ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ส่งยาต้านพิษในระบบ สปสช. ช่วยผู้ป่วยเหตุร้านก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ
(10 มิ.ย. 69) จากกรณีมีประชาชนหลายรายเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแห่งหนึ่งในบ้านพรสวรรค์ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จนต้องนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วนนั้น นพ.นพรัตน์ พันธุเศรษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 8 อุดรธานี กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีได้ให้คำปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโดยตรง ทั้งด้านการประเมินอาการ การวินิจฉัยภาวะพิษ และแนวทางการใช้ยาต้านพิษ พร้อมประสานส่ง “ยา Methylene blue” หรือ เมทิลีน บลู ไปยังโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยทันที ส่งผลให้ผู้ป่วยอาการรุนแรง 5 รายได้รับยาต้านพิษตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อย่างทันท่วงที
นพ.นพรัตน์ กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ป่วยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สปสช. และโรงพยาบาลอุดรธานี ที่ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การประเมินอาการ การวินิจฉัย การให้คำปรึกษาทางพิษวิทยา การจัดส่งยาต้านพิษ ไปจนถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
“ขอชื่นชมทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลอุดรธานีที่ระดมสรรพกำลังดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสมตามมาตรฐานทางการแพทย์ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพและเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินของประเทศ ที่สามารถเชื่อมโยงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากส่วนกลางสู่พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที” ผอ.สปสช.เขต 8 อุดรธานี กล่าวและว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าระบบยาต้านพิษของประเทศสามารถสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศ
นพ.นพรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบยาต้านพิษของประเทศไทย เกิดจากความร่วมมืออันดีระหว่าง สปสช. และ ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานเครือข่าย เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 จากการเล็งเห็นว่า ยาต้านพิษหลายรายการเป็น “ยากำพร้า” ที่มีปริมาณการใช้น้อย ไม่ทำกำไร บางรายการไม่มีบริษัทนำเข้าหรือผลิตตามระบบตลาดปกติ แต่เป็นยาที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับพิษ
“ยาต้านพิษเป็นยาที่โรงพยาบาลทุกแห่งไม่สามารถสำรองเองได้ครบถ้วน เพราะบางรายการใช้ไม่บ่อย มีราคาแพง หรือแม้มีเงินก็อาจจัดซื้อไม่ได้ทันที หากไม่มีระบบกลาง ผู้ป่วยอาจเสียโอกาสในการรักษา สปสช. และศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีจึงร่วมกันจัดระบบตั้งแต่การคัดเลือกรายการยาที่จำเป็น การจัดหา การสำรองยา การกระจายยาไปยังเครือข่ายทั่วประเทศ และการให้คำปรึกษาทางพิษวิทยาแก่แพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษาเข้าถึงยาที่จำเป็นได้ทันเวลา” ผอ.สปสช.เขต 8 อุดรธานี กล่าว
ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการปรึกษากรณีผู้ป่วยได้รับพิษ สามารถติดต่อศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สายด่วน 1367 ตลอด 24 ชั่วโมง