โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Toxic Family เมื่อครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน: 5 พฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่อาจทำให้ครอบครัวไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย (โดยไม่รู้ตัว)

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 01 ก.ย 2565 เวลา 14.33 น. • Features

Toxic Family หมายถึงพื้นที่ที่เป็นพิษต่อสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเกิดจากการแสดงพฤติกรรมบางอย่างของสมาชิกในครอบครัว ที่ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว เช่น การไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน การใช้อำนาจข่มขู่ การทำร้ายร่างกายและจิตใจ จนทำให้เกิดความเครียด ความทุกข์ทางจิตใจและอารมณ์ และทำให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกว่า ครอบครัวไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย อีกต่อไปทั้งที่ความจริง ครอบครัวคือปัจจัยสำคัญในการหล่อหลอมและสร้างพื้นฐานชีวิตให้กับลูก โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยทำหน้าที่เลี้ยงดู อบรมสั่งสอน เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขต่อไปในอนาคตแต่บางครั้ง พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว กลับเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์และความมั่นคงในจิตใจของลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าครอบครัวไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย กลายเป็นที่มาของปัญหาทางจิตใจและอารมณ์ของลูกM.O.M จึงรวบรวม 5 พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ที่อาจทำให้ครอบครัวดีๆ สั่นคลอนและนำไปสู่การเป็น Toxic Family หรือครอบครัวที่เป็นพิษมาฝากค่ะ1. ชอบตัดสินลูก

คุณพ่อคุณแม่ไม่ชอบให้คนอื่นมาตัดสินตัวเองอย่างไร ขอให้นึกเสมอว่าถึงแม้จะเป็นเด็ก แต่ลูกก็ไม่อยากให้คุณคุณพ่อคุณแม่ตัดสินเขาเช่นกันดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินอารมณ์และพฤติกรรมของลูก ด้วยการใช้คำพูดเชิงลบ เช่น เรื่องแค่นี้ทำไมลูกถึงจัดการไม่ได้ หรือใครสอนให้ลูกเป็นเด็กก้าวร้าวเพราะคำพูดที่เกิดจากอารมณ์โกรธของคุณพ่อคุณแม่ อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีกับตัวเองมากกว่าการต้องการแก้ไขหรือปรับตัว และยังทำให้ลูกรู้สึกไม่อยากเล่าหรือให้คุณพ่อคุณแม่รับรู้เรื่องราวของเขาอีกสิ่งที่ควรทำคือถามถึงสาเหตุการกระทำของลูก ตักเตือนด้วยเหตุผล และแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม เช่น เมื่อลูกแย่งของเล่นคนอื่น คุณแม่ควรเเนะนำให้ลูกรู้จักการอดทนรอคอย หรือสอนให้แบ่งปันของเล่น และสอนให้ลูกรู้จักพูดคุยกับเพื่อนด้วยเหตุผลในครั้งต่อไป2. เปรียบเทียบลูก

การพูดเปรียบเทียบลูกกับคนอื่นหรือแม้แต่เปรียบเทียบกับคุณพ่อคุณแม่ในช่วงวัยเดียวกัน มักเกิดขึ้นโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัว เช่น ลูกบ้านนั้นเรียนเก่ง, ตอนแม่อายุเท่าลูก แม่ซักผ้าเองได้แล้ว, หรือตอนเด็กๆ พ่อสอบได้ที่ 1 ทุกปีเลยนะ แม้คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่มีเจตนาพูดเพื่อเปรียบเทียบ แต่หากลูกได้ยินคำพูดเหล่านี้บ่อยๆ ก็เกิดเป็นความกดดัน และทำให้ลูกอยากตีตัวออกห่างจากคุณพ่อคุณแม่ได้ถึงแม้การเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกฟังจะช่วยสานความสัมพันธ์ครอบครัวได้ แต่นอกจากความสำเร็จแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรพูดถึงข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต และหาโอกาสชื่นชมความสามารถและพฤติกรรมเชิงบวกของลูกด้วย3. พยายามให้ลูกสานต่อความฝันของพ่อแม่ในวัยเด็ก

ลูกควรมีอิสระในการใช้ชีวิต และเลือกทำตามความฝันของตัวเอง แต่บางครั้งคุณพ่อคุณแม่มักวางแผนและกดดันให้ลูกเติบโตไปตามเส้นทางที่ตัวเองเคยอยากทำมาก่อน เช่น พยายามพูดให้ลูกเห็นข้อดีของอาชีพที่คุณพ่อคุณแม่ใฝ่ฝันในวัยเด็ก หรือพูดถึงเป้าหมายชีวิตที่คุณพ่อคุณแม่เคยต้องการให้ลูกได้ยินบ่อยๆโดยปกติลูกมักอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ ถึงแม้ไม่ใช่การบังคับหรือกดดันโดยตรง แต่การพยายามโน้มน้าวและสร้างเส้นทางให้ลูกสานต่อความฝันของคุณพ่อคุณแม่มากเกินไป อาจไปลดทอนโอกาสที่ลูกจะประสบความสำเร็จตามความชอบและเส้นทางของตัวเองได้4. คำพูดของพ่อแม่ถูกต้องเสมอ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็คิดว่าคำพูดหรือการกระทำของตัวเองถูกต้อง เหมาะสมต่อสถานการณ์ต่างๆ และพยายามพูดให้ลูกเชื่อในการตัดสินใจของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่ว่า คำพูดของพ่อแม่ถูกต้องเสมอคุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังเหตุผลของลูกในทุกสถานการณ์ แม้ว่าลูกจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว หรือใช้คำพูดไม่เหมาะสมก็ตาม การเปิดใจรับฟังมุมมองใหม่ๆ และไม่ยึดติดกับความคิดหรือความเชื่อของตนเองเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึง5. สนใจงานมากกว่าลูก

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การเป็นครอบครัวเป็นพิษ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัว ก็คือการเผลอใช้คำพูดที่ทำให้ลูกรู้สึกถูกมองข้าม หรือไม่ได้รับความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ เช่น “อย่าเพิ่งมายุ่ง พ่อทำงานอยู่” หรือ “เอาไว้ก่อนนะลูก ขอแม่ทำงานก่อน” เพราะถึงแม้งานจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การปฏิเสธหรือบอกปัดลูกควรใช้การอธิบายที่เหมาะสม เช่น บอกว่ากำลังทำอะไร และต้องการเวลานานแค่ไหน เพื่อจัดการธุระของตัวเอง และกลับมาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับลูกอ่านบทความ: 4 พฤติกรรมทำร้ายใจลูก ที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่รู้ตัวอ้างอิงhealthlinepurewowWebMDOprahdaily

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...