โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ด รฟม. ชี้น้ำรั่วอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะไม่ทรุดเหมือนถนนสามเสน

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีที่บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน หลังจากเมื่อคืนนี้เกิดฝนตกถล่มกรุงเทพอย่างหนัก จนมีน้ำรั่วภายในบ่อพักน้ำใต้อุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน ราษฎร์บูรณะ ใกล้กับวงเวียนใหญ่ ซึ่งมีรายงานว่าบ้านเรือน และอาคารใกล้กับอุโมงค์ เริ่มมีการทรุดตัวลง สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อคืนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์ ได้รับรายงานว่า ในเชิงวิศวกรรม ขณะนี้สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ และยังไม่มีสัญญาณว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ทาง รฟม. ก็ได้ประสานงานติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของตึกอาคาร ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ยังไม่มีเหตุผิดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังเอาไว้ ซึ่งสภาพโครงสร้างของการก่อสร้างบริเวณวงเวียนใหญ่ ไม่เหมือนกับกรณีถนนทรุด ที่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งกรณีดังกล่าวโครงสร้างอุโมงค์ยุบลงมา ทำให้ดินพื้นถนนทรุดลงมาด้วย

เช้าวันนี้ ( 9 กรกฎาคม 2569) ทีมข่าวสำนักข่าววันนิวส์ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บริเวณอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน ราษฎร์บูรณะ ใกล้กับวงเวียนใหญ่ จากการสำรวจพบว่าอาคารธนาคารเก่าและอาคารอื่นๆในพื้นที่ ที่อยู่ใกล้กับจุดที่ก่อสร้างอุโมงค์ มีรอยร้าวอยู่หลายจุด ทางเท้าหน้าอาคารมีการทรุดตัวอย่างชัดเจน โดยทางบริษัทผู้รับเหมาได้ติดตั้งเครื่องวัดระดับการเอียงของโครงสร้างอาคาร และการทรุดของผิวถนน เพื่อเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพโครงสร้างอย่างใกล้ชิด โดยมีการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง เพื่อประเมินความปลอดภัย

ด้านนายสุทธิ อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่ารอยร้าวที่เกิดขึ้นกับอาคารและการทรุดของถนนมาจากการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ก่อนจะสังเกตเห็นว่าตึกมีรอยร้าวขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

ส่วนตัวยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องความปลอดภัย กลัวว่าจะเกิดเหตุถนนทรุด ตึกทรุด แบบที่เกิดบนถนนสามเสน ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ออกมาให้ข้อมูลว่า ยังมีความปลอดภัย มีการวัดค่าการเอียงของอาคารอย่างต่อเนื่อง ตัวเองก็เชื่อในสิ่งที่วิศวกรชี้แจง แต่ส่วนตัวเมื่อมองด้วยตาเปล่าก็คิดว่าตึกน่าจะมีความเอียงจริง

นายสุทธิ ให้ข้อมูลอีกว่าโครงการดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างมาแล้วอย่างน้อยประมาณ 2 ปีแล้ว รอยร้าวของตึกน่าจะเกิดจากผลกระทบของการก่อสร้าง เพราะแม้ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวตัวตึกก็ไม่ได้มีรอยร้าวหรือเกิดปัญหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามหลังจากที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะมองว่าอย่างน้อยปัญหาดังกล่าวก็มีผู้ใหญ่รับรู้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดูแลการก่อสร้าง และดูแลมาตรการด้านความปลอดภัยให้เข้มงวด

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์ นำโดยนายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการรฟม. และนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรฟม. และคณะ เดินเข้าไปตรวจสอบแต่ละจุดอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุ และหาแนวทางในการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายมนตรี ประธานกรรมการรฟม. ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากรอยรั่วบริเวณบ่อซัมป์ หรือบ่อรวมน้ำของโครงการ ซึ่งเราได้เร่งแก้ไขทันที โดยขณะนี้เน้นป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้าสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งปัจจุบันอัตราการสูบน้ำสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าได้ โดยจากเมื่อคืนมีน้ำไหลเข้าประมาณ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ล่าสุดช่วงเช้าลดลงเหลือ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นทิศทางที่ดีขึ้น

เบื้องต้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่สาเหตุเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นที่บริเวณถนนสามเสน แต่เป็นความบกพร่อง หรือ Defect ของงานก่อสร้าง ซึ่งรฟม.ได้กำชับผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ส่วนความกังวลของประชาชนหากเกิดฝนตกหนัก รฟม. ได้สั่งเพิ่มจุดสูบน้ำใต้ดิน หรือระบบ Dewatering โดยจะเจาะบ่อบาดาลน้ำลึก หรือ Deep Well ลึกประมาณ 50 เมตร เพื่อดึงน้ำใต้ดินออก ลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่บ่อซัมป์ ควบคู่กับการอัดฉีดปูนเกราท์ เพื่อปิดกั้นการรั่วซึม ซึ่งการเกราท์รอบบ่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง Curtain Wall หรือกำแพงกันน้ำใต้ดินตามแนวอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินรั่วไหลไปยังจุดอื่นและลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

จากการตรวจสอบล่าสุดของรฟม. เรายังไม่พบการทรุดตัวหรือการเอียงตัวของโครงสร้างเพิ่มเติม รวมถึงไม่พบรอยร้าวใหม่ โดยเฉพาะสะพานลอยที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุยังอยู่ในสภาพปกติ พร้อมประสานสำนักงานเขตคลองสาน ส่งวิศวกรโยธาเข้าตรวจสอบอาคารโดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ส่วนกรณีประชาชนพบรอยร้าวตามอาคารและผิวถนน นายมนตรี ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารอยร้าวบางส่วนเป็นรอยเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างตรวจสอบอาคารทุกหลังโดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่โยธาของสำนักงานเขต

สำหรับแผนการแก้ไข ระบบสูบน้ำใต้ดินจะเริ่มดำเนินการภายในวันนี้และสามารถสูบน้ำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ขณะที่การทำ Curtain Wall คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในประมาณ 1 สัปดาห์ โดยย้ำว่าขณะนี้พื้นที่โดยรอบยังอยู่ในสภาวะนิ่ง ไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม

นายมนตรี ยืนยันว่าโดยภาพรวมสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการแก้ไขปัญหาทันที พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อให้การก่อสร้างมีความปลอดภัยสูงสุดและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน

ด้านพันตำรวจเอกภูวดล อุ่นโพธิ ผู้กำกับสน.บุปผาราม เปิดเผยว่า ทางตำรวจจะทำการเบี่ยงการจราจรจากแยกบ้านแขก มุ่งหน้าไปวงเวียนใหญ่ จะต้องเบี่ยงรถไปทางขวา ถนนประชาธิปกฝั่งขาออก จะถูกปิดการจราจรทุกเลนไปก่อน เพื่อให้ทำการซ่อมแซมให้เสร็จสิ้น

ตำรวจจราจรมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนให้รับทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงไปใช้ถนนอิสรภาพไปก่อน เพื่อความปลอดภัย โดยจะใช้เวลา 3 วันในการปิดการจราจร เพื่อลดการรับน้ำหนัก หลังจากที่ผู้รับเหมาทำการซ่อมแซมเสร็จแล้ว คาดว่าถนนจะกลับมารับน้ำหนักได้ตามปกติ เพราะผู้รับเหมาให้ความเชื่อมั่นแบบนั้น

ตำรวจยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นคดีความ เจ้าของตึกที่มีรอยร้าว ยังไม่ได้มาแจ้งความเอาผิด แต่ในอนาคตถ้าเกิดอะไรที่เสียหาย ผู้เสียหายสามารถมาแจ้งความได้ ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...