โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

WHO เผยยอดสงสัยติดเชื้อ ‘อีโบลา’ ในดีอาร์คองโก พุ่งกว่า 900 รายแล้ว

Xinhua

อัพเดต 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรการแพทย์ดำเนินการฆ่าเชื้อโรคในเมืองมองบวาลู จังหวัดอิตูรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก วันที่ 23 พ.ค. 2026)

เจนีวา, 25 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (24 พ.ค.) ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลาแล้วกว่า 900 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยยืนยันผล 101 ราย ขณะที่ทางการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา

ทีโดรสโพสต์บนเอ็กซ์ (X) ว่าจังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด มีประชากรเกือบ 5 ล้านคนอาศัยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง โดย 1 ใน 4 ของประชากรต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และ 1 ใน 5 เป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ

ความรุนแรงกำลังบีบให้ผู้คนต้องหนี ซึ่งรวมถึงบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรม สิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความพยายามในการขยายการติดตามผู้สัมผัสเชื้อไวรัสอีโบลา และการตรวจพบผู้ติดเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเพื่อให้การดูแลรักษาที่เหมาะสม ขณะที่ความไม่ปลอดภัยและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจภายในชุมชนด้วย

ทีโดรสกล่าวว่าองค์การฯ และพันธมิตรด้านสาธารณสุขยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดอิตูรี ซึ่งรวมถึงในพื้นที่เข้าถึงยากและอันตรายที่สุดที่มีหลายชุมชนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทั้งจากเชื้อไวรัสอีโบลา และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ พร้อมชี้ว่าการให้บริการดูแลสุขภาพครบวงจรถือเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพเร่งด่วน แต่เพื่อสร้างความไว้วางใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการรับมือเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างมีประสิทธิภาพ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ทีโดรสประกาศให้การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโย (Bundibugyo) ในดีอาร์คองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พ.ค. องค์การฯ ได้ปรับการประเมินความเสี่ยงจากเชื้อไวรัสฯ เป็น “สูงมาก” ในระดับประเทศ ขณะที่ยังคงระดับ “สูง” ในระดับภูมิภาค และ “ต่ำ” ในระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...