“ปณท”ผนึก บิ๊กค้าปลีก-การเงิน ขยาย EMS Point ส่งด่วนสุดสะดวก 5 หมื่นจุดทั่วประเทศ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยจับมือกับกลุ่มธุรกิจที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ บริการทางการเงิน เครือข่ายบริการสาธารณูปโภค เพื่อขยายจุดให้บริการ EMS เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบัน EMS Point กว่า 80% เปิดให้บริการลูกค้าในจุดของเครือข่ายพันธมิตรอาทิ Lotus’s (โลตัส) CJ (ซีเจ) Big C (บิ๊กซี) Tops (ท็อปส์) NT Jiffy (จิ๊ฟฟี่) และศรีสวัสดิ์ ซึ่งถือเป็นการปรับโมเดลโครงข่ายจากการลงทุนเปิดสาขาแบบเดิมสู่การร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความครอบคลุม ความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้บริการในทุกมิติ
ซึ่งล่าสุดในปี 69 จะขยายจุด EMS Point เพิ่มเป็น 5,000 จุด โดยไปรษณีย์ไทยคาดว่า จากการขยายเครือข่ายและการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ จะส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการส่งด่วน EMS จากจุดบริการ EMS Point เติบโตอย่างต่อเนื่องในเชิงรายได้ 23.79% เชิงปริมาณ 27.02% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
“ไปรษณีย์ไทยยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลพันธมิตรที่ช่วยให้สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการในหลายด้าน สามารถบริหารเวลาได้มีประสิทธิภาพและนำเวลาไปโฟกัสกับการขายหรือพัฒนาสินค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าถึงจุดให้บริการได้ง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการจัดส่งสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการปิดการขายได้ในระยะเวลาที่สั้นลง ในขณะเดียวกันเจ้าของจุด EMS Point ก็ได้รับรายได้จากค่าตอบแทนในอัตราสูงสุด 40 บาทต่อชิ้น เป็นการสร้างรายได้เสริมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเปิดจุดให้บริการ เนื่องจากไปรษณีย์ไทยจะสนับสนุนในเรื่องของระบบรับฝาก การเข้ารับสิ่งของที่ลูกค้าฝากส่ง ณ จุดให้บริการ อุปกรณ์การให้บริการ และสื่อประชาสัมพันธ์ จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนในการเปิดจุดให้บริการอีกด้วย”
ดร.ดนันท์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโครงข่าย EMS Point Post Service ร้านไปรษณีย์ไทย และ ที่ทำการไปรษณีย์ มีจำนวนรวมกันกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการขยายเครือข่ายการให้บริการด้านโลจิสติกส์ผ่านพันธมิตรที่มีจุดให้บริการที่ตั้งครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของไปรษณีย์ไทยในการเข้าถึงผู้ใช้บริการในทุก Touch Point และตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ที่เข้าใจทุกวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภค ในเชิงโมเดลธุรกิจ การขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรยังสะท้อนโมเดล Asset-light ที่ทำให้การบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังสะท้อนความเป็น Sharing Economy ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน แต่ได้รับประโยชน์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งการเพิ่มทราฟฟิกในพื้นที่ การสร้างรายได้เสริม และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวก ความเชื่อมั่น และทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และความร่วมมืออื่น ๆ ในอนาคต