หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เฮลท์ ลีด(HL) จากร้านขายยาสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
เมื่อธุรกิจร้านขายยากำลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัท เฮลทิเนส จำกัด หรือ HL นับเป็นธุรกิจร้านขายยารายแรกที่ก้าวเข้าสู่ตลาดทุนที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการเติบโตหลักมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หันมาใช้บริการร้านขายยาเพิ่มขึ้นจากการที่ร้านขายยาเข้าถึงได้ง่าย
แรกเริ่มธุรกิจร้านขายยาเกิดขึ้นจากการจัดตั้งร้านขายชื่อ ‘โอสถศาลา’ ต้นแบบร้านขายยาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกก่อตั้งและบุกเบิกโดย ภญ.มัทยา พันธุกานนท์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.เฮลท์ลีดในปัจจุบัน จากความสำเร็จในการผลักดันร้านขายยาต้นแบบ คุณมัทยาจึงได้ออกมาเปิดร้านขายยาของตนเองชื่อ มัทยาเภสัช เมื่อเล็งเห็นการเติบโตในอนาคต จึงได้เปิดบริษัท ไอแคร์ เฮล์ทจำกัด และก่อตั้งร้านยาชื่อ iCare จนเป็นที่รู้จักมาถึงทุกวันนี้
จากอดีตสู่ปัจจุบัน บมจ.เฮลท์ลีด มีความพร้อมและเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอโดยประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ปัจจุบันลงทุนใน 2 บริษัทย่อย ถือหุ้น 100% ทั้งสองบริษัท
1. บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด ประกอบธุรกิจหลัก ร้านขยายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อุปกรณ์การการแพทย์ รวมกว่า 10,000 รายการ
2. บริษัท เฮลทิเนส จำกัด ประกอบธุรกิจหลัก คิดค้นและพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัฑณ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลทิเนส จำกัด หรือ HL เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจยาสูงถึง 184,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนอยู่ในโรงพยาบาลรัฐ 60% โรงพยาบาลเอกชน 20% และร้านขายยา 20% บริษัทฯมองเป็นโอกาสที่น่าสนใจจากมูลค่าตลาดที่พร้อมชิงส่วนแบ่ง โดยการเข้าระดมในครั้งนี้เพื่อปรับปรุงสาขาและขยายสาขาเพิ่ม โดยตั้งเป้าหมายขยายสาขาปีละ 4-5 แห่งบนทำเลศักยภาพ รวมทั้งนำเงินหมุนเวียนต่อยอดธุรกิจนวัตกรรมแห่งอนาคต ภายใต้ 4 แบรนด์ แบ่งเป็น แบรนด์ iCare จำนวน 10 สาขา, Pharmax 11 สาขา, vitaminclub 3 สาขา และ Super Drug 1 สาขา
“ร้านขายยาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่คนนึกถึงและกำลังเติบโต ประชาชนมีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เปลี่ยนภาพลักษณ์จากเดิมที่มองถึงด้านการรักษา เป็นการป้องกันมากขึ้น ทำให้ร้านขายยาเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ HL มีเป้าหมายหลักของการเข้าจดทะเบียนใน mai เพื่อจะยกระดับมาตรฐานองค์กร สามารถตรวจสอบได้ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงลูกค้าจะมีความมั่นใจในการเลือกซื้อยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์กว่า 10,000 รายการของบริษัทฯ ซึ่งมีคุณภาพได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี” ภก.ธัชพล กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด หรือ HL จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 72 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 26.47% และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในช่วงเดือนธันวาคมนี้
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี พบว่าบริษัทมีรายได้ที่เติบโตดีขึ้นในทุกปีโดยในปี 2561 มีรายได้รวมจำนวน 791.21 ล้านบาท กำไรสุทธิ 0.39 ล้านบาท ปี 2562 รายได้รวม 915.51 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21.77 ล้านบาท และปี 2563 รายได้รวม 1,080.11 ล้านบาท กำไรสุทธิ 52.08 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมจำนวน 556.76 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิจำนวน 32.29 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.80% โดยอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 5.09% และเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 4.82% จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น