โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจทย์ใหม่รัฐบาลดิจิทัลใช้ AI ล้างคอรัปชั่น ‘Big Data’ สายสืบแกะรอยขรก.นอกแถว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐบาลอนุทินรับลูก กกร. โจทย์ใหม่รัฐบาลดิจิทัลส่ง AI ล้าง กระบวนการทุจริต มอบ ‘Big Data’ เป็นสายสืบแกะรอยข้าราชการนอกแถว

ในอดีต ภาพจำของการต่อต้านการทุจริตในระบบราชการไทย มักเป็นการ "ไล่จับโจร" หลังจากความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว แต่ในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลขับเคลื่อนโลก นโยบายปราบโกงกำลังถูกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่มิติใหม่ หลังการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญเมื่อรัฐบาลตัดสินใจรับข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ขับเคลื่อนระบบ "Open Data" หวังทลายคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

เมื่อ "ความกังวล" ของเอกชน ถูกเปลี่ยนเป็น "วาระแห่งชาติ"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนและความกังวลใจของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการอย่างจริงจัง ปัญหาการทุจริตไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของคนไม่กี่คน แต่เป็นปัญหา "เชิงโครงสร้าง" ที่สั่งสมมานาน ทั้งข้อกฎหมายที่ล้าสมัย และกระบวนการอนุมัติ-อนุญาตที่เอื้อให้เกิดการใช้ดุลพินิจ

"ถ้าเขาทำคอร์รัปชันแล้วออกมาเป็นความสำเร็จ ก็ต้องมีการตรวจสอบกลับไป เพราะว่าโจรต้องทิ้งร่องรอย " นี่คือถ้อยของนายกรัฐมนตรี ที่ส่งสัญญาณเตือนไปถึงข้าราชการและนักการเมืองทุกคน

รัฐบาลจึงมีคำสั่งตั้ง "คณะกรรมการประสานงานการต่อต้านการทุจริต" เพื่อเดินหน้าปฏิรูปกฎหมาย จัดระบบอนุมัติอนุมัติใหม่ และเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยให้สง่างามในเวทีโลก

ผ่าแผน 6 ประการจาก กกร. "Zero Corruption" ที่ทำได้จริง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ตอบรับข้อเสนอจากคณะทำงาน Zero Corruption ของ กกร. และเครือข่าย ทั้ง 6 ด้าน เพื่อนำไปปรับปรุงกลไกภายในของรัฐ โดยมุ่งเน้นการปฏิรูปตั้งแต่ฐานราก ดังนี้

  • การปลูกฝังจิตสำนึก: สร้างวัฒนธรรมการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนในทุกระดับชั้น
  • นโยบายคุมจุดเสี่ยง: ออกมาตรการและระบบกำกับดูแลภายในที่ชัดเจนในจุดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงานบุคคล และการออกใบอนุญาตต่าง ๆ
  • ระบบบริหารความเสี่ยง: ใช้เครื่องมือระบุและป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทางก่อนจะเกิดความเสียหาย
  • การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data): หัวใจสำคัญของการลดคอร์รัปชันเชิงระบบ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบ และนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อได้ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
  • เทคโนโลยี Big Data และ AI: นำระบบอัจฉริยะมาใช้ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงาน และสนับสนุนการตรวจสอบแบบ Real-time
  • แนวทางการร้องเรียนและคุ้มครองพยาน: พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมมาตรการคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูลอย่างปลอดภัย

หมดยุค "เปิด ๆ ปิด ๆ" สั่งล้างกฎหมายปิดกั้นข้อมูล

ความน่าสนใจอยู่ที่การสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ไปสั่งเปิดข้อมูลภาครัฐทั้งหมด โดยนายอนุทินย้ำว่า กฎหมายปัจจุบันอนุญาตให้เปิดเผยได้อยู่แล้ว ส่วนไหนที่เป็นอุปสรรคให้รีบแก้ไข ไม่จำเป็นต้องมาเปิด ๆ ปิด ๆ เลือกเปิดเฉพาะส่วนที่อยากให้รู้

การขับเคลื่อนกลไก "Open Government" ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี AI ในการกวาดต้อนพฤติกรรมมิชอบในระบบราชการครั้งนี้ ถือเป็นยาแรงที่ภาคเอกชนรอคอยมานาน

บทสรุป: สงครามปราบโกงใน พ.ศ. 2569 นี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการไล่จับผิดเป็นรายคน แต่เป็นการเปลี่ยน "สปอตไลท์" ให้ส่องสว่างทั่วทั้งระบบราชการไทย เพราะเมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกกางไว้บนโลกออนไลน์อย่างโปร่งใส โอกาสที่โจรจะทิ้งร่องรอยย่อมง่ายขึ้น และพื้นที่สำหรับคนโกงก็จะหมดไปในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...