ก.ล.ต. แจง “สุภาพร” มีตัวตนจริง แต่ 7 รายการหุ้นไม่มีจริง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงกรณีการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของ นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ หลังตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลจำนวน 7 รายการ ใน 6 หลักทรัพย์ ซึ่งเป็นรายการได้มาของหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นต่างช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา โดยข้อมูลถูกบันทึกเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569
ว่า เมื่อพบความผิดปกติได้กำหนดสถานะข้อมูลเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
ก่อนเปลี่ยนเป็น “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เนื่องจากข้อมูลไม่สอดคล้องกัน และภายหลังได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงดำเนินการนำข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบเผยแพร่
จากการตรวจสอบพบข้อผิดปกติสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ผู้รายงานไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียนภายหลังการได้มาและไม่มีรายงานการจำหน่ายหุ้น ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานไม่มีอยู่จริงในช่วงเวลาที่ระบุ และจำนวนหลักทรัพย์ที่รายงานไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น การรายงานใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิ แต่จำนวนที่รายงานกลับตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพของบุคคลอื่น
นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่า ผู้รายงานรายเดียวกันได้ยื่นรายงานการได้มาหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) ทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีหน้าที่ต้องรายงานตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบแล้วเช่นกัน
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การนำข้อมูลออกจากระบบไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดข้อมูล แต่เป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐานของสำนักงานที่ใช้กับการรายงานทุกรายการ โดยผู้ยื่นรายงานต้องลงทะเบียนผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ก่อนบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ จากนั้นสำนักงานจะสอบทานข้อมูล หากพบข้อสังเกตจะขึ้นสถานะ “ข้อมูลเบื้องต้น” และเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยมากขึ้นจะเปลี่ยนเป็น “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” ก่อนดำเนินการตามผลการตรวจสอบ
กรณีนี้สำนักงานได้ตรวจสอบเชิงลึก ทั้งการประสานผู้รายงาน ตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้น รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานและแหล่งข้อมูลอิสระ ก่อนนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
พร้อมยืนยันว่า ผู้รายงาน มีตัวตนจริง โดยผ่านการตรวจสอบกับกรมการปกครองและสามารถติดต่อได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดคำชี้แจงหรือแรงจูงใจของผู้รายงานได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนระบบแจ้งเตือน (Alert) ของ ก.ล.ต. มีไว้เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่าข้อมูลกำลังอยู่ระหว่างการสอบทานหรือ การตรวจสอบ โดยการยืนยันข้อเท็จจริงจะอาศัยข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียน นายทะเบียนหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) และแหล่งข้อมูลอิสระอื่น ไม่ได้อาศัยข้อมูลจากผู้รายงานเพียงฝ่ายเดียว ย้ำว่า ก.ล.ต. จะพัฒนาระบบสารสนเทศและระบบยืนยันตัวตนอย่างต่อเนื่อง แม้เชื่อว่าระบบปัจจุบันมีมาตรฐานรองรับอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังขอให้สังคมแยกข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลที่ ก.ล.ต. เป็นผู้เผยแพร่และรับรองความถูกต้อง กับข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานเป็นผู้ยื่นเข้าสู่ระบบ ซึ่งสำนักงานมีหน้าที่สอบทาน ติดสถานะเตือน และดำเนินการตรวจสอบเมื่อพบความผิดปกติ จึงไม่ควรตีความว่าข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. ขาดความน่าเชื่อถือ
ด้านนายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าเป็นการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 302/1 ของกฎหมายหลักทรัพย์ และหากพบความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการได้ โดยยังไม่สามารถสรุปจำนวนกระทงความผิดได้ในขณะนี้
สำหรับหลักการเปิดเผยข้อมูลต่อ ก.ล.ต. ไม่ว่าจะเป็นแบบ 246-2 แบบ 59 หนังสือชี้ชวน (Filing) งบการเงิน รายงานผลการขายหลักทรัพย์ หรือคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ผู้ยื่นรายงานต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เปิดเผย ขณะที่ ก.ล.ต. มีหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเมื่อพบข้อมูลที่อาจเป็นเท็จ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ
กรณีนี้ ก.ล.ต. ยืนยันว่า หลังตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อมูลกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์แล้ว เชื่อว่าธุรกรรมทั้ง 7 รายการ “ไม่มีอยู่จริง“ จึงนำข้อมูลออกจากระบบ แต่กระบวนการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อพิจารณาความผิดตามกฎหมาย
เมื่อถามถึง เจตนาของผู้รายงาน ความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า เส้นทางการเงิน รวมถึงการขยายผลไปยังหน่วยงานอื่น นายธวัชชัย กล่าวว่า ทุกประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ไม่ว่าจะเป็นคำชี้แจงของผู้รายงาน แนวทางการสืบสวน เส้นทางการเงิน หรือประเด็นบัญชีม้า ย้ำว่า ก.ล.ต. ไม่เปิดเผยรายละเอียดระหว่างการสอบสวนในทุกคดี และจะเปิดเผยผลการดำเนินการเมื่อคดีได้ข้อยุติตามแนวปฏิบัติของสำนักงาน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่ยืนยันว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับกรณีนี้เป็นอย่างมาก และเร่งดำเนินการทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กันไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยังเป็นปริศนา?! "สุภาพร พิมพงษ์" สั่นคลอนเชื่อมั่น ก.ล.ต.
"ก.ล.ต." เตรียมเปิดข้อมูล "จำนำหุ้น" พร้อมสรุปหลักเกณฑ์ภายในไตรมาส 1
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก.ล.ต. แจง “สุภาพร” มีตัวตนจริง แต่ 7 รายการหุ้นไม่มีจริง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com