โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อข้องใจ? ทำไมถึงชอบหงุดหงิดแฟนตัวเองขนาดนี้!

Dek-D.com

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2565 เวลา 13.48 น. • DEK-D.com
แม้ความหงุดหงิดจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การหงุดหงิดใส่อีกฝ่ายอยู่บ่อย ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

spoil

  • การหงุดหงิดถือเป็นหนึ่งในกลไกตามธรรมชาติของมนุษย์
  • แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การหงุดหงิดมากเกินไปอาจส่งผลกระทบได้ โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์
  • การจัดการอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองไม่ให้เยอะจนเกินไปจึงเป็นสิ่งที่ดี

สวัสดีชาว Dek-Dทุกคน ไหนใครเคยมีประสบการณ์ชอบหงุดหงิดแฟน หรือชอบโดนแฟนหงุดหงิดใส่บ้าง! ที่ไม่ว่าเรื่องจะเล็กหรือเรื่องใหญ่แค่ไหน ก็เป็นต้องบ่นต้องติ แสดงอาการไม่พอใจ ไม่คุยด้วย งอน จนพาลทะเลาะเป็นเรื่องเป็นราวอยู่หลายครั้ง

แม้ความหงุดหงิดจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ต้องบอกว่าการหงุดหงิดใส่อีกฝ่ายอยู่บ่อย ๆ มันไม่ดีเท่าไหร่นักหรอก แรก ๆ อาจจะยังทนได้แต่พอนานเข้าก็เริ่มรู้สึกบั่นทอนใจ ลามไปถึงความสัมพันธ์ที่อาจพังลงมาได้ดื้อ ๆก็แหม่ ทำอะไรก็ผิดไปหมด หงุดหงิดไปหมด มันก็ต้องมีเฟลกันบ้างแหละ

แล้วจะทำยังไงได้บ้าง ที่เราจะสามารถจัดการกับความขี้หงุดหงิดนี้ งั้นเราลองไปดูสาเหตุของความขี้หงุดหงิดง่ายกันก่อนดีกว่า เพราะทุกสิ่งล้วนมีที่มาที่ไปเสมอ

ธรรมชาติของมนุษย์

ต่อให้เราจะรักหรือชอบเขามากแค่ไหน พออยู่ด้วยกันนานเข้า ก็เป็นธรรมดาที่เราจะมองเห็นข้อเสียหรือสิ่งที่ไม่ชอบจากอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเผลอแสดงอาการหงุดหงิดใส่อยู่บ่อย ๆ

จริง ๆ การหงุดหงิดแฟนตัวเองถือเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์อย่างหนึ่ง เพราะเราไม่สามารถโอเคกับทุก ๆ เรื่องในชีวิตได้ มีวันที่ไม่พอใจ เสียใจ หรือผิดหวังเกิดขึ้น

กลัวการเปลี่ยนแปลง

ฟังข้อนี้แล้วอาจจะงงว่าใช่เหรอ? บอกเลยค่ะ ว่าใช่ ถ้ายังไม่เชื่อเราลองมาพิสูจน์ด้วยการสำรวจตัวเองกันก่อนว่าเวลาที่เราหรือแฟนหงุดหงิดมักเกิดขึ้นในช่วงไหนบ้าง

ตามธรรมชาติแล้วมนุษย์เราจะรู้สึกไม่สบายใจกับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ไม่คุ้นชินเช่น แฟนไม่ยอมตอบไลน์ แฟนแกล้งในสิ่งที่ไม่ชอบ เป็นต้น จึงต่อต้านด้วยการแสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมา เพื่อปกป้องตนเองจากสิ่งที่ไม่คาดหวัง

เพราะเรามีความเครียด

ความหงุดหงิดส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากแค่การกระทำของอีกฝ่ายนะคะ แต่เป็นเพราะตัวเราเองนี่แหละที่อาจจะมีความเครียดมากเกินไปอาจจะมาจากการนอนหลับพักผ่อนน้อย กินอาหารไม่มีประโยชน์ กดดันจากการเรียนการทำงาน ทุกอย่างล้วนส่งผลให้เรารู้สึกหงุดหงิดได้ทั้งหมด

เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางมากเกินไป

เวลาเราเห็นอีกฝ่ายทำอะไรก็ขัดหูขัดตาทุกเรื่องแบบมากจนเกินไป อาจเป็นเพราะเรากำลังเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง อยากให้เขาทำแต่สิ่งที่หวังไม่อยากให้แสดงอะไรที่เราไม่ชอบ ซึ่งข้อนี้ต้องระวังสักนิดเพราะอาจทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจได้นะคะ

แม้ความหงุดหงิดจะมีที่มาที่ไป แต่เราก็ต้องจำไว้เสมอว่าอารมณ์ที่หงุดหงิดไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขเลยแถมอีกฝ่ายก็จะยิ่งรู้สึกแย่ พาลทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีอยู่พังลงมาได้ง่าย ๆ ถ้าแบบนั้นเราลองไปดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกหงุดหงิดง่ายยังไงได้บ้าง

พูดคุยเรื่องที่ไม่สบายใจโดยไม่ใช้อารมณ์

การได้พูดในสิ่งที่เราไม่โอเคให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในความสัมพันธ์ โดยคุณ Kamna Chhibber หัวหน้าจิตแพทย์จาก Fortis Healthcare กล่าวว่าถ้าเราเอาแต่แสดงความหงุดหงิดอย่างเดียวแบบไม่มีเหตุผล ไม่แบ่งปันสาเหตุให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจกันและกันได้

สำคัญมาก ๆ คือห้ามใช้อารมณ์นำเด็ดขาดเพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นยังทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นแล้วคุยกันดี ๆ ด้วยเหตุและผลจะดีที่สุด

ปล่อยวางกับเรื่องเล็ก ๆ บ้าง

คุยกันแล้ว บอกกันแล้ว แต่แฟนยังทำเรื่องจุกจิกที่เราไม่ชอบอีก อันนี้อาจเป็นสัญญาณว่าสิ่งที่ทำน่ะมันเป็นตัวตนของเขาการพยายามเข้าไปเปลี่ยนแปลงน่าจะเป็นเรื่องยาก ถึงต่อให้เปลี่ยนได้ก็อาจจะฝืนใจ อึดอัดจนยอมแพ้กับความสัมพันธ์ในครั้งนี้

สิ่งที่อยากบอกก็คือหากเรื่องเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่คอขาดบาดตายถึงขั้นรับไม่ได้ ก็อยากให้ลองปล่อยวางกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูบ้าง จำไว้นะคะความรักคือการที่เราสามารถรับข้อเสียของอีกฝ่ายได้ ไม่ใช่รับด้านดีเพียงอย่างเดียว

หันกลับไปถามความรู้สึกและเหตุผลของตัวเอง

ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลกันทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรารับมือได้ดี คือการย้อนกลับไปถามความรู้สึกและเหตุผลของตัวเองดูว่าทำไมถึงหงุดหงิด เราไม่ชอบอะไร เรื่องใหญ่มากแค่ไหนมันกระทบกับเราไหม นอกจากจะช่วยให้สงบแล้ว ยังทำให้เราตามทันอารมณ์ที่พุ่งนำไปก่อนเหตุผลอีกด้วย

ฝึกสมาธิก็ช่วยได้นะ

รู้สึกตัวเองหงุดหงิดง่ายเหลือเกินแบบทนไม่ไหวแล้ว ก็ต้องเอาสมาธิเข้าช่วยไปเลยค่ะบอกก่อนว่าไม่จำเป็นจะต้องนั่งท่าเป๊ะ ๆ อาจเป็นเพียงการหลับตาฝึกหายใจเข้าออกช้า ๆ คอยจับสังเกตุลมหายใจเมื่อมีสมาธิเราก็จะมีสติ การตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น เป็นเหตุเป็นผลขึ้น

ลองมองในมุมอื่นบ้าง

เรื่องทุกอย่างมันไม่ได้มีเพียงมุมเดียวอยู่แล้วจริงไหมคะ? ก่อนที่เราจะหงุดหงิดหรือแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดไป ลองใจเย็น ๆ และมองในมุมของอีกฝ่ายดูว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น เพราะอะไรทางที่ดีที่สุดคือถ้ามีเรื่องไม่สบายใจเราก็ควรพูดคุยและบอกอีกฝ่าย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจในตัวของแฟนเรามากขึ้น และไม่ตัดสินโดยใช้แค่มุมมองเราเพียงฝ่ายเดียว

คิดเสมอว่าเป็นคนรักไม่ใช่ศัตรู

จริงอยู่ที่หลายครั้งเราก็อาจหลงลืมไปว่าคนรักของเรานั้นไม่มีวันเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบในทุก ๆ เรื่องจนเผลอตินู่นตินี่ อะไรก็ไม่ดีไปหมด จากคนรักเหมือนเป็นศัตรูที่เราอยากจะหาเรื่องตลอด

ด็อกเตอร์ Deborah L. Davis นักจิตวิทยาพัฒนาการก็ได้เน้นย้ำว่าเราจะต้องระลึกเสมอว่าเราเป็นคนรักกันไม่ใช่ศัตรูกันซึ่งหากคิดแบบนี้ได้ก็จะเป็นส่วนสำคัญอย่างที่มากที่จะทำให้ใจของเราหยุดความหงุดหงิดรำคาญลง ไม่ได้รู้สึกว่าต้องต่อว่าทุกเรื่องที่เขาทำ แถมยังเป็นแรงกายแรงใจสนับสนุนอีกฝ่ายได้อีกด้วย

มนุษย์ทุกคนสามารถรู้สึกหงุดหงิดได้นะคะไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย แต่สำคัญมากที่สุดคือจะต้องรู้ว่าหากเราเอาแต่ใช้อารมณ์ตอบสนองอยู่ตลอดเวลามันย่อมมีผลเสียมากมายที่ตามมา ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้คู่รักหลายคนหันกลับมาสำรวจตัวเองและเข้าใจกันและกันมากขึ้นนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...