โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ ยอดขายพุ่ง 2 เท่า ลุยปั้นธุรกิจแฟรนไชส์ ตั้งเป้าปีหน้าขยายครบ 1,500 สาขา

TODAY

อัพเดต 19 ก.ย 2565 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2565 เวลา 02.00 น. • workpointTODAY

สงครามในตลาด ‘กาแฟนอกบ้าน’ ดูเหมือนจะดุเดือดขึ้นอีกไม่น้อย หลัง บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เจ้าของปั๊มพีทีและแบรนด์ร้านกาแฟที่เปิดมา 10 ปีแล้วอย่าง ‘กาแฟพันธุ์ไทย’ ประกาศบิ๊กโปรเจ็กต์ ลุยขยายสาขาให้ครบ 1,500 สาขาในปีหน้า

‘พิทักษ์ รัชกิจประการ’ ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG บอกว่า แม้การระบาดของโควิด-19 จะกระทบกับเศรษฐกิจ แต่ถึงอย่างนั้นโควิดก็ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปด้วย คนส่วนใหญ่ไม่กล้าออกจากบ้าน หลายคนต้อง work from home และนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดลิเวอรี่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

การเติบโตของเดลิเวอรี่จนส่งผลให้ตลาดกาแฟนอกบ้านเติบโตไปด้วย ทำให้ ‘กาแฟพันธุ์ไทย’ แบรนด์ร้านกาแฟที่เปิดมานานแล้วแต่ที่ผ่ายมาไม่ค่อยสร้างแบรนด์มากนัก จับโอกาสลุยเดลิเวอรี่มากขึ้นตั้งแต่ปี 2563 เริ่มโฟกัสเดลิเวอรี่อย่างจริงจังในปี 2564 และปรับกลยุทธ์ใหม่ ขยายสาขาไปนอกปั๊มน้ำมันมากขึ้น

ซึ่งดูเหมือนว่ากลยุทธ์เหล่านั้นจะทำให้กาแฟพันธุ์ไทยจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เห็นได้จากผลประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดด คือ

-ครึ่งปีแรกของปี 2565 กวาดรายได้ไป 480 ล้านบาท (เฉลี่ยเดือนละ 80 ล้านบาท) เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 2 เท่า

-ช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3/2565 ทำรายได้ไปได้ถึง 230 ล้านบาท (เฉลี่ยเดือนละ 115 ล้านบาท)

-ผลประกอบการในธุรกิจนี้เริ่มมีกำไรเป็นครั้งแรกในไตรมาส 4/2564 และหลังจากนั้นมีกำไรมาอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขรายได้ในปีนี้ที่มีแนวโน้มสดใส ทำให้ PTG คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2565 กาแฟพันธุ์ไทยจะมีรายได้เติบโตจากครึ่งปีแรกอีก 120% หรืออยู่ที่ราวๆ 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการปรับกลยุทธ์ 4 ด้านด้วยกัน ดังนี้

1.ขยายสาขา – กลยุทธ์แรกที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยนำมาใช้ คือการขยายสาขาทั้งในและนอกปั๊มน้ำมัน เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานเป็นหลัก ทำให้เน้นขยายสาขาไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นสัดส่วน 50% ภาคอีสาน 15% และภาคอื่นๆ ภูมิภาคละประมาณ 8%

ทั้งนี้ ปัจจุบันกาแฟพันธุ์ไทยมีสาขาอยู่กว่า 500 สาขา (ในปั๊ม 70% นอกปั๊ม 30%) สิ้นปีนี้น่าจะแตะถึง 600 สาขา

และตั้งเป้าว่าปี 2566 จะขยายเป็น 1,500 สาขา

ใน 3 ปีถัดไป คือปี 2567-2569 จะขยายอีกปีละ 1,000 สาขา

เท่ากับว่าสิ้นปี 2569 กาแฟพันธุ์ไทยจะเปิดให้บริการมากถึง 4,500 สาขา

โดยโมเดลที่จะนำมาใช้ขยายสาขาก็คือโมเดล ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ นั่นเอง โดยแฟรนไชส์ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ลงทุนเริ่มต้นที่ 1.25 ล้านบาท (ไม่รวมค่าสมัครแรกเข้า 1.5 แสนบาท และค่าธรรมเนียมรายเดือนเพิ่มเติม)

ซึ่งบริษัทจะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาตั้งแต่การบริหารจัดการร้าน, วัตถุดิบ, การฝึกเทรนนิ่งพนักงาน, การควบคุมคุณภาพและรสชาติของเครื่องดื่ม

PTG ยังมีธนาคารที่เป็นพาร์ตเนอร์ในเรื่องสินเชื่อสำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของแฟรนไชส์แต่เงินลงทุนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังนำเสนอที่ดินทำเลพิเศษสำหรับคนที่ไม่มีทำเลที่ตั้งอีกด้วย

‘พิทักษ์’ บอกว่า ปัจจุบันร้านกาแฟพันธุ์ไทยมีเป็นโมเดลแฟรนไชส์ในสัดส่วนราว 40-45% นอกนั้น PTG บริหารเอง โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 สัดส่วนของร้านแฟรนไชส์จะเพิ่มเป็น 80% บริหารเอง 20%

2.ออกสินค้าใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง – กาแฟพันธุ์ไทยจะนำวัตถุดิบของไทยรสชาติดีที่หากินได้ยากมาทำเป็นเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลดอกมะพร้าวจากอัมพวา จ.สมุทรสงคราม, ตาลโตนดจาก อ.สทิงพระ จ.สงขลา, ส้มมะปี๊ด จาก จ.จันทบุรี

และสินค้าใหม่ล่าสุดอย่าง ‘ไทยดีเสริฐ’ หรือขนมไทยดื่มได้ ที่ใช้วัตถุดิบลอดช่องจาก จ.เชียงใหม่ และฝอยทองจากอยุทธยา ซึ่งนอกจากจะสร้างความน่าสนใจแล้วยังเป็นการสนับสนุนชุมชนและเกษตรกรในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตอีกด้วย

3.วางกลยุทธ์กานตลาดและสื่อสารแบรนด์ผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ – โดยเน้นความสะดวกในการเข้าถึงแบรนด์ของลูกค้า เพิ่มการรับรู้ของแบรนด์และการมองเห็นให้มากขึ้น ซึ่งจากการดำเนินงานในปี 2564 ที่ผ่านมา ยอดขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่เติบโตมากขึ้นถึง 4 เท่า

4.นำข้อมูลลูกค้าจากบัตรสมาชิก Max Card และ Max Card Plus - ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 17 ล้านคนทั่วประเทศ ให้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพิ่มยอดขาย และเพิ่มความถี่ของการเข้ามาใช้บริการในร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้มากขึ้น

‘บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์’ ที่ปรึกษาด้านแบรนด์ดิ้ง กาแฟพันธุ์ไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กาแฟพันธุ์ไทย ก็มีการแนะนำปรับเปลี่ยนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์มากขึ้น เช่น การปรับโครงสร้างการทำงาน, เสริมทีมงานด้าน R&D, เทรนนิ่งทีมมาร์เก็ตติ้ง ฯลฯ เพื่อให้กาแฟพันธุ์ไทยไปถึงเป้าหมายที่ผู้บริหารวางไว้

“และเนื่องในโอกาสครบ 10 ปี กาแฟพันธุ์ไทย ได้ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท ส่งแคมเปญ ‘เวลาเป็นไท’ ที่ชวนมาพักผ่อนด้วยการดื่มกาแฟในช่วงเวลาเป็นไท พร้อมส่งโปรโมชั่นสั่งเครื่องดื่มจากร้านกาแฟพันธุ์ไทยแก้วที่ 2 ได้ในราคาเพียง 10 บาทเท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมาย” บุณย์ญานุชกล่าว

สำหรับการรุกธุรกิจเต็มสูบขนาดนี้ ‘พิทักษ์’ บอกว่าเป็นเพราะมองว่าตลาดกาแฟนอกบ้านยังมีโอกาสเติบโตอยู่ โดยปีนี้ตลาดกาแฟนอกบ้านมีมูลค่าอยู่ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท แนวโน้มเติบโตปีละ 9.5% จากเทรนด์การดื่มกาแฟของคนไทยที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

เขายังตั้งเป้าหมายด้วยว่า ปีหน้ารายได้ของกาแฟพันธุ์ไทยน่าจะพุ่งขึ้นแตะ 2,400 ล้านบาท และเติบโตปีละ 50% ทุกปีไปอีกราว 4-5 ปี

นอกจากนี้ยังตั้งใจจะขยายธุรกิจ non-oil ของบริษัทไปให้มากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริการประกัน สินเชื่อ ฯลฯ ส่วนจะเห็นอะไรใหม่ๆ ออกมาบ้างต่อจากนี้ เป็นสิ่งที่เราต้องจับตาดูกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...