โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำไมการนั่งนานจึงอันตราย แม้ว่าคุณจะออกกำลังกายทุกวันก็ตาม

TOJO NEWS

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 04.30 น. • Sattawat Veranon

หลายคนเชื่อว่าหากออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เล่นกีฬา หรือเข้าฟิตเนส ก็เพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพแล้ว

แต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจและค่อนข้างน่าตกใจ นั่นคือ คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการนั่ง อาจยังคงมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงกว่าที่คิด

แนวคิดนี้นำไปสู่การศึกษาสิ่งที่เรียกว่า "Sedentary Behavior" หรือพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของวงการสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพในปัจจุบัน

คำถามสำคัญคือ ทำไมการนั่งนานจึงส่งผลเสียต่อร่างกาย แม้ว่าจะมีการออกกำลังกายเป็นประจำก็ตาม

Sedentary Behavior คืออะไร

Sedentary Behavior หมายถึงพฤติกรรมที่ใช้พลังงานต่ำมากในขณะตื่น

โดยทั่วไปจะเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานน้อยกว่า 1.5 METs

ตัวอย่างเช่น

  • นั่งทำงาน
  • นั่งเรียน
  • นั่งดูโทรทัศน์
  • นั่งเล่นโทรศัพท์
  • นั่งเล่นเกม
  • นั่งขับรถ

สิ่งสำคัญคือ

Sedentary Behavior ไม่ได้หมายถึงการไม่ออกกำลังกาย

แต่หมายถึงการใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ในท่านั่งหรือท่านอนโดยมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก

ดังนั้น คนที่ออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง แต่ใช้เวลาที่เหลืออีก 10-12 ชั่วโมงนั่งอยู่กับที่ ก็ยังจัดว่าเป็นคนที่มี Sedentary Behavior สูงได้

มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งทั้งวัน

หากมองย้อนกลับไปตลอดวิวัฒนาการของมนุษย์

บรรพบุรุษของเราต้อง

  • เดิน
  • วิ่ง
  • ปีนป่าย
  • หาอาหาร
  • ล่าสัตว์
  • ทำงานทางกาย

เกือบตลอดทั้งวัน

แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายแบบที่เราทำในปัจจุบัน

แต่ร่างกายได้รับการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

ในทางตรงกันข้าม

มนุษย์ยุคใหม่อาจใช้เวลานั่งมากกว่า 8-12 ชั่วโมงต่อวัน

ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่เคยถูกออกแบบมาให้รับมือ

เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อเรานั่งนาน

ทันทีที่ร่างกายเข้าสู่ภาวะนั่งนิ่งเป็นเวลานาน

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลายอย่างจะเริ่มเกิดขึ้น

แม้จะยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบในทันที

กล้ามเนื้อหยุดทำงาน

โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและสะโพก

ซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย

เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ไม่ถูกใช้งาน

การเผาผลาญพลังงานจะลดลงทันที

เอนไซม์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันเริ่มทำงานน้อยลง

ส่งผลให้ร่างกายจัดการกับไขมันในเลือดได้แย่ลง

การไหลเวียนเลือดช้าลง

การหดตัวของกล้ามเนื้อขาทำหน้าที่คล้ายปั๊มที่ช่วยส่งเลือดกลับสู่หัวใจ

เมื่อเรานั่งนิ่งเป็นเวลานาน

ระบบนี้จะทำงานลดลง

ส่งผลให้

  • เลือดไหลเวียนช้าลง
  • เกิดการคั่งของเลือดในขา
  • หลอดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ในระยะยาวอาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

ความไวต่ออินซูลินลดลง

หนึ่งในผลกระทบที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือ

ความสามารถของเซลล์ในการตอบสนองต่ออินซูลินเริ่มลดลง

กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะสำคัญในการนำน้ำตาลออกจากกระแสเลือด

เมื่อกล้ามเนื้อไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว

การใช้น้ำตาลจะลดลง

ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ง่าย

หากเกิดขึ้นเป็นเวลานาน

อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การเผาผลาญพลังงานลดลง

หลายคนประเมินความสำคัญของการเคลื่อนไหวระหว่างวันต่ำเกินไป

การลุกเดิน

การยืน

การขึ้นบันได

หรือการขยับตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ

ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis)

NEAT สามารถสร้างความแตกต่างของการใช้พลังงานได้หลายร้อยแคลอรีต่อวัน

ดังนั้นคนที่นั่งทั้งวันจึงมักใช้พลังงานน้อยกว่าที่คิด

การอักเสบเรื้อรังเพิ่มขึ้น

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการนั่งนานสัมพันธ์กับระดับการอักเสบเรื้อรังในร่างกายที่สูงขึ้น

แม้จะไม่ได้มีอาการป่วยชัดเจน

แต่การอักเสบระดับต่ำอย่างต่อเนื่องมีความเกี่ยวข้องกับ

  • โรคหัวใจ
  • เบาหวาน
  • โรคอ้วน
  • มะเร็งบางชนิด
  • โรคสมองเสื่อม

การนั่งนานกับโรคหัวใจ

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหนึ่งในโรคที่มีความสัมพันธ์กับ Sedentary Behavior มากที่สุด

ผู้ที่นั่งเป็นเวลานานทุกวันมักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อ

  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดผิดปกติ
  • หลอดเลือดแข็งตัว
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ

แม้ว่าจะมีการออกกำลังกายเป็นประจำก็ตาม

ออกกำลังกายวันละชั่วโมงช่วยชดเชยได้ทั้งหมดหรือไม่

คำตอบคือ "ไม่ทั้งหมด"

แม้การออกกำลังกายจะช่วยลดผลกระทบของการนั่งนานได้บางส่วน

แต่ข้อมูลปัจจุบันชี้ว่า

การออกกำลังกายไม่สามารถลบผลเสียของการนั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้ทั้งหมด

ยกตัวอย่างเช่น

คนที่วิ่ง 1 ชั่วโมง

แต่ใช้เวลาที่เหลืออีก 12 ชั่วโมงนั่งทำงาน

อาจยังมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงกว่าคนที่เดินและเคลื่อนไหวตลอดวัน แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายหนักก็ตาม

สมองได้รับผลกระทบด้วย

การเคลื่อนไหวไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะต่อกล้ามเนื้อ

แต่ยังมีผลต่อสมอง

เมื่อเคลื่อนไหว

การไหลเวียนเลือดไปยังสมองจะเพิ่มขึ้น

ช่วยสนับสนุน

  • สมาธิ
  • ความจำ
  • การเรียนรู้
  • อารมณ์

ในทางกลับกัน

การนั่งเป็นเวลานานอาจสัมพันธ์กับ

  • สมาธิลดลง
  • ความเหนื่อยล้าทางจิตใจ
  • ความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า

ที่เพิ่มขึ้น

จะลดผลเสียของการนั่งนานได้อย่างไร

ข่าวดีคือ

ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักตลอดเวลา

เพียงเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวันก็สามารถช่วยได้มาก

ตัวอย่างเช่น

ลุกเดินทุก 30-60 นาที

แม้เพียง 2-5 นาที

ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและกล้ามเนื้อได้

ใช้บันไดแทนลิฟต์

เพิ่มการใช้กล้ามเนื้อขาและการใช้พลังงาน

เดินระหว่างคุยโทรศัพท์

เปลี่ยนเวลาที่ต้องนั่งนิ่งให้กลายเป็นกิจกรรมทางกาย

เพิ่มจำนวนก้าวต่อวัน

เป้าหมายอาจไม่จำเป็นต้องถึง 10,000 ก้าวเสมอไป

แต่การเพิ่มจำนวนก้าวจากระดับเดิมอย่างสม่ำเสมอก็มีประโยชน์

ใช้โต๊ะทำงานแบบยืน

ช่วยลดเวลานั่งสะสมในแต่ละวัน

แม้จะไม่สามารถทดแทนการเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด

แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง

สุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดของวิทยาศาสตร์สุขภาพยุคใหม่คือ

การออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวตลอดวันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

คุณสามารถเป็นคนที่ออกกำลังกายได้

และในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่งได้เช่นกัน

สุขภาพที่ดีจึงไม่ได้เกิดจากการเข้าฟิตเนสเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อการออกกำลังกายเป็นช่วงเวลา ดังนั้นการลุกขึ้นเดิน ขยับตัว เปลี่ยนอิริยาบถ และเพิ่มกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างวัน อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพในระยะยาว และเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามมากที่สุดในชีวิตประจำวัน

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...