โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบร้อน เจรจาอิหร่าน ย้ำต้องได้ดีลที่ดีที่สุด พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหารหากเจรจาล่ม

สยามนิวส์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • คิว
ทรัมป์ลั่นไม่รีบร้อน เจรจาอิหร่าน ย้ำต้องได้ดีลที่ดีที่สุด พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหารหากเจรจาล่ม

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ลารา ทรัมป์ ลูกสะใภ้ของเขา ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่าตนเอง "ไม่รีบร้อน" ที่จะลงนามในข้อตกลงยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สี่

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการได้มาซึ่งข้อตกลงที่แข็งแกร่งและมั่นคง โดยระบุว่าเขากำลังผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่จะสามารถรับประกันได้อย่างแท้จริงว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญสูงสุด แม้เขาจะยอมรับว่าต้องการให้บรรลุข้อตกลงร่วมกันโดยเร็ว แต่ก็จะไม่เร่งรัดกระบวนการนี้จนเกินไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

คำกล่าวของทรัมป์ที่ว่า "ผมอยากจะพูดว่าผมกำลังรีบอยู่เหมือนกัน เพราะราคาน้ำมันจะได้ดิ่งลดลงมา แต่ถ้าคุณมัวแต่รีบร้อน คุณก็ไม่มีวันที่จะได้ข้อตกลงที่ดี" สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในพลวัตของตลาดพลังงาน แต่ก็ยังคงยืนยันในหลักการเจรจาที่ต้องได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ส่งสัญญาณเตือนถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม หากการเจรจาในครั้งนี้ต้องประสบความล้มเหลวลง โดยระบุว่า "และตราบใดที่เรายังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ชัวร์ ผมคิดว่าเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เราก็ยุติเรื่องนี้ด้วยวิธีอื่น" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเจรจา

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนเจรจาของทั้งฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง ในขณะที่สถานการณ์สงครามยังคงอยู่ในภาวะหยุดยิงที่เปราะบาง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงานโลกอย่างมหาศาล และเป็นตัวเร่งให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2023 หลังจากที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีที่เหตุการณ์ปะทุขึ้น

ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกายังคงพุ่งสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 4.34 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกัน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ตระหนักดีถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
อนึ่ง ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันดิบคิดเป็นปริมาณราว 1 ใน 5 ของโลก โดยในปัจจุบัน เส้นทางดังกล่าวยังคงปิดตัวลงและแทบจะไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก และเป็นหนึ่งในเครื่องมือต่อรองที่สำคัญของอิหร่านในการเจรจา

สำหรับเงื่อนไขในข้อตกลงสันติภาพนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยื่นคำขาดว่า อิหร่านจะต้องยอมตกลงที่จะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด และต้องทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่อิหร่านอาจมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติของตนเอง

ชมคลิป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...