โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองหมีเนย” ยอดขายแตก 2 เดือน 2 หมื่นชิ้น ตก “มัมหมี-Gen Z” ลงทุนทองด้วยค่าข้าว 1 มื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 17.29 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 10.29 น.

ทองคำ คอลแลปส์ ความคิ้วท์ “GCAP GOLD x Butterbear” ทลายกำแพงตู้แดงพลิกสินทรัพย์ Safe Haven สู่ “ทองคำฮีลใจ” ดึง “มัมหมี-Gen Z” ลงทุนทองด้วยเงินเริ่มต้นเท่าค่าอาหารนอกบ้าน 1 มื้อ เปิดตัว 2 เดือนยอดขายพุ่งทะลุ 2 หมื่นชิ้น สเต๊ปต่อไปเตรียมปั้น Art Toy เจาะพอร์ตนักลงทุนรุ่นใหม่

ในยุคที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์โลกเกิดขึ้นรายวัน "ทองคำ" ยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่แข็งแกร่ง แต่สำหรับคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ภาพจำของทองคำตู้แดงอาจดูไกลตัว ค่ำครึ และต้องใช้เงินก้อนใหญ่…

แต่จะเป็นอย่างไร? ถ้าวันนี้โลกของการลงทุนระดับตำนานโคจรมาพบกับโลกแห่งไลฟ์สไตล์และความสุขระดับปรากฏการณ์ เมื่อ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ยักษ์ใหญ่ผู้ค้าส่งทองคำของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 80 ปี ตัดสินใจคอลแลปส์ครั้งใหญ่กับ "Butterbear" หรือ น้องหมีเนย ไอดอลสาวสุดฮอต เป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม!

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความน่ารัก แต่เป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนโฉมวงการทองคำไทย ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ฮีลใจที่มีมูลค่าทางจิตใจ” ที่ใครก็เข้าถึงได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียงหลักร้อย!

ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD” ได้เผยถึงแนวคิดเบื้องหลังโปรเจกต์พิเศษที่เป็นกระแสในขณะนี้ ระหว่าง GCAP Gold และ Butterbear (น้องหมีเนย) โดยมีใจความสำคัญว่า โปรเจกต์นี้เป็นการผสานโลก 2 ใบ ระหว่าง "การลงทุน" และ "ไลฟ์สไตล์ความชอบ" (รสนิยม/ความชื่นชอบในตัวอาร์ตทอยหรือคาแรคเตอร์) โจทย์สำคัญคือการหาจุดร่วมที่ลงตัวระหว่าง "มูลค่าของสินค้า" (ทองคำที่มีราคาสูง) กับ "งบประมาณ (Budget)" ของกลุ่มลูกค้าทั่วไป จึงต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ทองคำในรูปแบบที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

เป้าหมายหลักไม่ใช่กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่แบบดั้งเดิม แต่ต้องการเข้าถึงคนทั่วไป หรือแฟนคลับที่ชื่นชอบน้องหมีเนย ที่อยากจะเริ่มต้นซื้อทองคำหรือทดลองออมทองเป็นครั้งแรก ตัวผลิตภัณฑ์จึงถูกออกแบบมาให้มี "ขนาดที่เล็กลง" เพื่อให้ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกการลงทุนทองคำ

ปรากฏการณ์ "ด้อมหมีตื่นทอง" 2 เดือน กวาดยอดทะลุ 20,000 ชิ้น!

ผู้บริหารยังเปิดเผยข้อมูลชวนทึ่งว่า หลังจากเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ‘GCAP GOLD x Butterbear’ มาได้เพียง 2 เดือน สามารถทุบสถิติกวาดยอดขายไปได้แล้วกว่า 20,000 ชิ้น ทั้งที่แทบไม่ได้ทำการตลาดอย่างเป็นทางการ!

พลังขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่ม "มัมหมี" และแฟนคลับน้องเนยอายุ 25 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มนักสะสมที่มองเห็นว่านี่คือการซื้อของสะสมที่ไม่มีวันด้อยค่าลงตามกาลเวลา โดย GCAP GOLD ตั้งเป้าหมายใหญ่ว่าจะดันยอดขายคอลเลกชันนี้ให้ทะลุ 100,000 ชิ้นภายในปีนี้ อย่างแน่นอน

สำหรับคอลเลกชันน้องหมีเนย ถูกออกแบบมาอย่างประณีตผ่าน 9 รูปแบบสินค้า เพื่อตอบโจทย์ทุกความชอบและบัดเจ็ตในกระเป๋า (ราคาเริ่มตั้งแต่ประมาณ 600 ไปจนถึง 70,000 บาท* ขึ้นอยู่กับราคาทองคำช่วงนั้นๆ และมีค่ากำเหน็จเฉลี่ยเพียง 159 - 500 บาทเท่านั้น) ประกอบด้วย:

  • การ์ดทองคำแท่ง และ เหรียญทองคำ: ซอยไซซ์เล็กพิเศษตั้งแต่ 0.1 กรัม, 0.3 กรัม, 0.5 กรัม ไปจนถึง 1 บาท ดีไซน์ลวดลายน้องเนยสุดคิวท์
    • Sweet Moments Collection Box Set: เซตพรีเมียมที่รวมโมเมนต์ใจฟู เหมาะสำหรับเป็นไอเทมฮีลใจและการเก็บสะสม
    • Jewelry Collection & Charm Series: เครื่องประดับทองคำสำหรับร้อยข้อมือ แฝงรายละเอียดการลงสีที่ประณีตและสวยงาม สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

Next Step: ลุยตลาด "Gold Art Toy" และแผนปักหมุดกินรวบ "นักท่องเที่ยวจีน"

ไม่หมดแค่นี้! GCAP GOLD เตรียมยกระดับจากการ์ดทองคำและเครื่องประดับไปสู่ขอบเขตใหม่ของวงการทองคำ นั่นคือการปั้น "อาร์ตทอยทองคำ" (Gold Art Toy) หรือ ตุ๊กตาทองคำหมีเนย * เปลี่ยนทองแท่งเป็นของสะสม: ปัจจุบันได้มีการทำตัวอย่างมาตั้งโชว์เพื่อทดสอบศักยภาพการผลิตและสำรวจตลาด โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครึ่งปีหลังนี้ และวางราคาไว้แบบจับต้องได้ไม่เกิน 10,000 บาท เพื่อเข้าหา กลุ่มนักสะสมโดยเฉพาะ

  • แผนเปิด Pop-up Store รองรับลูกค้า Walk-in: ในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า บริษัทเตรียมเปิดตัวหน้าร้านอย่างเป็นทางการและ Pop-up Store บริเวณถนนเพชรบุรี ซอย 10 เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะ "แฟนคลับชาวจีน" ที่มีฐานแฟนคลับน้องเนยหนาแน่น และมีพฤติกรรมชื่นชอบการซื้อทองคำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
    • Explore Export: ตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ Art Toy ทองคำนี้ให้เป็นสินค้า Flagship เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในตลาดโลกในอนาคต

ตลาดทองคำราคาสูงขนาดนี้ "ซื้อตอนนี้ยังทันไหม?"

ท่ามกลางคำถามยอดฮิตที่ว่า ทองคำทำ All-Time High บ่อยครั้ง ราคาทะยานขึ้นมาเรื่อยๆ จนคนเริ่มลังเล ชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP GOLD” ผู้คร่ำหวอดในวงการทองคำมากว่า 27 ปี ให้คำตอบไว้อย่างน่าสนใจว่า:

"ตราบใดที่ในพอร์ตการลงทุนของคุณยังมีทองคำน้อยเกินไป การซื้อที่ระดับราคาใดก็ยังถือว่าสมเหตุสมผล เสน่ห์ของทองคำคือในระยะยาวมันมีปัจจัยพื้นฐานรองรับเสมอ โดยเฉพาะการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก"

  • ย้อนหลังกลับไป 3 ปี ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 100% และในรอบปีที่ผ่านมามีช่วงบวกขึ้นไปถึง 66% โดยเฉลี่ยแล้วทองคำจะมีความเคลื่อนไหวที่สร้างโอกาสทำกำไรให้เราได้ในทุกๆ 3 วัน
    • สูตรจัดพอร์ตสู้ความผันผวน: สำหรับผู้เริ่มต้นลงทุน ควรมีทองคำติดพอร์ตอย่างน้อย 10% ของสินทรัพย์ทั้งหมด แต่ถ้าในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนสูง มีเรื่องสงคราม หรือเศรษฐกิจผันผวน สามารถเพิ่มสัดส่วนทองคำไปได้ถึง 20-25% เพื่อลดความเสี่ยงรวมของพอร์ต

เปลี่ยน Mindset คนรุ่นใหม่: "ออมทองคำ เริ่มต้นเท่าค่าอาหารนอกบ้าน 1 มื้อ"

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน พวกเขาไม่ได้มองทองคำเป็นเครื่องประดับสวมใส่ประโคมแบบคนสมัยก่อน แต่มองเป็น "ไลฟ์สไตล์การลงทุน" เช่น การเลือกซื้อทองคำไซซ์เล็กให้เป็นของขวัญวันรับปริญญาแทนดอกไม้ เพราะมีมูลค่าคงทนและเติบโตได้ในอนาคต

GCAP GOLD จึงได้ทลายกำแพงการลงทุนด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชัน "ME GOLD" ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ Micro-Investment:

  • เริ่มต้นเพียง 100 บาท: สามารถทยอยออมทองคำได้ด้วยเงินจำนวนน้อยๆ เปรียบเทียบแล้ว "เริ่มต้นเท่าค่าอาหารนอกบ้านเพียง 1 มื้อ" เท่านั้น
    • ถอนทองจริงได้ง่าย: เมื่อออมสะสมจนครบเกณฑ์ขั้นต่ำ (เช่น 0.1 กรัม หรือประมาณ 500 กว่าบาท) ก็สามารถสั่งถอนเพื่อรับทองคำแท่งจริงที่มีลวดลายน้องหมีเนยกลับไปเชยชมได้เลย เป็นการสร้างวินัยทางการเงินผ่านสิ่งที่รักได้อย่างแยบยล

พลิกโมเดลธุรกิจจาก "ต้นน้ำ" สู่ "รีเทล" เต็มตัว

โปรเจกต์คอลแลปส์ระดับประเทศครั้งนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการเปลี่ยนผ่านองค์กรของ GCAP GOLD ปัจจุบันรายได้กว่า 80% ของบริษัทยังมาจากธุรกิจค้าส่ง ที่ส่งทองคำให้กับร้านทองทั่วประเทศ ทำให้เป็นผู้เล่นอันดับ 4-5 ของตลาด ขณะที่สัดส่วนรายได้จากลูกค้ารายย่อย เช่น การเทรดดิ้งและออมทอง มีอยู่ราว 20%

แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้า GCAP ตั้งเป้าหมายที่จะ เพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อยขึ้นเป็น 35-40% ซึ่งกระแส "น้องหมีเนยฟีเวอร์" และนวัตกรรมอาร์ตทอยทองคำนี่เอง ที่จะเป็นสะพานเชื่อมให้แบรนด์เข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคโดยตรง ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านการลงทุนที่น่าเชื่อถือและเข้าถึงง่ายที่สุด

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...