไม่ได้ แต่พ่อของผมบอกว่าทั้งประเทศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและไว้อาลัย วันนี้ผู้คนก็ยังคงไว้ทุกข์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะผู้นำของเราได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ” เขากล่าวเสริม
เจ้าหน้าที่และบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ รวมถึงจากรัสเซียและจีน จะร่วมแสดงความอาลัยในงานวันศุกร์ (3 ก.ค.) นี้ด้วย
ในวันเสาร์ (4 ก.ค.) ร่างของคาเมเนอีจะถูกนำไปยังมัสยิดเตหะรานเป็นจุดแรกในพิธีศพที่จัดขึ้นทั่วประเทศ ร่างของลูกสาวคาเมเนอี ลูกเขย และหลานสาวของเขา รวมถึงลูกสะใภ้ ภรรยาม่ายของผู้นำคนใหม่ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งเดียวกัน จะถูกนำไปพร้อมกันด้วย
โรงแรมต่างๆ เสนอส่วนลด 50% โรงเรียน มัสยิด และสนามกีฬาถูกเตรียมพร้อมให้เป็นที่พักพิงแก่ผู้มาร่วมไว้อาลัย และรถโดยสารและรถไฟถูกเปลี่ยนเส้นทางเพื่อรองรับงาน
หลังจากขบวนแห่ครั้งใหญ่ในใจกลางกรุงเตหะรานในวันจันทร์ (6 ก.ค.) ร่างจะถูกนำไปยังเมืองกอม เมืองศูนย์กลางการศึกษาของนิกายชีอะห์ในอิหร่าน เพื่อประกอบพิธีในวันอังคาร (7 ก.ค.)
จากนั้นจะมีการจัดพิธีในเมืองศักดิ์สิทธิ์นาจาฟและเคอร์บาลาของอิรักในวันพุธ (8 ก.ค.) โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญจากเครือข่ายตัวแทนชีอะห์ของอิหร่านในภูมิภาค ร่างของเขาจะถูกฝังในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) หลังจากการแห่ศพอีกครั้ง ที่เมืองมาชาด ใกล้กับสุสานของอิหม่ามเรซา ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมากในอิหร่าน
การรักษาความปลอดภัยจะเป็นไปอย่างเข้มงวด มีการควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ชั่วคราวพร้อมทั้งขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรงหากสหรัฐหรืออิสราเอลกลับมาโจมตีอีกครั้ง
“เรากำลังแสดงพลังให้อเมริกาและชาติอื่นๆ เห็นตามวิถีทางของเรา” โฮสเซ็น เคอิรี ทหารผ่านศึกอิรักปี 1980-1988 วัย 63 ปี กล่าวขณะยืนอยู่ใต้โปสเตอร์ของคาเมเนอีในกรุงเตหะราน