โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

CEO ของ IMAX ยอมรับ ให้รอบฉาย 'Mission: Impossible 7' แค่สัปดาห์เดียว ก่อนถอดรอบให้ 'Oppenheimer' ฉาย 3 สัปดาห์จริง

BT Beartai

อัพเดต 17 มิ.ย. 2566 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 09.24 น.
CEO ของ IMAX ยอมรับ ให้รอบฉาย 'Mission: Impossible 7' แค่สัปดาห์เดียว ก่อนถอดรอบให้ 'Oppenheimer' ฉาย 3 สัปดาห์จริง

อย่างที่ทราบข่าวกันไปแล้วว่า เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ Puck ได้รายงานว่า ทอม ครูซ (Tom Cruise) ในฐานะนักแสดงนำ และโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์แอ็กชันสายลับระดับบล็อกบัสเตอร์เรื่องล่าสุด ‘Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One’ ที่จะเข้าฉายในวันที่ 12 กรกฎาคม เกิดความหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพราะ ‘Mission: Impossible 7′ ของครูซจะได้มีโอกาสฉายในโรงภาพยนตร์ในระบบ IMAX ในสหรัฐอเมริกาภายในสัปดาห์แรกหลังฉาย ก่อนจะถูกตัดรอบฉายให้กับ ‘Oppenheimer’ เข้าฉายต่อแทน

และอย่างที่ทราบกันดีว่า ในเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นเดือนที่ดุเดือดที่สุดอีกเดือนหนึ่งของปี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีหนังบล็อกบัสเตอร์เข้าฉายชนพร้อมกันหลายเรื่อง ไล่ตั้งแต่ ‘Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One’ ภาคต้นของหนังภาคสุดท้ายที่จะเป็นการปิดตำนานสายลับ อีธาน ฮันต์ อย่างสมบูรณ์ รวมทั้ง ‘Barbie’ ที่กำกับโดย เกรตา เกอร์วิก (Greta Gwerwig) ที่เรียกกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ได้ไม่น้อย และ ‘Oppenheimer’ ผลงานฟอร์มยักษ์สุดทะเยอทะยานเรื่องล่าสุดของเสด็จพ่อ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่เข้าฉายชนกับ ‘Barbie’ ในวันเดียวกันพอดิบพอดี

เว็บไซต์ Variety ได้เผยแพร่รายงานที่ได้ไปสอบถามกับ ริชาร์ด เกลฟอนด์ (Richard Gelfond) CEO ของ IMAX ที่ได้เปิดใจเกี่ยวกับศึกแย่งชิงจอหนังของบรรดาหนังบล็อกบัสเตอร์ โดยเฉพาะบรรดาหนังฟอร์มยักษ์ที่ต่างก็ต้องการนำเสนอความยิ่งใหญ่ของฉากแอ็กชันสุดอลังการบนจอยักษ์กันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าการถูกตัดรอบฉายจอยักษ์ในครั้งนี้จะทำให้ครูซ ที่เคยเชียร์ให้ไปชม ‘Tenet’ (2020) ของโนแลนเมื่อตอนสมัยโควิดระบาดน่าจะหัวเสียไม่น้อย

Oppenheimer Christopher Nolan IMAX
Oppenheimer Christopher Nolan IMAX

เกลฟอนด์ได้ยืนยันกับรายงานชิ้นนี้ว่า ให้รอบฉาย ‘Mission: Impossible 7′ ในโรงหนัง IMAX จำนวน 401 โรงในอเมริกาเหนือเพียง 1 สัปดาห์หลังเข้าฉาย ก่อนที่จะทำการตัดรอบฉายใหักับ ‘Oppenheimer’ ที่จะเข้าฉายในโรง IMAX เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมเป็นต้นไปจริง ๆ แม้ปี 2022 ที่ผ่านมา ครูซจะพา ‘Top Gun: Maverick’ (2022) ทะยานเหนือฟ้าจนสามารถทำรายได้เฉพาะในโรง IMAX เพียงอย่างเดียวกว่า 100 ล้านเหรียญ

แต่เหตุผลที่ทำให้ ‘Mission: Impossible 7′ ได้รอบฉายเหลือน้อย นอกจากภาวะโรคระบาดในช่วงการถ่ายทำ ที่ทำให้สตูดิโออย่าง Paramount Pictures จำเป็นต้องเลื่อนฉายหนังถึง 3 รอบ จากปี 2021 มาจนถึงปี 2023 แล้ว ก็ยังมีเหตุผลทางด้านธุรกิจที่เกิดจากดีลพิเศษระหว่าง IMAX กับสตูดิโอ Universal Pictures ที่สนับสนุนให้โนแลนใช้กล้องฟิล์ม IMAX 65 มม. ในการถ่ายทำตั้งแต่เฟรมแรกจนถึงเฟรมสุดท้าย

ซึ่งแน่นอนว่าก็จะทำให้ ‘Oppenheimer’ ได้สิทธิพิเศษในการฉายในโรง IMAX อย่างน้อย 2 สัปดาห์ในโรงหนังทั่วอเมริกาเหนือ 401 โรง (และมีแค่ 30 โรงที่ได้ฉายในระบบ IMAX ฟิล์ม 70 มม.) ตามธรรมเนียม ส่วน ‘Barbie’ จะไม่มีรอบฉายในระบบ IMAX

โดยเกลฟอนด์ได้กล่าวถึงกรณีนี้กับ Variety ว่า “ผมรู้สึกเศร้าใจเหมือนกันที่เราไม่สามารถรองรับหนังได้ทั้งหมด ผมรู้ดีครับว่า ‘Mission: Impossible’ เป็นหนังที่มีความยิ่งใหญ่จริง ๆ แต่โนแลนซื้อใจเราได้ เพราะเขาใช้กล้องของเรา และโปรโมตให้เรา สำหรับเรา มันไม่สำคัญว่าเราจะทำเงินได้จากหนังเรื่องไหนมากกว่า ซึ่งผมเองก็หวังว่า หลังจาก ‘Oppenheimer’ ฉายจบ เราจะเอา ‘Mission: Impossible’ กลับมาฉายอีกรอบได้”

แม้ว่าโรคระบาด และการเติบโตของบรรดาแพลตฟอร์มสตรีมมิงจะฉุดให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์มีกำลังซื้อลดลงจริง ๆ ตามที่ Variety ได้รายงานว่าในปี 2019 มียอดการซื้อตั๋วหนังในสหรัฐอเมริกาลดลง 33% แต่ IMAX กลับได้ส่วนแบ่งในตลาดโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียมขนาดใหญ่ (Premium Large Format) ที่มีจำนวนทั้งหมด 900 จอทั่วสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 50% คิดเป็นผลตอบแทนโดยรวมจากรายได้บน Box Office ประมาณ 30-40% โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงใหม่เพิ่ม

ตัวอย่างล่าสุดของหนังที่ทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศของ IMAX ก็คือ ‘Spider-Man: Across the Spider-Verse’ แอนิเมชันสไปเดอร์-แมนเรื่องล่าสุดของ Sony ที่เปิดตัวด้วยรายได้ 120 ล้านเหรียญ จากโรงหนัง 4,313 แห่งในอเมริกาเหนือ ทำรายได้เฉลี่ย 19,736 เหรียญต่อโรงในระบบ 2 มิติปกติ แต่สามารถทำรายได้เฉลี่ย 25,159 เหรียญต่อโรงหนังระดับพรีเมียม 1 โรง และทำรายได้เฉลี่ย 34,214 เหรียญต่อโรงหนังระบบ IMAX 1 โรง

Mission: Impossible - Dead Reckoning Part One Tom Cruise
Mission: Impossible - Dead Reckoning Part One Tom Cruise

ซึ่งท้าทายแนวคิดที่ว่าตั๋วหนังระดับพรีเมียมมักจะแพงกว่าในระบบปกติ แต่ผู้สร้างหนังที่ต้องการสร้างหนังที่ออกแบบให้ผู้ชมมีประสบการณ์กับหนังจอใหญ่โดยเฉพาะ ทั้งงานด้านภาพ เสียง วิชวลเอฟเฟกต์ รวมทั้งชื่อชั้นของผู้กำกับ ผู้ชมก็ยังพร้อมที่จะยอมจ่ายเงินเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ภาพยนตร์สักครั้งในชีวิต

และแม้ว่าสตูดิโอและแฟรนไชส์หนังยอดนิยมจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อรายได้ แต่ IMAX ก็มักจะให้ความสำคัญกับบรรดาผู้สร้างหนังเป็นหลัก ทั้งโนแลน และ เดอนี วีลเนิฟ (Denis Villeneuve) ผู้กำกับหนัง ‘Dune’ ทั้ง 2 ภาค โดยเฉพาะโนแลน ขาประจำที่มักใช้กล้อง IMAX ในการถ่ายทำหนังเกือบทุกเรื่อง ที่เคยกล่าวชื่นชมว่า IMAX เป็นฟอร์แมตภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่เคยคิดค้นมา และไม่มีเทคโนโลยีใดเทียบชั้นได้

“ในสถานการณ์ขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประสิทธิภาพของแฟรนไชส์ก่อนหน้า งานด้านภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้สร้างภาพยนตร์” เกลฟอนด์กล่าวทิ้งท้าย

แม้รอบฉาย ‘Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One’ ในโรง IMAX อาจน้อยเกินไปจนไม่อาจทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่หากมองจากการคาดการณ์การสำรวจที่ The Hollywood Reporter ได้เปิดเผยออกมาว่า แม้จะมีรอบฉาย IMAX ในอเมริกาเหนือมากกว่าหลายเท่า แต่ ‘Oppenheimer’ น่าจะทำรายได้ช่วงเปิดตัวสุดสัปดาห์ได้น้อยกว่า ‘Barbie’ ที่เข้าฉายวันเดียวกัน อันเป็นผลจากตัวหนังที่ยาว 3 ชั่วโมง และได้รับเรต R ที่ส่งผลต่อรอบฉายและจำนวนผู้ชมโดยตรง คงต้องคอยดูกันว่าศึกแย่งจอใหญ่ประจำฤดูกาลซัมเมอร์ปีนี้ ผู้ชมจะให้ความสนใจและยอมจ่ายเงินซื้อตั๋วหนังหนังเรื่องไหนมากกว่ากัน

ที่มา: Variety, Slashfilm, MovieWeb

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...