CBG ฟื้นกำไรรับฐานต่ำ ส่องเป้าใหม่ 50.50 บาท
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 03.27 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ระบุถึง CBG ว่า คาดกำไรปกติใน 2Q26 เบื้องต้นที่ 630-650 ลบ. ฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังลดลง YoY อีกหนึ่งไตรมาส จากฐานสูงในปีก่อนที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ของบริษัทยังโตได้ดี ทั้งธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ และธุรกิจจัดจำหน่ายผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและทำการตลาดเชิงรุกต่อเนื่อง
นอกจากนี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหม่สำหรับรับจ้างผลิตน้ำอัดลมบรรจุกระป๋องแบรนด์ “Loveza (เลิฟซ่า)” ของบริษัท “Love Potion” ซึ่งผลตอบรับดีมาก เดือน เม.ย. มียอดขายราว 1 ล้านกระป๋อง และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากการขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยัง 7-Eleven, Makro และ Lotus’s เพิ่มเติม จากเดิมที่จำหน่ายเฉพาะใน CJ Mall อย่างไรก็ตาม เราคาด GPM จะอ่อนตัวทั้ง QoQ และ YoY จากผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับสูงขึ้น แต่คาดจะชดเชยได้บางส่วนจากการบริหารจัดการ SG&A ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คาดกำไรปกติกลับมาโต YoY ใน 2H26 จากฐานต่ำในปีก่อนที่บริษัทได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาในช่วงเดือน ก.ค. 2025 นอกจากนี้ ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ทั้งจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”, การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ และการขยายธุรกิจของลูกค้ากลุ่ม OEM อย่าง “Love Potion” รวมถึงหากสงครามในตะวันออกกลางสิ้นสุดลงภายใน 2H26 จะเป็น Upside ต่อประมาณการรายได้ และ GPM ของเรา แต่เพื่อความระมัดระวัง ทำให้เบื้องต้นเราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ที่ 2,574 ลบ. (-9.3% YoY)
การปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจใน UK โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูปที่บริษัทมีผลขาดทุนราว 100 ลบ. ในปี 2025 เป็นการร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทจะรับรู้รายได้ผ่านการจำหน่ายหัวเชื้อ และค่าสิทธิ (Royalty Fee) ทำให้เราคาดบริษัทจะเริ่มกลับมามีกำไรอีกครั้งใน 1Q27 เป็นต้นไป และธุรกิจในอัฟกานิสถาน ผู้นำเข้าจะเริ่มผลิตในประเทศ ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าที่สูงระดับ 80-90% ราคาขายปลีกจะลดลงจากเกือบ 30 บาท เหลือเพียง 12 บาท ทำให้ยอดขายกลับมาสูงเหมือนอดีต
ทำให้ปรับกำไรปกติปี 2027 ขึ้น 5.4% เป็น 3,085 ลบ. (+19.8% YoY) นอกจากนี้ ประมาณการของเรายังไม่รวมปัจจัยบวกจากการเริ่มจำหน่ายหัวเชื้อไปจีน และการขยายกำลังการผลิตในเมียนมา ซึ่งเป็น Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการของเรา
ขณะที่ปรับไปใช้ราคา ณ กลางปี 2027 และปรับ PER ที่ใช้ในการประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 17.9 เท่า เพื่อสะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ทำให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 50.50 บาท อย่างไรก็ตาม ระดับ PER ดังกล่าวยังคิดเป็นเพียง -1.25 SD ของ PE Band ย้อนหลัง 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside Gain ที่ 20.2% รวมถึงมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยจำกัด Downside Risk ของราคาหุ้น ทำให้เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”