โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บีเจซี ปักธงเวียดนาม ดัน MM ขยาย 54 สาขา เตรียมส่ง Big C คืนตลาดปี 2570

Thairath Money

อัพเดต 30 พ.ค. เวลา 00.44 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. เวลา 00.43 น.
ภาพไฮไลต์

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดเผยภายหลังเข้าพบประธานาธิบดีโต เลิม ของเวียดนามและคณะ ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลเวียดนามยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของภาคค้าปลีกและภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว

“เวียดนามยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค และมีโอกาสขยายการลงทุนได้อีกมากในหลายธุรกิจเหมือนที่เราทำในประเทศไทย” นายอัศวินกล่าว

กลุ่มบีเจซีจึงเตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 30% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย และจะเพิ่มเป็น 40% ภายในปี 2583 โดยเวียดนามจะเป็นฐานรายได้สำคัญที่สุดของการเติบโตในต่างประเทศ

MM โตแรง ยอดขายพุ่งกว่า 20% กำไรโตเกิน 30%

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการ Metro Cash & Carry Vietnam เมื่อ 10 ปีก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจค้าส่งในเวียดนาม

ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น MM Mega Market เนื่องจากไม่สามารถใช้แบรนด์ Metro เดิมได้ แม้ในช่วงแรกธุรกิจจะยังขาดทุน แต่หลังการปรับโครงสร้างและระบบบริหารจัดการ บริษัทสามารถพลิกกลับมาถึงจุดคุ้มทุนภายในเวลาเพียง 2 ปี ก่อนเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีกำไรระดับ 400-500 ล้านบาทต่อปี

“ยอดขายเติบโตกว่า 20% ต่อปี ขณะที่กำไรเติบโตมากกว่า 30% ต่อปี ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของกลุ่ม”

ปัจจุบัน MM Mega Market มีสาขารวม 30 แห่ง เพิ่มขึ้นจาก 19 สาขาในวันแรกที่เข้าซื้อกิจการ และตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 24 สาขาภายในปี 2573 ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 54 แห่งทั่วประเทศ

ส่ง Big C คืนตลาดเวียดนามปี 2570 รุกเมืองรองผ่าน Depot

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการนำแบรนด์ Big C กลับเข้าสู่ตลาดเวียดนามอีกครั้งในปี 2570 หลังสิทธิการใช้ชื่อแบรนด์ของกลุ่มเซ็นทรัลจะสิ้นสุดลง

ในอนาคตบริษัทจะวางตำแหน่งธุรกิจอย่างชัดเจน โดย MM Mega Market จะเป็นธุรกิจค้าส่ง ขณะที่ Big C จะเป็นธุรกิจค้าปลีกเต็มรูปแบบ

ปัจจุบันบริษัทได้ทดลองโมเดลค้าปลีกผ่าน MM Food Center ที่เมืองดานัง ซึ่งเป็นต้นแบบของ Big C ในอนาคต โดยใช้เงินลงทุนกว่า 650 ล้านบาท และมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 97%

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายโมเดล Depot ศูนย์กระจายสินค้าและค้าส่งขนาดเล็ก พื้นที่ประมาณ 500-700 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนเพียง 6 ล้านบาทต่อสาขา เพื่อรุกเมืองรองและรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 18% ภายในเวลาเพียง 3 ปี

สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนเปิด Depot เพิ่มอีก 3 แห่ง และ Food Service Hub อีก 1 แห่ง ขณะที่งบลงทุนในเวียดนามจะอยู่ที่ปีละ 500-1,000 ล้านบาท และคาดว่าธุรกิจในประเทศนี้จะเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ราว 37%

VAT ดันโชห่วยเข้าระบบ เปิดทางต่อยอดโมเดล “โดนใจ”

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญของ MM Mega Market Vietnam คือการที่รัฐบาลเวียดนามเริ่มบังคับใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ร้านค้าปลีกรายย่อยหรือโชห่วยกว่า 1.25 ล้านร้านต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง

นางฐาปณีกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ร้านโชห่วยจำนวนมากหันมาหาผู้ค้าส่งที่มีระบบเอกสารและใบกำกับภาษีครบถ้วน ซึ่งเป็นโอกาสโดยตรงของ MM ที่มีความพร้อมด้านระบบอยู่แล้ว

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการนำโมเดลเครือข่ายร้าน “โดนใจ” ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ไปต่อยอดในตลาดเวียดนาม เพื่อสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกรายย่อยให้เข้าถึงสินค้า ระบบบริหารจัดการ และมาตรฐานด้านภาษีได้ง่ายขึ้น

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ MM คือระบบจัดซื้อสินค้าตรงจากแหล่งผลิต (Direct Sourcing) โดยเฉพาะสินค้าอาหารสด ซึ่งช่วยให้สามารถแข่งขันด้านราคากับตลาดสดได้ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม HORECA ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างผลกำไรสูงให้กับธุรกิจ

บิ๊กซีไทย ทุ่ม 1.2-1.4 หมื่นล้าน ขยายสาขา-รีโนเวตครั้งใหญ่

สำหรับธุรกิจในไทยปีนี้ ทางบิ๊กซี เดินหน้าแผนลงทุนเชิงรุกในปี 2569 ด้วยงบประมาณ 12,000-14,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่ ปรับปรุงสาขาเดิม และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า รองรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่

แผนลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการเปิดสาขาขนาดใหญ่ 2 สาขา และสาขารูปแบบขนาดเล็กอีกมากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการรีโนเวตสาขาขนาดใหญ่เพิ่มเติม 18 สาขา ภายใต้แนวคิด “Better Store” ที่มุ่งเปลี่ยนศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตให้เป็นมากกว่าพื้นที่จับจ่าย แต่เป็นจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์และศูนย์กลางของชุมชน

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่จำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของทำเลและศักยภาพในการตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงเดินหน้าปรับพอร์ตสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยบางสาขาที่มีศักยภาพไม่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจหรือให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าการลงทุน อาจมีการยุติการดำเนินงาน เพื่อนำทรัพยากรไปลงทุนในทำเลใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่า

“การปิดบางสาขาไม่ได้สะท้อนการชะลอการลงทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพอร์ตธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินลงทุน และสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว” นายอัศวินกล่าว

ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค Mass Retail ไปสู่การให้บริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในระดับพื้นที่มากขึ้น ทั้งด้านความสะดวก ความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ และประสบการณ์ภายในสาขา ทำให้การคัดเลือกทำเล การออกแบบร้าน และการบริหารพื้นที่เช่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต

ปัจจุบัน บิ๊กซีมีสาขาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว รวม 208 สาขา แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 154 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต 54 สาขา ขณะที่บิ๊กซี มินิ มีจำนวน 1,527 สาขา รวมถึงมีสาขาในฮ่องกงอีก 19 สาขา เป็นการขยายเครือข่ายค้าปลีกในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บีเจซี ปักธงเวียดนาม ดัน MM ขยาย 54 สาขา เตรียมส่ง Big C คืนตลาดปี 2570

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...