‘ชัยวัฒน์’ เปิดตัว Bangkok Red Flag AI ระบบจับโกง กทม.
"ชัยวัฒน์" เปิดตัว Bangkok Red Flag AI ระบบจับโกง กทม. ลั่นพึ่งคนดีอย่างเดียวไม่พอ
กรุงเทพฯ หวังพึ่งคนดีอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างระบบให้คนโกงยาก ‘ชัยวัฒน์’ ชูระบบ “Bangkok Red Flag AI” สามารถตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง ให้โปร่งใส ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ วันนี้ (19 พ.ค.) ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว “กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง” ที่อาคารอนาคตใหม่
ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัส เรื้อรัง คู่กับประเทศไทยมาเนิ่นนาน เป็นปัญหาที่บ่อนทำลายความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย มีงบประมาณใส่ไปเท่าไหร่ก็รั่วไหลสู่กระเป๋าคนอื่น ถึงประชาชนเพียงหยิบมือ ทำให้การพัฒนาต่างๆ และการใช้งบประมาณสำหรับการให้สวัสดิการหรือการพัฒนาประเทศ ไม่สามารถทำได้เต็มที่ เมื่อเร็วๆ นี้ ภาคเอกชนได้มีการสะท้อนออกมาว่ามีการทุจริตเพิ่มมากขึ้น และเมื่อวานนี้ ป.ป.ช. ก็ได้ชี้มูลอดีตข้าราชการหน้าฝ่ายโยธาของ กทม. สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาให้กับประเทศไทยมาโดยตลอด
สำหรับ กทม. เรามีงบประมาณกว่า 100,000 ล้านบาท พรรคประชาชนคำนวณแล้วว่าหากแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่เรื้อรัง จะสามารถคืนเงินให้กับคนกรุงเทพฯ ได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท โดย 10,000 ล้านบาทแรก มาจากการป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในการทำโครงการจ้าง จากการโกงกินงบประมาณ และอีก 10,000 ล้านบาท มาจากการประหยัดเงินและแก้ไขปัญหาการเรียกรับสินบน หรือเรียกรับส่วย วันนี้ตนในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน จึงขอนำเสนอวิสัยทัศน์ “กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง” และเปิดตัวเครื่องมือ AI เพื่อยกระดับการตรวจสอบงบประมาณและปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน
ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าการวางระบบที่ดี ต่อให้มีใครจะโกงก็ทำได้ยาก สำหรับ กทม. ที่ผ่านมาเราเลือกตั้งกันไม่รู้กี่ครั้ง ได้ผู้ว่าฯ ที่เราเชื่อว่าเป็นคนดี แต่ทำไมปัญหาการทุจริตใน กทม. ไม่เคยหมดไป สมัยผู้ว่าฯ สมัคร มีคดีการทุจริตโครงการรถและเรือดับเพลิง มูลค่า 6,600 ล้าน สมัยผู้ว่าฯ อภิรักษ์ มีคดีทุจริตฮั้วประมูลโครงการก่อสร้าง 16 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้าน สมัยผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ มีคดีฮั้วจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 30 ปี วงเงิน 190,000 ล้าน
สมัยผู้ว่าฯ อัศวิน มีคดีทุจริตไฟประดับลานคนเมือง 39 ล้านบาท และปัญหาความผิดปกติของสัญญาก่อสร้างโรงขยะ จนรองผู้ว่าฯ ในขณะนั้นต้องขอลาออก .%
สมัยผู้ว่าฯ ปัจจุบัน ก็มีหลายโครงการที่มีพฤติการณ์ส่อทุจริตและฮั้วประมูล ไม่ว่าจะเป็นโครงการเช่ารถขยะ EV เกือบ 4,000 ล้าน ที่ร้ายแรงถึงขนาด ป.ป.ช. ต้องทำหนังสือถึง ครม. ให้ตรวจสอบ หรือโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ลู่วิ่ง มูลค่ากว่าร้อยล้านบาทที่ค้านสายตาคนทั้งประเทศ และโครงการซ่อมสภา กทม. มูลค่า 194 ล้านบาท ที่ สก. ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ได้ออกมาเปิดโปงว่ามีการใส่พื้นที่ทิพย์เข้าไป ทำให้ขนาดพื้นที่อาคารเกินกว่าขนาดจริงหลายเท่า
จะเห็นได้ว่าการทุจริตมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย เพราะฉะนั้นจะหวังพึ่งแต่คนดีอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องสร้างระบบที่ดี ที่แม้คนอยากจะโกงก็โกงไม่ได้ วันนี้ตนในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ พรรคประชาชน จะมาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ โดยเป้าหมายของพรรคประชาชนคือการตัดตอนการทุจริตคอร์รัปชันเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
ก่อนอื่นนั้น ตนขออธิบายกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเทคนิคการทุจริตเสียก่อน ซึ่งถ้าสรุปง่ายๆ เป็น 4 ขั้นตอน 1. คิดโครงการ แล้วล็อกสเปก 2. จัดทำราคากลาง มีการปั่นราคากลางให้สูงเกินจริง และนำข้อมูลเหล่านี้ไปนำเสนอเป็นญัตติงบประมาณ เสนอต่อสภา กทม. ในการพิจารณา 3. ออก TOR โดยมีการล็อกเงื่อนไข และ 4. มีการฮั้วประมูลเกิดขึ้น
โดยทั้งหมดนี้ไม่สามารถจับได้ เพราะเอกสารคำของบประมาณที่ฝ่ายบริหารทำขึ้นมาเพื่อส่งให้กับสภาพิจารณามีอยู่เยอะมาก ส่วนมากเป็นกระดาษ หรือถ้าเป็นไฟล์ก็จะเป็นรูปภาพ ซึ่งไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่จะสามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประมวลผลได้ การที่จะให้คนมาตรวจสอบภายใต้เวลาอันจำกัด จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่หลุดรอด การทุจริตจึงถูกซ่อนเร้นได้ง่าย เพราะข้อมูลจากฝ่ายบริหารไม่ได้มาในรูปแบบ machine readable
ชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ดังนั้น สิ่งที่ตนและทีมบริหารจะทำเพื่ออุดรอยรั่ว คือการนำระบบ “Bangkok Red Flag AI” เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง ให้โปร่งใสตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งระบบนี้ประกอบด้วย
1. การจัดทำคำของบประมาณจากฝ่ายบริหาร ที่ต้องเสนอต่อสภาให้เป็น machine readable เพื่อส่งลง AI ให้ AI นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบได้ง่าย ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น
2. Red Flag การล็อกสเปก โดยใช้ AI เข้าไปตรวจหาและระบุสเปกต่างๆ ว่ามีการจำกัดสเปกแคบเกินไป ทำให้คนสามารถเข้ามาตรวจสอบว่าโครงการดังกล่าวมีความผิดปกติหรือไม่
3. Red Flag ราคาแพง โดยใช้ AI เข้ามาตรวจสอบราคา โดยเปรียบเทียบราคาสิ่งที่จัดซื้อกับฐานข้อมูลการจัดซื้อในอดีตของหน่วยงานรัฐ เช่น การจัดซื้อลู่วิ่งจาก 1.5 แสน และราคาพุ่งขึ้นในยุคนี้ถึง 7 แสนบาท เป็นต้น
4. จัดทำแคตตาล็อกราคา โดยมีการสร้างฐานข้อมูลที่เป็นราคาจริงเพื่อปิดช่องโหว่ในการสืบราคากลาง
5. Red Flag TOR โดยให้ AI เข้ามาอ่าน TOR แล้ววิเคราะห์คะแนนความเสี่ยงในการทุจริต เช่น มีการกีดกันคู่แข่งขันหรือไม่ หรือกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบเพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ฯลฯ
6. Red Flag เครือข่ายใกล้ชิด โดยใช้ AI เข้ามาตรวจสอบบริษัทที่เสนอราคาเข้ามา ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เช่น มีหลายบริษัทประมูล แต่มีกรรมการคนเดียวกัน ที่อยู่บริษัทแห่งเดียวกัน เราสามารถนำ AI มาใช้ตรวจสอบได้
7. ตรวจสอบ DNA เอกสาร เพื่อตรวจพบความผิดปกติจากไฟล์ดิจิทัลที่เอื้อต่อการทุจริตได้
ชัยวัฒน์ย้ำว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเริ่มจากฝ่ายบริหาร โดยฝ่ายบริหารจะต้องเป็นผู้ที่มีเจตจำนงในการทำเรื่องเหล่านี้ สำหรับพรรคประชาชนได้แสดงให้เห็นที่ อบจ. ลำพูน ซึ่งใช้งบจัดซื้อต่ำกว่าราคากลางมากที่สุดในประเทศที่ 26.7% และสามารถประหยัดงบประมาณได้มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ส่วนกทม. จัดซื้อต่ำกว่าราคากลางเพียง 2%
ชัยวัฒน์กล่าวปิดท้ายว่า วันนี้เราพึ่งคนดีไม่พออีกต่อไป แต่เราต้องพึ่งระบบที่ดี ระบบที่แม้แต่ตนกับทีมบริหารของพรรคประชาชน หรือผู้ว่าฯ คนไหนในอนาคต ก็ไม่สามารถโกงได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทิ้งเก้าอี้สภาลุยเสาชิงช้า! ชัยวัฒน์ ลาออก สส. เตรียมสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. 69
- โจ ชัยวัฒน์ ประกาศ! ชิงผู้ว่าฯ กทม. แบบไร้ป้ายหาเสียงบนถนนแม้แต่แผ่นเดียว
- ‘ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร’ โพสต์แสดงความเสียใจ ปมเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์
ติดตามเราได้ที่