รัฐบาลเร่งลงทุนพลังงานสะอาดผ่าน พรก.กู้เงิน ชูโปร่งใส-วัดผลได้ สร้างผลตอบแทนเศรษฐกิจประเทศ
รัฐบาลเร่งลงทุนพลังงานสะอาดผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน ย้ำหน่วยงานเตรียมพร้อมโครงการพลังงานสะอาด โปร่งใส วัดผลได้ และสร้างผลตอบแทนประเทศ
วันที่ 30 มิ.ย.69 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดกรอบแนวคิดสำหรับพิจารณาแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมจัดทำและเสนอโครงการที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยมุ่งให้ทุกแผนงานตอบโจทย์การลดใช้พลังงานฟอสซิล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมพลังงานสะอาด และสร้างการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เพียงการใช้จ่ายเพื่อรับมือราคาพลังงานเฉพาะหน้า แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพิ่มพลังงานหมุนเวียน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะยาว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรอบพิจารณาโครงการกลุ่มที่ 2 ครอบคลุม 3 แนวทางหลัก ได้แก่ แผนงานลดการใช้พลังงานฟอสซิล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนงานปรับเปลี่ยนยานพาหนะจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า หรือพลังงานสะอาดอื่น พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และแผนงานพัฒนาทักษะประชาชน แรงงาน และผู้ประกอบการ เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคพลังงานสะอาด
โครงการที่จะเสนอต้องเป็นโครงการที่มีความพร้อม เห็นผลได้จริง และวัดผลได้ชัดเจน เช่น ลดการใช้น้ำมันหรือลดการใช้ไฟฟ้าได้เท่าใด เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างไร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กี่ตัน และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตหรือไม่
ทั้งนี้ โครงการที่เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนควรเน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง หรือใช้ในระดับชุมชนผ่านระบบ Smart Grid หรือ Microgrid รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ส่วนโครงการด้าน EV ต้องไม่มองแค่การเปลี่ยนรถ แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับและระบบบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสม
น.ส.รัชดา กล่าวว่า การกลั่นกรองโครงการจะยึดหลักความจำเป็น ความพร้อม ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และผลสัมฤทธิ์ โดยมีคณะอนุกรรมการทำหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมของโครงการและวงเงิน เพื่อให้การใช้เงินกู้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตรวจสอบได้ และไม่กลายเป็นภาระที่ไม่สร้างผลตอบแทนต่อประเทศ
รัฐบาลจึงขอให้ทุกหน่วยงานเร่งเตรียมข้อเสนอโครงการที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงโครงการด้านพลังงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนเศรษฐกิจไทย เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสร้างฐานใหม่ให้ประเทศเดินไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
#รัฐบาล #พลังงานสะอาด #พรกกู้เงิน #พลังงาน #เศรษฐกิจไทย #ลงทุน #GreenEnergy #ClimateChange #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline