สภาฯ เดือด! มติ 266 ต่อ 174 คว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ อุ้มส่ง ครม. ตามคาด
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 05.24 น. • The Bangkok Insightสภาฯ เดือด! มติ 266 ต่อ 174 คว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ อุ้มส่ง ครม. ตามคาด ชี้หากดึงดันทำแลนด์บริดจ์ท่ามกลางความไม่คุ้มค่า เสี่ยงทำน่านน้ำไทยกลายเป็นพื้นที่ขัดแย้งระดับโลก
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีมติเสียงข้างมาก 266 ต่อ 174 เสียง (งดออกเสียง 3 เสียง) โหวตคว่ำญัตติด่วนในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ "โครงการแลนด์บริดจ์"
หลังจากที่สมาชิกสภาฯ ได้เปิดฉากอภิปรายร่วมกันอย่างเผ็ดร้อนต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยเสียงฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล นำโดยพรรคภูมิใจไทย ได้เห็นพ้องให้ส่งข้อเสนอแนะทั้งหมดไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณาโดยตรง แทนที่จะตั้ง กมธ. ขึ้นมาศึกษาในชั้นสภาฯ ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายทางการเมือง
บรรยากาศการอภิปรายในช่วงท้ายเต็มไปด้วยการคัดค้านอย่างหนักจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสรุปอย่างดุเดือดว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นเพียง "มายาคติ" ที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้แทบจะไม่ได้รับประโยชน์จริง แต่ผู้ที่ได้ผลประโยชน์กลับมีเพียงกลุ่มทุนผู้รับเหมาและผู้กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังแสดงความเป็นห่วงอย่างรุนแรงในประเด็นด้านความมั่นคง
โดยเตือนว่า หากดึงดันทำโครงการท่ามกลางสถานการณ์ที่ล่อแหลม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะทำให้มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน เข้ามายึดพื้นที่และกดดันไทย จนส่งผลให้น่านน้ำไทยกลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก เหมือนเช่นกรณีของคลองปานามา หรือช่องแคบฮอร์มุซในประวัติศาสตร์ และการปฏิเสธตั้ง กมธ. ของฝั่งรัฐบาลในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความพิรุธและความไม่ชอบมาพากลในการรวบรัดโครงการ
ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้อภิปรายปิดญัตติโดยชี้ว่าแลนด์บริดจ์ไม่ตอบโจทย์ชีวิตคนใต้ พร้อมเสนอทางเลือกใหม่อย่าง "ระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้" เป็นกรอบในการพัฒนาแทน โดยเน้นการลงทุนเม็ดเงินราว 5 แสนล้านบาท ไปกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำประปาดื่มได้ การศึกษา และระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ
ซึ่งจากการคำนวณจะสามารถช่วยผลักดันให้จีดีพีเติบโตได้ถึงร้อยละ 4 ต่อปี และลดภาระหนี้สินของประชาชนลงได้ถึงร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายค้านจะพยายามชี้แจงถึงทางเลือกและผลกระทบในด้านต่างๆ แต่สุดท้ายที่ประชุมสภาฯ ก็ยังคงยืนยันมติเสียงข้างมาก ปิดประตูการตั้งกรรมาธิการศึกษาร่วมกัน และโอนเรื่องให้ฝ่ายบริหารของรัฐบาลไปพิจารณาแต่เพียงผู้เดียว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นราพัฒน์ เบรกแลนด์บริดจ์! จี้รัฐกางข้อมูลความคุ้มค่า หวั่นทุ่มงบมหาศาลแต่ไม่ตอบโจทย์
- ธีระชัย เทียบชัด แลนด์บริดจ์ vs ระนอง ฝั่งไหนชนะขาดลอยระนอง
- ตั้ง เอกนิติ ประธานศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดเส้น 90 วัน สรุปผลศึกษา
ติดตามเราได้ที่