โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. คุมค่าธรรมเนียมใหม่แบงก์ ทยอยมีผล ก.ค. – ต.ค. 69 นี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 06.28 น.

ธปท. ประกาศให้แบงก์ใช้ค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ โดยทยอยมีผล ก.ค. - ต.ค. 69 ค่ารักษาบัญชี ไม่เกิน 20 บาท/เดือน มีผลก.ค. ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต – เครดิตมีผล ก.ย. ค่าฟีบาทเนตมีผลต.ค.

1 มิ.ย. 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 23/2569 เรื่อง การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ 1 มิถุนายน 2569 ลงนาม วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย

คลิกอ่านประกาศ

โดยระบุ เหตุผลในการออกประกาศ ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับความเป็นธรรม สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการ รวมทั้งได้รับการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเพียงพอต่อการตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่าการเรียกเก็บค่าบริการสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยบางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแต่ยังคงมีการเรียกเก็บค่าบริการคงเดิม ขณะที่ค่าบริการบางรายการมีช่วงอัตราค่าบริการของผู้ให้บริการทั้งระบบแตกต่างกันมากซึ่งอาจสะท้อนว่ามีการเรียกเก็บในระดับที่สูงเกินควร หรือค่าบริการบางรายการที่อธิบายหลักการคิดที่สะท้อนต้นทุนได้ไม่ชัดเจน

ธปท.ได้ออกประกาศฉบับนี้ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เป็นบริการพื้นฐาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน และผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อให้ค่าบริการสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความแตกต่างของอัตราค่าบริการและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงิน

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการยังคงต้องถือปฏิบัติตามกรอบหลักการ (guiding principles) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ลงวันที่ 3 มีนาคม 2565 ที่กำหนดให้การเรียกเก็บค่าบริการต้องเรียกเก็บด้วยอัตราที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน คำนึงถึงต้นทุนในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง และไม่ผลักภาระให้แก่ลูกค้าจนเกินสมควรด้วย

อำนาจตามกฎหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7 ข้อ 10 และข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) ออกหลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินปฏิบัติตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

ขอบเขตการบังคับใช้ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับ 3.1 สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง 3.2 ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) ทุกแห่ง

ทั้งนี้เรียกเก็บค่าบริการต้องมีความชัดเจน เหมาะสม เป็นธรรม ไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน คำนึงถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และไม่ผลักภาระหรือสร้างภาระให้แก่ลูกค้าจนเกินควร โดยมีหลักการคำนวณและฐานในการคำนวณค่าบริการที่มีความสมเหตุสมผลและเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับปัจจัยที่ทำให้เกิดต้นทุนและเป็นปัจจุบัน เปิดเผยข้อมูลค่าบริการให้ลูกค้าทราบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน

โดยผู้ให้บริการยังต้องถือปฏิบัติตามกรอบหลักการตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้ด้วย

หลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ ผู้ให้บริการต้องเรียกเก็บค่าบริการตามแต่ลักษณะหรือประเภทผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินในอัตราค่าบริการที่เรียกเก็บตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และให้หมายความรวมถึงค่าบริการอื่น ๆ ที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจากลูกค้าเพื่อให้บริการในลักษณะหรือประเภทเดียวกัน ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่า ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดก็ตาม รวมทั้งต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มเติมในเรื่องนั้นด้วย ดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการสามารถกำหนดค่าบริการหรือเงื่อนไขการให้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้ามากกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น เช่น การไม่เรียกเก็บค่าบริการในรายการที่ประกาศฉบับนี้กำหนด การยกเว้นค่าบริการให้กับลูกค้าบางกลุ่ม เช่น ลูกค้าบุคคลธรรมดา หรือลูกค้า SMEs

วันเริ่มต้นบังคับใช้ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ให้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

  • ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก
  • ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน
  • ค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวและมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต
  • ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน ยกเว้นธุรกรรมที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และการรับชำระค่าสินค้าและบริการ (ใบแจ้งหนี้)
  • ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน ยกเว้นในส่วนการเรียกเก็บขั้นต่ำและสูงสุดสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาและลูกค้า SME

เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐาน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเดบิตพื้นฐาน
  • ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน ที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และการรับชำระค่าสินค้าและบริการ (ใบแจ้งหนี้)
  • ค่าบริการการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน และ ข้อ 4.3.1 (4) ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ SMEs

เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

  • ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน ในส่วนการเรียกเก็บขั้นต่ำและสูงสุด สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาและลูกค้า SMEs
  • ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต

ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้ให้บริการต้องดำเนินการดูแลให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายค่าบริการเกินกว่าหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ หรือได้รับการเยียวยาหรือได้รับเงินส่วนต่างค่าบริการที่เรียกเก็บเกินกว่าที่หลักเกณฑ์กำหนดให้แก่ลูกค้านับแต่วันที่หลักเกณฑ์ค่าบริการดังกล่าวมีผลใช้บังคับโดยต้องคืนเงินให้แก่ลูกค้าในโอกาสแรกด้วยวิธีการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการต้องจัดทำแผนและกรอบระยะเวลาในการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้สามารถถือปฏิบัติได้ตามที่หลักเกณฑ์กำหนดโดยเร็ว และดำเนินการตามแผนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ดีบรรดาประกาศ หนังสือเวียน คำสั่ง หรือข้อกำหนดใด ที่ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตามประกาศฉบับนี้แทน

ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศที่ 24/2569 เรื่อง “การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต (ฉบับที่ 2)” เพื่อปรับปรุงเกณฑ์การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

ใจความสำคัญของประกาศฉบับนี้ อยู่ที่การเปลี่ยนเกณฑ์การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม โดยให้ยกเลิกเพดานเดิมที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี 2545 เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้ต้นทุนบางส่วนลดลงโดยข้อกำหนดใหม่ระบุว่า

“การเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมกัน (เพิ่มเติมจากดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ และค่าบริการปกติ) ได้ไม่เกินอัตราที่เรียกเก็บตามที่กำหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ

การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตทั้งหมด ทั้งที่เป็นธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ทุกแห่ง ต้องปฏิบัติตามอัตราอ้างอิงใหม่นี้อย่างเคร่งครัด

คลิกอ่านประกาศ

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...