ทรัมป์ลั่น ไม่รีบร้อน เจรจาอิหร่าน ย้ำต้องได้ดีลที่ดีที่สุด พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหารหากเจรจาล่ม
สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ลารา ทรัมป์ ลูกสะใภ้ของเขา ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่าตนเอง "ไม่รีบร้อน" ที่จะลงนามในข้อตกลงยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สี่
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการได้มาซึ่งข้อตกลงที่แข็งแกร่งและมั่นคง โดยระบุว่าเขากำลังผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่จะสามารถรับประกันได้อย่างแท้จริงว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญสูงสุด แม้เขาจะยอมรับว่าต้องการให้บรรลุข้อตกลงร่วมกันโดยเร็ว แต่ก็จะไม่เร่งรัดกระบวนการนี้จนเกินไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
คำกล่าวของทรัมป์ที่ว่า "ผมอยากจะพูดว่าผมกำลังรีบอยู่เหมือนกัน เพราะราคาน้ำมันจะได้ดิ่งลดลงมา แต่ถ้าคุณมัวแต่รีบร้อน คุณก็ไม่มีวันที่จะได้ข้อตกลงที่ดี" สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในพลวัตของตลาดพลังงาน แต่ก็ยังคงยืนยันในหลักการเจรจาที่ต้องได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ส่งสัญญาณเตือนถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม หากการเจรจาในครั้งนี้ต้องประสบความล้มเหลวลง โดยระบุว่า "และตราบใดที่เรายังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ชัวร์ ผมคิดว่าเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เราก็ยุติเรื่องนี้ด้วยวิธีอื่น" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเจรจา
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนเจรจาของทั้งฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง ในขณะที่สถานการณ์สงครามยังคงอยู่ในภาวะหยุดยิงที่เปราะบาง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงานโลกอย่างมหาศาล และเป็นตัวเร่งให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2023 หลังจากที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีที่เหตุการณ์ปะทุขึ้น
ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกายังคงพุ่งสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 4.34 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกัน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ตระหนักดีถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
อนึ่ง ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันดิบคิดเป็นปริมาณราว 1 ใน 5 ของโลก โดยในปัจจุบัน เส้นทางดังกล่าวยังคงปิดตัวลงและแทบจะไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก และเป็นหนึ่งในเครื่องมือต่อรองที่สำคัญของอิหร่านในการเจรจา
สำหรับเงื่อนไขในข้อตกลงสันติภาพนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยื่นคำขาดว่า อิหร่านจะต้องยอมตกลงที่จะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด และต้องทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่อิหร่านอาจมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติของตนเอง
ชมคลิป
อ่านข่าวเพิ่มเติม