“หุ้นโลก” ดิ่งต่ำสุดรอบกว่า 1 เดือน สงครามอิหร่าน-แรงขายหุ้น AI เขย่าตลาด
"หุ้นโลก" ดิ่งต่ำสุดรอบกว่า 1 เดือน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรง แรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและ AI ยังคงกดดันตลาด ท่ามกลางเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 10.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน ขณะที่แรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรุนแรงขึ้น และสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณยุติ ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนี MSCI All Country World Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับตัวลดลงมากถึง 0.3% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม ส่วนดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงลง 1.6% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากกองกำลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีขึ้นในเดือนเมษายนแทบจะสิ้นสุดลง
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งถูกมองเป็นตัวชี้วัดการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างปรับตัวลงมากกว่า 1%
อีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนคือราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวขึ้น 1.6% สู่ระดับประมาณ 94.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงแตะระดับราว 4,060 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จากความกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะผลักดันอัตราเงินเฟ้อและนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทรงตัวหลังจากเผชิญแรงขายในวันพุธ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศ G10
นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับสูง การกระจุกตัวของเม็ดเงินลงทุนในหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง และกระแสการเสนอขายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด ซึ่งเริ่มสร้างแรงกดดันต่อการปรับขึ้นของตลาดหุ้นที่เคยทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในปีนี้
ขณะเดียวกันนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้กำลังปรับเพิ่มการคาดการณ์ต้นทุนการกู้ยืม ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดี และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในสัปดาห์หน้า
นายคริส โบแชมป์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ IG กล่าวว่า นักลงทุนยังคงวิตกกังวล และไม่มีใครต้องการรีบเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดอ่อนตัว โดยมองว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อในระยะสั้น แม้ภาพรวมแนวโน้มหลักยังไม่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนในเอเชียเริ่มทรงตัวขึ้น หลังสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Nasdaq 100 ลบการขาดทุนในช่วงแรกและกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับเดิม ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปยังมีแนวโน้มเปิดลบราว 1%
ดัชนีความผันผวน CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมในอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองต่อเนื่องจากปฏิบัติการเมื่อวันอังคารที่เป็นการตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐถูกยิงตก สะท้อนถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน
นายจอช กิลเบิร์ต นักวิเคราะห์ของ eToro กล่าวว่า นักลงทุนอยู่กับความขัดแย้งดังกล่าวมาหลายเดือนแล้ว ทำให้ข่าวใหม่แต่ละระลอกสร้างแรงตกใจน้อยลงกว่าช่วงแรก แม้ตลาดจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง แต่ก็เกิดขึ้นหลังจากเผชิญแรงกดดันอย่างหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ในตลาดสหรัฐฯ หุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง Nvidia และบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดในปีนี้ ต่างปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ขณะที่ Oracle อ่อนตัวลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังรายงานค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ด้านค่าเงินเยนเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160.5 เยนต่อดอลลาร์ หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่านายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และคาดว่าจะไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้าได้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงเชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยแม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับลดลงชั่วคราวหลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ แต่ก็กลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งตามทิศทางราคาน้ำมัน
นายสกายเลอร์ ไวแนนด์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Regan Capital ระบุว่า ความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยได้ถูกตัดออกจากสมการไปแล้ว แม้ตลาดจะเริ่มพูดถึงโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เขามองว่า เฟดไม่น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ
ในด้านข่าวบริษัท SpaceX ได้รับคำสั่งจองซื้อหุ้น IPO มากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายกว่า 4 เท่า โดยบริษัทเสนอขายหุ้น 555.6 ล้านหุ้น ที่ราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์ และประเมินมูลค่ากิจการไว้ราว 1.8 ล้านล้านดอลลาร์
ขณะที่หุ้นของ Super Micro Computer ร่วงลงหลังบริษัทประกาศแผนระดมทุน 7,000 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ส่วนหุ้นบริษัทขนส่งรายใหญ่หลายแห่งปรับตัวลดลง หลัง Amazon ประกาศขยายบริการขนส่งของตนเองเพิ่มเติม ซึ่งสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์โดยรวม
อ้างอิง : bloomberg.com