โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช. จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ ปรับปรุงแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำท่าจีน (2566–2580) ชูแนวคิด SEA บูรณาการมิติ ศก.-สังคม-สิ่งแวดล้อม

สยามรัฐ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำท่าจีน ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566–2580) อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับการวางแผนบริหารจัดการน้ำ ผ่านกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อสภาพปัญหาและข้อจำกัดของลุ่มน้ำท่าจีน ทั้งในมิติของน้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ รวมถึงการพิจารณาว่าแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำที่ดำเนินการอยู่และสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนได้เพียงใด การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำท่าจีนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายวรัตม์ มาประณีต กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาของลุ่มน้ำท่าจีนในแต่ละปีมีลักษณะแตกต่างกันตามสภาพภูมิอากาศ เช่น สภาวะเอลนีโญ ที่อาจนำไปสู่การขาดแคลนน้ำ ขณะที่บางปีเกิดอุทกภัยจากปริมาณน้ำสูง ดังนั้น การจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำท่าจีนจึงต้องมองทั้งภาพรวมระยะยาว และความผันผวนรายปี เพื่อให้สามารถกำหนดแผนปฏิบัติการรองรับปัญหาได้อย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

นายศราวุธ สากล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 กล่าวว่า การปรับปรุงแผนแม่บทครั้งนี้จะนำกระบวนการ SEA มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ ข้อมูลที่ได้รับจากเวทีปฐมนิเทศจะถูกนำไปใช้กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตลอดจนพัฒนาเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางจัดทำแผนแม่บทที่สะท้อนทั้งมุมมองจากระดับนโยบายและความต้องการจากพื้นที่

ทั้งนี้กระบวนการมีส่วนร่วมภายใต้กรอบ SEA จะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 12 กลุ่ม โดยโครงการไม่ได้พิจารณาเฉพาะด้านวิศวกรรมเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ภายหลังเวทีปฐมนิเทศครั้งนี้ โครงการจะดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง และจัดประชุมกลุ่มย่อยอีก 3 ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์รากของปัญหา และพัฒนาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำท่าจีนในระยะยาว

ผศ.ดร.ทรงศักดิ์ ภัทราวุฒิชัย ผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า พื้นที่ศึกษาของโครงการครอบคลุมลุ่มน้ำท่าจีนใน 13 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำใกล้เคียง ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง โดยจะรวบรวม ประเมิน และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อระบุสภาพปัญหาและจุดวิกฤตของลุ่มน้ำท่าจีนอย่างเป็นระบบ ทั้งปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความเสี่ยงด้านภัยแล้งในพื้นที่ตอนกลาง และปัญหาคุณภาพน้ำในช่วงท้ายของลุ่มน้ำ

ผศ.ดร.ทรงศักดิ์ ภัทราวุฒิชัย กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้คาดหวังว่าจะช่วยชี้ให้เห็นต้นตอของปัญหาในแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และโครงการที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการน้ำได้ตรงจุด ทั้งในระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้ลุ่มน้ำท่าจีนมีความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...