เงินบาทอ่อนค่า ใกล้ 33 บาท ตลาดจับตา CPI สหรัฐฯ-ตะวันออกกลางเดือด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท พลิกกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง หลังจากที่ทยอยแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับ 32.75 ต่อดอลลาร์ ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้น จากการที่สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้ที่อิหร่านใช้โดรนโจมตีเฮลิคอปเตอร์ Apache ของสหรัฐฯ
จนตกลงในพื้นที่แถวช่องแคบ Hormuz (ทางการสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือนักบินได้อย่างปลอดภัย) ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบรีบาวด์สูงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ล่าสุด ราคาทองคำได้ปรับตัวลงเข้าใกล้โซน 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมาอีกครั้ง จากการที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ตก จนทำให้สหรัฐฯ โจมตีตอบโต้ ได้กดดันให้ ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะทยอยลดความเสี่ยงลง โดยเฉพาะในช่วงก่อนรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED สะท้อนจากแรงขายบรรดาหุ้นเทคฯ อาทิ Apple -3.6% และ Tesla -3.0% รวมถึงบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่าง AMD -3.0% เป็นต้น ส่งผลให้ โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.26% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลง -0.97%
ตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและบรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม หลังอิหร่านได้ยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ตก จนนำไปสู่การโจมตีตอบโต้กลับจากฝั่งสหรัฐฯ ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดมีความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 100 จุด อีกครั้ง (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.6 -100.1 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่หนุนการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ ยังคงสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ทำให้ราคาทองคำทยอยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สู่โซน 4,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ อย่าง WTI ได้บ้าง
ส่วนทางฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของจีน ในเดือนพฤษภาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมุมมอง “Cautiously Optimistic” ต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เราประเมินว่า หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาดชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI จะทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยอาจให้โอกาสไม่น้อยกว่า 25% ที่ FED จะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ หนุนให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกดดันราคาทองคำและเงินบาทได้พอสมควร ซึ่งเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก โดยโซนแนวต้านถัดไปอาจอยู่ในช่วง 33.15-33.25 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ในกรณีที่ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่า เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์อาจถูกชะลอลงบ้าง หากผู้เล่นในตลาดยังมีความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นในตลาดเลือกทยอยขายทำกำไรสถานะ Short JPY (มองเงินเยนอ่อนค่า) แต่อาจคงสถานะเก็งกำไรธีมดังกล่าว ผ่าน Options ไว้บ้าง โดยเรามองว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเลือกที่จะเข้าแทรกแซงอย่างมีนัยสำคัญ หากเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงต่อเนื่อง และภาพ Macro เริ่มเอื้ออำนวยต่อการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลางทยอยคลี่ลคายลง การเจรจาหยุดยิงคืบหน้ามากขึ้น รวมถึง ตลาดทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด เป็นต้น
ทั้งนี้ เราเริ่มเห็นว่า แม้ราคาทองคำจะมีจังหวะรีบาวด์สูงขึ้น แต่กลับไม่ได้ช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทมากนัก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ผู้เล่นในตลาดอาจทยอยเข้าซื้อราคาทองคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากมีกระแสข่าวสถานการณ์ในตะวันออกกลางเชิงบวก หรือราคาทองคำอาจรีบาวด์สูงขึ้นต่อเนื่อง จากการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่จะมาพร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทำให้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจถูกชะลอลงได้บ้าง จากโฟลว์ธุรกรรมเข้าซื้อทองคำของผู้เล่นในตลาด
"มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.75-33.15 บาท/ดอลลาร์"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.98 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”
เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.77 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่า ใกล้ 33 บาท ตลาดจับตา CPI สหรัฐฯ-ตะวันออกกลางเดือด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com