โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

จากเด็กเกเร! สู่การเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรบ้านดงบัง สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว อย่างต่ำ เดือนละ 40,000 บาท

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 พ.ย. 2564 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 04.09 น.

คุณสรายุทธ คูณสุข (คุณปุ๊ก) เกษตรกรรุ่นใหม่ สานต่องานปลูกสมุนไพรของพ่อ อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 6 บ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี คุณปุ๊ก เล่าว่า ปัจจุบันตนมีอายุ 28 ปี กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะ สมัยวัยรุ่นตนเป็นเด็กดื้อ พ่อให้เรียนก็ไม่อยากเรียน ติดเพื่อน จึงเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตอนออกจากโรงเรียนก็ยังคิดไม่ได้ ติดเพื่อนเหมือนเดิม ใช้เวลาหมดไปกับสิ่งไร้สาระ มาคิดได้อีกทีก็ตอนที่ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ 2 ปี พอออกมาก็คิดได้ คิดอยากจะเริ่มสร้างครอบครัว เพราะมีแฟนและลูกอีก 2 คน ที่ต้องดูแล นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตจากเด็กเกเรสู่เกษตรกรสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

 

**“ไม่มีอะไร ที่สายเกินแก้”

เริ่มต้นช้า ไม่ได้แปลว่า สำเร็จไม่ได้**

คุณปุ๊ก บอกว่า ตนเริ่มคิดได้ช้าไปหน่อย แต่ก็ยังโชคดีที่มีคุณพ่อคอยเป็นแรงสนับสนุนที่ดีมาตลอด โดยคุณพ่อมีอาชีพเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรบ้านดงบังมานานกว่า 20 ปี ตนจึงพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรมาอยู่บ้าง จึงไม่น่าจะใช่เรื่องยากหากจะมาเริ่มต้นชีวิตสร้างครอบครัวด้วยอาชีพเกษตรกรรมตามรอยพ่อ

ซึ่งปัจจุบันกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกสมุนไพร มีพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ 70 กว่าไร่ มีสมาชิกทั้งหมด 12 คน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องของคุณปุ๊กทั้งหมด โดยที่บ้านของคุณปุ๊กมีพื้นที่ปลูกสมุนไพรประมาณ 10 กว่าไร่ ปลูกสมุนไพรมากกว่า 10 ชนิด เช่น หญ้าปักกิ่ง หญ้าหนวดแมว หญ้ารีแพร เพชรสังฆาต เสลดพังพอน รางจืด ไพล ขมิ้น และสมุนไพรอื่นๆ

ลักษณะการแบ่งพื้นที่ปลูกสมุนไพรของคุณปุ๊ก ไม่ได้มีการแบ่งชัดเจนว่าจะปลูกสมุนไพรชนิดใดกี่ไร่ แต่จะปลูกตามออเดอร์ที่ทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศรมีออเดอร์สั่งมา โดยทางโรงพยาบาลจะมีออเดอร์การสั่งมาเป็นรายปี แล้วทางคุณปุ๊กและกลุ่มสมาชิกต้องมาวางแผนปลูกกันเอง

คุณปุ๊ก บอกต่อว่า การปลูกสมุนไพรสร้างรายได้เป็นอะไรที่ง่าย สมุนไพรเป็นอะไรที่ไม่ต้องการดูแลมากมาย แต่ค่อนข้างเป็นเรื่องที่จุกจิกมากกว่า เพราะสมุนไพรของตนเป็นสมุนไพรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ต้องใช้ปุ๋ยคอก และถอนหญ้า รดน้ำ พรวนดินเอง จำเป็นจะต้องใช้แรงคนเยอะสักหน่อย

วิธีการปลูก

สมุนไพรเป็นอะไรที่ไม่ต้องห่วงเรื่องโรคแมลง เนื่องจากสมุนไพรที่ปลูกส่วนมากมีรสขม ศัตรูพืชจะไม่ชอบอยู่แล้ว อีกทั้งการปลูกแบบหลากหลายทางระบบนิเวศ ธรรมชาติจะจัดการตัวเองอย่างเป็นระบบ การจัดการแปลงปลูกส่วนมากเป็นการกำจัดวัชพืชโดยการใช้แรงงานคนถอนหญ้าเอง รดน้ำ พรวนดินเอง ใส่ปุ๋ยเอง การรดน้ำรดแบบวันเว้นวัน สมุนไพรจะชอบดินร่วนปนทราย ชอบน้ำแต่ไม่ชอบแฉะจนเกินไป จะทำให้รากเน่า แต่ถ้าเป็นขมิ้นจะชอบดินลูกรัง ขมิ้นจะงาม

การปลูก เตรียมดินปกติ เริ่มปลูก 15 วันแรกหญ้าจะเริ่มขึ้น ก็จะมาถอนหญ้า พรวนดิน แล้วเริ่มใส่ปุ๋ยขี้ไก่ 1 ครั้ง ปริมาณการใส่ไม่ต้องใส่เยอะมาก หลังจากนั้น นับไปอีก 15 วัน ก็คือ ครบ 1 เดือนพอดีให้ใส่ปุ๋ยขี้ไก่อีก 1 ครั้ง หลังจากนั้นคอยพรวนดินกับรดน้ำอย่างเดียว

ข้อดีของการปลูกสมุนไพรสร้างรายได้คือ ส่วนใหญ่เป็นพืชอายุสั้น จะมีตั้งแต่ 2-3 เดือนเก็บได้ 4-5 เดือนเก็บได้ หรือบางตัวนานเป็นปี อย่าง เพชรสังฆาต ไพล ขมิ้น 3 อย่างนี้ ใช้เวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวนานเป็นปี

“ปริมาณผลผลิตที่เก็บได้ บอกได้ไม่แน่นอน เพราะทางโรงพยาบาลจะมีออเดอร์มาให้แต่ละเดือน ต้องการไม่เท่ากัน ตัวอย่าง ปีนี้ทางโรงพยาบาลต้องการสั่งหญ้าปักกิ่งเยอะ สั่งมา 1 ตัน แต่จะไม่ได้ให้ส่งทีเดียว 1 ตัน จะแบ่งส่งเป็นเดือน เช่น เดือนมกราคม ต้องการหญ้าปักกิ่ง 100 กิโลกรัม เดือนกุมภาพันธ์ ต้องการ 200 กิโลกรัม เฉลี่ยจนถึงเดือนธันวาคมจนครบ 1 ตัน พอดี ทั้งตนและสมาชิกก็จะวางแผนปลูกแล้วนำมารวมกัน แล้วส่งไปตามออเดอร์”

 

**หญ้าปักกิ่ง สมุนไพรราคาดีที่สุดในตอนนี้

ราคา กิโลกรัมละ 850 บาท**

ช่วง 2 ปีหลังมานี้ คุณปุ๊ก บอกว่า สมุนไพรที่ทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศรต้องการเยอะที่สุด และมีราคาดีที่สุดคือ หญ้าปักกิ่ง ราคาอบแห้ง กิโลกรัมละ 850 บาท เพราะปลูกแบบอินทรีย์ แต่ถ้าไม่มีใบรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ราคาจะลดลงเหลือกิโลกรัมละ 650-700 บาท วิธีการปลูกจะคล้ายสมุนไพรทั่วไป คือมีลักษณะคล้ายกอหญ้าทั่วไป ปลูกจนถึง 15 วัน เริ่มใส่ปุ๋ยขี้ไก่แล้วรดน้ำพรวนดินตามปกติ ครบ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยอีก 1 รอบ เมื่ออายุครบ 3 เดือน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ส่วนขั้นตอนการเก็บขายคือ ตัดหญ้ามาแล้ว นำมาเด็ดราก คัดใบตายออกให้หมด แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมาหั่น และนำไปตากแดด แล้วอบในตู้อบที่ได้มาตรฐาน หลังจากนั้นนำมาบรรจุใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม ราคา 850 บาท หญ้าปักกิ่งสด 18-20 กิโลกรัม จะได้เป็นหญ้าแห้ง 1 กิโลกรัม ถือว่าใช้เยอะพอสมควร ถ้าถามหาความคุ้มก็ยังคุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะใช้เวลาปลูกไม่นาน ขายได้ราคาดี และมีตลาดรองรับที่แน่นอน

“อย่างเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่บ้านส่งขายเฉพาะเพชรสังฆาตอย่างเดียว ได้เงินมาสองแสนกว่าบาท ถ้าหักต้นทุนแล้ว เหลือกำไรประมาณแสนต้นๆ หรือถ้าบางเดือนแบบออเดอร์น้อย อย่างต่ำก็มีรายได้ 30,000-40,000 บาท ต่อเดือน ถือเป็นรายได้ที่ดีมาก แต่ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ต้องคำนึงถึงตลาดด้วย ที่ผมทำได้เพราะผมมีตลาดรองรับที่แน่นอนมานานกว่า 20 ปีแล้ว”

สำหรับมือใหม่ เตรียมเงินลงทุนเท่าไร ถึงจะพอ

เจ้าของบอกว่า หากมีที่ทางเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ก็จะลงทุนน้อยหน่อย เสียแค่ค่าต้นพันธุ์ หากอยากปลูกหญ้าปักกิ่งสัก 1 งาน ต้องใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 50-60 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 50 บาท แต่จะเสียเงินซื้อต้นพันธุ์แค่ครั้งเดียว เพราะครั้งต่อไปผู้ปลูกสามารถขยายพันธุ์เองได้ ลงทุนครั้งเดียวทำขายได้ตลอด

**ทำสมุนไพรให้รุ่ง

ตลาดต้องมีรองรับแน่นอน**

ตลาดส่งสมุนไพรของคุณปุ๊ก ปัจจุบันนี้ปลูกส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศรเป็นหลัก มีส่งให้คนที่อยากได้แล้วเข้ามาขอซื้อถึงสวนบ้างเล็กน้อย เงื่อนไขการรับซื้อสมุนไพรของโรงพยาบาลอภัยภูเบศรคือ ถ้าปลูกเป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ จะได้ราคาดี แต่จะบอกปากเปล่าไม่ได้ว่าของสวนตัวเองเป็นอินทรีย์ เกษตรกรจะต้องมีใบรับรองมาตรฐาน ต้องมีการเตรียมดินทิ้งไว้อย่างต่ำ 2-3 ปี ให้เป็นที่รกร้างไม่ให้มีสารเคมีตกค้าง ที่สวนต้องมีแนวรั้วกัน และปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่นกันสารเคมีจากสวนข้างๆ หรือจากที่อื่นพัดเข้ามา และตอนที่นำสมุนไพรเข้าไปส่งทางโรงพยาบาลจะมีเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจสารเคมีทุกครั้ง หากตรวจเจอสินค้าที่ส่งไปจะถูกตีกลับคืนมาทั้งหมด

อนาคตสมุนไพรยังไปได้อีกไกล เพียงต้องหาตลาดรองรับให้ได้

คุณปุ๊ก เล่าทิ้งท้ายถึงสถานการณ์สมุนไพรในปี 63 ให้ฟังว่า ปีหน้าออเดอร์การสั่งสมุนไพรจากทางโรงพยาบาลลดลง ไม่ใช่แค่ที่กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง แต่เป็นเหมือนกันทั่วประเทศ สาเหตุมาจากอะไรก็ยังไม่แน่ใจ แต่ก็ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีลูกค้าจากหลายกลุ่มเข้ามาคุยและขอให้กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบังปลูกสมุนไพรส่งออกต่างประเทศ แต่ทางกลุ่มก็ยังไม่สามารถทำได้ ด้วยเหตุผลที่ต้องปลูกเยอะมากๆ และขั้นตอนระบบการขนส่งที่ยังต้องเรียนรู้อีก  แต่อีกต่อไปข้างหน้าได้คุยกับพี่สาวไว้แล้วว่า ตั้งใจจะต้องทำให้ได้ ในเมื่อออเดอร์ที่เคยมีมาตลอดต้องลดลงไปจากเดิม ทางเราก็ต้องหาตลาดเพิ่มเพื่อความอยู่รอด

สำหรับผู้ที่สนใจอยากซื้อต้นพันธุ์สมุนไพรไปปลูกที่บ้าน ติดต่อคุณปุ๊กได้ ที่เบอร์โทร. 087-131-6093 ราคาคิดตามชนิดสมุนไพรที่ซื้อ ซื้อ 100 ต้นขึ้นไป มีส่วนลดให้

 

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...