โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบสท์ เล่านาที ตงตง ขนของออกจากบ้าน พ่อก็อยู่ด้วย ยอมเสียใจอีกครั้ง หากแฟนใหม่นอกใจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 มิ.ย. 2566 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 07.55 น. • The Bangkok Insight

เบสท์ คำสิงห์ เล่านาที ตงตง กฤษกร ขนของออกจากบ้าน แม้เลิกกันแต่ยังเป็นลูกพ่อ ยอมเสียใจอีกครั้ง หากแฟนใหม่นอกใจ

เป็นอีกหนึ่งคนที่กระแสมาแรงมากในตอนนี้สำหรับ เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ลูกสาวคนสวยของ สมรักษ์ คำสิงห์ ที่โด่งดังมาจากการเป็นยูทูบเบอร์ ก่อนจะก้าวเข้าวงการบันเทิงเต็มตัวเรียกว่าสาวคนนี้ที่มีเลือดนักสู้ไม่แพ้คุณพ่อเลยทีเดียว โดยล่าสุด เจ้าตัวมาเปิดใจในรายการ WOODY INTERVIEW ถึงเรื่องครอบครัว และความรัก เผยเวลาคบใครเต็มที่มาก ที่ผ่านมาได้เรียนรู้แต่ไม่ปิดกั้น พร้อมเปิดใจกับความรักครั้งใหม่

เบสท์ คำสิงห์

ชีวิตของเบสท์และครอบครัวในหลายปีที่ผ่านมาเราได้ติดตามในคลิปต่าง ๆ เยอะมาก อยากทราบว่าใน Youtube เราตั้งใจทำหรือว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะครอบครัวอยากให้เกิด มีที่มาคือยังไง ?

"พ่อให้ทำค่ะ คือพ่อรู้มาจากเพื่อน ๆ ว่าทำแล้วได้ตังค์ แล้วตอนนั้นเราเรียนอยู่ ม.6 พ่อก็เลยบอกให้ทำได้ตังค์ไปกินขนม ในตอนนั้นยังทำไม่เป็น แต่ว่าทำเพราะพ่อสั่ง แค่นั้นเลยค่ะ เป็นคนที่พ่อแม่สั่งให้ทำอะไรก็ทำ"

ในตอนนั้นเอาจริง ๆ เราอยากทำไหม ?

"ไม่ได้รู้สึกว่าไม่อยากทำ แค่รู้สึกว่าทำไม่เป็นทำยังไง"

อะไรคือเสน่ห์ของช่อง Youtube เรา ?

"หนูว่าน่าจะเป็นความเป็นครอบครัว เราถ่ายทุกอย่างเลย ไปกินข้าว หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ถ่าย เราพูดอะไร เล่นอะไร คือเราถ่ายลงหมดเลย คือถ้าใครตามจริง ๆ จะรู้จักครอบครอบหนูดีมาก"

ก่อนหน้านี้การมีแฟนเราขอครอบครัวของเราไหม ?

"ขอนะคะ เพราะว่าก่อนหน้าพี่เขาก็คือมีแฟนตอนเรียน ก็เลยขอค่ะ เพราะว่าเรียนอยู่มัธยมก็ไม่กล้าขนาดนั้น ตอนแรกกลัวมากแฟนคนแรกคือ ฮึบ! มาก พี่วู้ดดี้ กว่าจะทำสมาธิไปขอเขาได้ ต้องคิดแล้วคิดอีกปรึกษาเพื่อนแล้วปรึกษาเพื่อนอีก กว่าจะไปนั่งบอกว่าคนนี้คือแฟนเรา"

สิ่งที่กลัวคือ ?

"กลัวเขาไม่ให้คบ เพราะเราแบบรักเอย เรามองว่าพ่อแม่ต้องด่าแน่ ๆ ให้เลิกกันแน่ ๆ เลย ไม่น่าให้คบ เราคิดไปเป็นตุเป็นตะ แต่ว่าเราไม่อยากโกหกพ่อแม่ ไม่อยากแอบก็เลยหาจังหวะไปบอกเขา บอกว่าเขาคือแฟนเรา พ่อก็บอกว่า โอเคน ะเขาดูโอเคที่แบบชวนแล้วกล้ามา เพราะผู้ชายบางคนอาจจะไม่กล้ามาเจอ คือชวนครั้งแรกแล้วมาเลยพ่อก็บอกโอเคนะ แต่ว่าให้ดูยาว ๆ แล้วกัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ห้ามค่ะ"

อย่างคนล่าสุดที่คบกันก็บอกพ่อเลย ?

"ค่ะ คนล่าสุดก็บอก แต่ครั้งนี้ต่างกว่าทุกครั้ง กลายเป็นเหมือนกับว่าไม่ใช่แค่คุณที่มีความรัก แต่กลับกลายไปว่าทั้งบ้านเหมือนกับมีลูกอีกคนหนึ่ง ดังนั้นการที่จะแยกทางกันไป ก็เหมือนกับว่าเขาต้องแยกกับบ้านด้วย"

เบสท์ คำสิงห์

เล่าให้พี่ฟังถึงความรู้สึกของครอบครัวเป็นยังไง ?

"คือครอบครัวเขาไม่ได้โกรธหรือไม่ได้ว่าอะไรนะคะ เขาก็ยังมองพี่เขาเป็นลูกอีกคนหนึ่ง คือตอนที่พี่เขาขนของออกไปพ่อหนูก็อยู่ พ่อหนูก็นั่งอยู่ข้างล่างเขาก็ขนข้างบน พ่อหนูก็บอกว่าไปแล้วไปพักที่ไหน อยู่ไหน เอาของไปไว้ที่ไหน บ้านเสร็จตอนไหน พ่อหนูก็ถามนะคะ ถึงแม้ตอนนั้นข่าวจะออกไปแล้วว่า พ่อหนูให้สัมภาษณ์ว่าอะไร แต่หลังบ้านเขาก็คุยกันนะ ก็ถามไถ่กันปกตินะคะ ณ ตอนนั้นพี่เขาก็รู้ว่าข่าวออกไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ไปโกรธพ่อที่ออกไปพูดอะไรแบบนี้ เขาก็ยังมีความผูกพันธ์เป็นพ่อลูกกัน"

ทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่ไหม ?

"หนูไม่คุยค่ะ"

เป็นการจบกันแบบว่าไม่ได้เคลียร์อะไรมาก ?

"หนูเคลียร์นะคะ ไม่ได้เป็นคนที่เลิกแล้วไม่พูดเหตุผล ในขณะนั้นเราพูดมาตลอด จนวินาทีสุดท้ายก็พูด พูดหมดเลยว่าเรารู้สึกอะไรบ้าง เรารู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้"

เวลาคบกันใครพี่รู้สึกว่าเบสท์เต็มที่นะ บทเรียนที่ได้คืออะไรกับการมีแฟน ?

"เต็มที่มากค่ะ เราไม่ได้บทเรียนแค่กับคนนั้น แต่กับคนใหม่เราก็รู้สึกว่าเราก็ต้องศึกษาใหม่ คือเราไม่ได้ไปเอาสิ่งที่เราได้กับคนเก่ามาค่อยแบบเดี๋ยวคนใหม่เขาจะทำแบบนี้ ไม่นะคะ หนูแค่ได้เรียนรู้ผู้ชายคนนี้ คือแฟนเก่าเราว่า อ๋อ! เขามีความคิดแบบนี้ ในโลกนี้มีผู้ชายแบบนี้ด้วย เราได้เรียนรู้ตรงนั้นแต่ว่าคนใหม่เราไม่ได้ปิดกั้นค่ะ เริ่มต้นใหม่เรียนรู้ใหม่ ไม่ได้กลัว ไม่ได้เอาประเด็นของคนเก่ามาเทียบกับคนใหม่ เราพร้อมที่จะเปิดใจให้คนใหม่ ค่อยเรียนรู้เขาไป ต่อให้คนใหม่เจ้าชู้ก็จะไม่ไปเทียบกับคนเก่า ก็รู้สึกว่าถ้าเจอเหตุการณ์นอกใจ ก็คงเสียใจอีกครั้งแค่นั้นเอง"

คนใหม่จะมาแล้วหรือยัง ?

"ยังค่ะ (หัวเราะ) ไม่มีเลยค่ะ เงียบมากเลย จริง ๆ ไม่ได้เงียบหรอกค่ะ หนูแค่ไม่ได้ตื่นเต้นแล้ว ด้วยความที่เราได้เรียนรู้แล้วว่าการที่เรามีแฟนแล้วเราเปิดตัวยิ่งใหญ่ ตื่นเต้นกับมันเยอะก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน โดนด่าเยอะเหมือนกัน ครั้งนี้เราเลยแบบค่อย ๆ อย่าไปตื่นเต้นเยอะเกิน ตั้งสติ"

เรื่องที่เสียใจที่สุดตั้งแต่เกิดมาคืออะไร ?

"คุณยายเสีย คือหนูผูกพันกับยายเพราะว่าตอนที่หนูเกิดมาคุณพ่อคุณแม่ทำร้านร้านหมูกะทะ แล้วคือคุณพ่อคุณแม่ก็จะอยู่กับร้านตั้งแต่เช้ายันมืดเลย คนที่อยู่กับเรา พาเราแต่งตัว ตื่นนอกกินข้าวไปส่งเราที่โรงเรียนก็คือยาย ก็เลยจะผูกพันแล้วตอนยายเสีย คือยายเป็นโควิดแล้วเสีย ซึ่งมันแบบฉุกละหุกมาก แค่ประมาณ 2 อาทิตย์ก็เสียเลย ก็ได้เรียนรู้เหมือนกันว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราเพิ่งจะเจอกัน แต่ผ่านไป 2 อาทิตย์เขาเสียแล้ว ยังคงคิดถึงท่านอยู่มากค่ะ (น้ำตาไหล)"

พี่รู้เลยว่าเวลาเราเครียดหรืออะไรก็ต้องไปหายายใช่ไหม ?

"ในห้องนอนหนูจะมีรูปยายอยู่ข้าง ๆ ตลอด ไม่ใช่ทำเพราะว่าเราอยู่คนเดียวในบ้านนะคะ แต่ขณะที่มีแฟนเราก็เอารูปยายไว้ข้าง ๆ เหมือนกัน (น้ำตาคลอ) คือขอให้มีคนคนนี้แค่นั้น ทุกวันนี้ก็ยังคุยกับรูปยาย เจอเรื่องดราม่าอะไรก็บอก"

รู้สึกว่าเบสท์เป็นเสาหลักของบ้านหรือเปล่า ?

"ใช่ค่ะ คือตั้งแต่ครอบครัวหนูโดนล้มละลาย ช่วงหนูอายุประมาณ 18-19 คือตอนนั้นพ่อก็ยังหาตังค์ได้อยู่ พอล้มละลายปุ๊บงานก็เริ่มหาย เงินก็โดนยึด บ้านก็โดนยึด รถก็โดนยึด เราก็เลยเอาเงิน Youtube มาเป็นเงินหลักในครอบครัว ก็เลยกลายเป็นเราเป็นคนหาเงิน แล้วก็หามาตั้งแต่อายุ 18 เลยจนถึงตอนนี้ 23 ค่ะ"

พ่อเคยบอกไหมว่าภูมิใจในตัวเรา ?

"เขาไม่ได้บอกต่อหน้าหนู แต่เขาจะชอบพูดออกสื่อแบบโม้ ๆ ก็จะบอกว่าลูกผมเก่ง ลูกผมสวยอะไรแบบนี้ค่ะ แต่ต่อหน้าหนูไม่เคยนะคะ อยู่บ้านก็ไม่เคยมาชมกัน ต่างคนต่างอยู่ คือบ้านหนูจะเป็น 2 หลังบ้านแฝด หนูก็จะอยู่หลังหนึ่งพ่อกับแม่อยู่อีกหลังหนึ่ง ไม่เคยเข้ามาคุยอะไรกับหนูในบ้านเลย เขาไม่ค่อยวุ่นวายค่ะ"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...