โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ทะยานเกือบ 400 จุด หุ้นเทคโนโลยีพุ่ง รับผลประกอบการ ‘เดลล์’

The Bangkok Insight

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (29 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ทะยานเกือบ 400 จุด แรงหนุนยจากการพุ่งขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี และกระแสปัญญาประดิษฐ์ ขณะนักลงทุนจับตาความคืบหน้าดีลสหรัฐ-อิหร่าน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ล่าสุดอยู่ที่ 51,051.50 จุด ทะยานขึ้น 382.53 จุด หรือ 0.75% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 7,589.44 จุด เพิ่มขึ้น 25.81 จุด หรือ 0.34% และดัชนีแนสแด็กที่ 27,011.32 จุด เพิ่มขึ้น 93.85 จุด หรือ 0.35%

ดาวโจนส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวในวันนี้ ขณะที่อิหร่านระบุว่า ต้องการเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำพูด

หุ้นเดลล์พุ่งขึ้นเกือบ 30% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร และรายได้ทั้งปี ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 1.8% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิป ขณะที่หุ้นฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ และซูเปอร์ ไมโคร คอมพิวเตอร์ ปรับตัวขึ้น 15.5% และ 12.7% ตามลำดับ

ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีของสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่ระหว่างวัน ท่ามกลางแรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ และการเติบโตของผลประกอบการบริษัท แม้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก

นักวิเคราะห์ระบุว่า กระแสความเชื่อมั่นต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังไม่สิ้นสุด โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่ง โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่ามีนักลงทุนรายใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น และเมื่อการปรับตัวขึ้นเริ่มต้น นักลงทุนจำนวนมากก็ไม่ต้องการพลาดโอกาส

อย่างไรก็ดี หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มบริการสื่อสารลดลง 1.3% หลังหุ้นอัลฟาเบตร่วง 1.7% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 2.2% โดยหุ้นคอสต์โก และวอลมาร์ทร่วงลงมากกว่า 3.5%

ด้านดัชนีหุ้นผู้ผลิตรถยนต์ลดลง 1.4% หลังมีรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ต้องการให้รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาเหนือมีชิ้นส่วนในภูมิภาคอย่างน้อย 82% เพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุด แสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรก ถูกปรับลดลงเหลือขยายตัว 1.6% ต่อปี

ด้านเจฟฟรีย์ ชมิด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาแคนซัส ซิตี้ เตือนว่า ภาวะช็อกจากราคาพลังงานอาจไม่ใช่เพียงสถานการณ์ชั่วคราว ขณะที่มิเชล โบว์แมน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฝ่ายกำกับดูแล ระบุว่า หากเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดการเงินคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี และมีบางส่วนคาดการณ์ว่า อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...