โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนุ่มพม่าถูกรุมกระทืบปางตายกระเสือกกระสนหนีตายหวังพึ่งตำรวจที่ป้อมแต่กลับไร้เงาสายตรวจ

77kaoded

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 20.44 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/o-CXVDCGDq8

หนุ่มพม่า วัย 28 ปี ถูกรุมกระทืบปางตายกระเสือกกระสนหนีตาย หวังมาขอความช่วยเหลือตำรวจที่ป้อมแต่กลับไร้เงาสายตรวจ มีเพียงตู้ว่างเหล่า จนมีผู้มาเจ็บจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 00.01 น.วันที่ 18 มกราคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีคนถูกทำร้ายร่างกายมาขอความช่วยเหลืออยู่ที่ตู้ยามสายตรวจชุมชนหมู่บ้านไทยประกัน ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ้งเดินเข้าตรวจสอบ

ที่หน้าตู้ยามสายตรวจชุมชนหมู่บ้านไทยประกัน ได้พบชายชาวเมียนมาร์ อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ศีรษะและตามใบหน้าจนเลือดอาบใบหน้าแดงฉานเลือดไหลออกมาจำนวนมาก มูลนิธิจึงรีบให้การปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางบ่อเป็นการด่วน

ขณะที่นายมอญ ชาวเมียนมาร์ เพื่อนร่วมสัญชาติผู้บาดเจ็บ ซึ่งพอจะพูดภาษาไทยได้  เล่าให้ว่า  จากการสอบถามผู้คนเจ็บซึ่งเป็นคนสัญชาติเดียวกัน ได้บอกว่า ขณะที่นอนพักอยู่ในห้องได้มีเพื่อนชาวเมียนมาร์ ได้ พาคนไทยจำนวน 3 คนบุกมาที่ห้อง และกล่าวหาว่าผู้บาดเจ็บไปขโมยตาข่ายดักปลามา ซึ่งฝั่งคู่กรณีก็ได้พบว่าในห้องของผู้บาดเจ็บมีตาข่ายอยู่ แต่คนเจ็บบอกว่าไม่ได้ขโมย แต่คู่กรณีไม่เชื่อจึงได้ลงมือรุมทำร้ายร่างกายจนสลบ หลังจากนั้น ได้เข้ามาขโมยเงินสดไปจำนวน 6,000 บาทและโทรศัพท์มือถือของผู้บาดเจ็บไป หลังผู้บาดเจ็บฟื้นคืนสติได้ตระเกียดตระกายหนีตายออกมาจากห้องหวังจะมาขอความช่วยเหลือตู้ยามสายตรวจชุมชนหมู่บ้านไทยประกัน แต่กลับไม่พบตำรวจแต่อย่างใด มีเพียงตู้ว่างเปล่า จนกระทั่งตนผ่านมาเห็นจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้นได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ สภ.บางเสาธง เพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตู้ยามมากนัก และหาข้อมูลในการติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...