โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ECB เล็งเพิ่มเงินสำรองขั้นต่ำแบงก์เป็น 2% ลดภาระดอกเบี้ยธนาคารกลาง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าว 6 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำลังพิจารณาปรับเพิ่มสัดส่วนเงินสดที่ธนาคารพาณิชย์ต้องกันไว้เป็น เงินสำรองขั้นต่ำ (Minimum Reserve Requirement) ในบัญชีที่ไม่ได้รับดอกเบี้ย จากปัจจุบัน 1% เป็น 2% ของเงินฝากลูกค้าและแหล่งเงินทุนบางประเภท

มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่ ECB และธนาคารกลางของประเทศสมาชิกต้องจ่ายให้กับธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งยังช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้นโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

เพิ่มเงินสำรองขั้นต่ำจาก 1% เป็น 2%

รอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า ข้อเสนอที่กำลังอยู่ระหว่างการหารือของผู้กำหนดนโยบาย ECB จะกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องกันเงินสำรองขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็น 2% จากเดิม 1% ของเงินฝากลูกค้าและแหล่งเงินทุนบางประเภท

การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารกลางในประเทศที่มีสภาพคล่องส่วนเกินสูง เช่น เยอรมนี ลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินฝากส่วนเกินของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสะสมเพิ่มขึ้นจนมีมูลค่าหลายล้านล้านยูโรจากโครงการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังช่วยดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงิน สนับสนุนเป้าหมายของ ECB ที่ต้องการลดการพึ่งพาเงินทุนราคาถูกของธนาคารพาณิชย์ โดยประเด็นดังกล่าวจะถูกนำมาทบทวนอีกครั้งในการพิจารณากรอบนโยบายการเงิน (Framework Review) ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (Governing Council) ของ ECB และคาดว่าจะมีการตัดสินใจภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยการหารือยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

ภาระดอกเบี้ยของ ECB พุ่งเกือบ 5 หมื่นล้านยูโรต่อปี

ปัจจุบัน ECB และธนาคารกลางแห่งชาติทั้ง 21 ประเทศในยูโรโซน จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 2.25% ให้กับสภาพคล่องส่วนเกินของธนาคารพาณิชย์ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 2.16 ล้านล้านยูโร ส่งผลให้มีภาระดอกเบี้ยรวมราว 48,700 ล้านยูโรต่อปี ตามการคำนวณของรอยเตอร์

หากเพิ่มอัตราเงินสำรองขั้นต่ำเป็น 2% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งมีเงินสำรองขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 173,560 ล้านยูโร และเงินสำรองส่วนนี้ไม่ได้รับดอกเบี้ย จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วทั้งยูโรโซนได้เกือบ 4,000 ล้านยูโรต่อปี

ทั้งนี้ ภาระดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5,400 ล้านยูโรต่อปี หลัง ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Rate) จาก 2.00% เป็น 2.25% ในเดือนนี้ เพื่อรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามระหว่างอิหร่าน

เงินสำรองขั้นต่ำเคยถูกลดลงช่วงวิกฤตหนี้ยุโรป

ECB เคยปรับลดอัตราเงินสำรองขั้นต่ำจาก 2% เหลือ 1% ในปี 2555 (2012) ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤตหนี้สาธารณะของยูโรโซนรุนแรงที่สุด เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบธนาคาร

การขาดทุนของธนาคารกลางกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง

แม้ ECB และธนาคารกลางในกลุ่มยูโรโซนไม่ได้ดำเนินงานเพื่อแสวงหากำไร แต่การขาดทุนจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง

ธนาคารกลางที่ขาดทุนจะมีข้อจำกัดในการนำส่งเงินปันผลหรือผลกำไรให้แก่รัฐบาล และในกรณีรุนแรงอาจต้องขอเพิ่มทุนจากรัฐบาล

เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบดังกล่าว ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) และธนาคารกลางอีกหลายแห่งได้ทยอยรับรู้ผลขาดทุนเป็นระยะเวลาหลายปี โดยช่วงที่ขาดทุนมากที่สุดคือปี 2566 (2023) ซึ่งขณะนั้นสภาพคล่องส่วนเกินในระบบยังมีมูลค่าหลายล้านล้านยูโร และ ECB กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้สูงถึง 4%

ในช่วงเวลาดังกล่าว คณะกรรมการ ECB เคยหารือเรื่องการเพิ่มอัตราเงินสำรองขั้นต่ำ แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาคธนาคารยุโรปทำกำไรได้ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และแสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ระดับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบจะลดลงก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...