โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] XO, Kitty : มันบดผสมกิมจิ เคี้ยวง่าย สบายท้อง

BT Beartai

อัพเดต 25 พ.ค. 2566 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2566 เวลา 14.35 น.
[รีวิว] XO, Kitty : มันบดผสมกิมจิ เคี้ยวง่าย สบายท้อง

สำหรับแฟน ๆ ‘To All the Boys’ น่าจะรู้จักคิตตี้กันดี เพราะเธอคือน้องสาวคนสุดท้องจากตระกูลคัฟวีย์ สาวน้อยนักจับคู่ที่ทำให้ ลาร่า จีน พี่สาวของเธอสมหวังกับหนุ่มสุดฮอต ปีเตอร์ คาวินสกี มาแล้ว แถมยังจับคู่ให้ป๊ะป๋าสุดที่รักลงเอยกับสาวข้างบ้านจนสำเร็จอีกด้วย และครั้งนี้ ‘XO, Kitty ด้วยรักจากคิตตี้’ ก็เป็นเรื่องราวความรักข้ามน้ำข้ามทะเลของเธอเอง กับแฟนหนุ่มชาวเกาหลีใต้ที่คบหากันทางไกล แต่เธอกำลังจะทำให้มันใกล้กว่าที่คิด

‘XO, Kitty ด้วยรักจากคิตตี้’ เล่าเรื่องราวของ คิตตี้ ซอง คัฟวีย์ (แอนนา แคธคาร์ต) น้องคนสุดท้องของครอบครัวคัฟวีย์ เธอเป็นเด็กสาววัยใสที่กำลังมีความรักทางไกลกับ แด (ชเว มินยอง) หนุ่มน้อยชาวเกาหลีใต้ นักเรียนหัวกะทิของ KISS โรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงระดับท็อปของกรุงโซล เธออยากเจอเขามากถึงขนาดสอบชิงทุนไปเรียนที่เดียวกับเขา และแน่นอน การเดินทางไปเกาหลีใต้ในครั้งนี้นอกจากจะไปเจอแฟนหนุ่มของเธอแล้ว ที่ KISS ยังมีเรื่องราวความหลังของแม่เธออยู่ที่นั่นด้วย

ก้าวแรกของการมาเยือนโซล ไม่ง่ายและไม่ยากเกินไปสำหรับเธอ เรื่องราววุ่น ๆ ตามประสาวัยรุ่นก็ประดังประเดมาให้เธอพิสูจน์ตัวเอง ที่นี่เธอได้เจอกับเพื่อนใหม่อย่าง มินโฮ (ซังฮอน ลี) คิว (แอนโทนี เคย์แวน) และยูริ (เจียคิม ลี) ชีวิตใหม่ในอีกซีกโลกหนึ่งทำให้เธอได้รู้ว่า ความสัมพันธ์ที่มีหัวใจของตัวเองเป็นเดิมพัน มันช่างสลับซับซ้อนกว่าที่คิดเอาไว้มากจริง ๆ

ส่วนผสมที่ลงตัวของมันบดกับกิมจิ

ซีรีส์ภาคแยกจากตระกูล ‘To All the Boys’ หนังรักวัยรุ่นอเมริกันที่สร้างมาแล้วถึง 3 พาร์ต จากนิยายยอดนิยมทั้ง 3 เล่ม To All The Boys I’ve Love Before (พาร์ต 1) To All The Boys : PS. I Still Love You (พาร์ต 2) และ To All The Boys : Always and Forever (พาร์ต 3) ซึ่งการเล่าเรื่องครั้งนี้ได้จัดมาเป็นซีรีส์ 10 ตอนจบ ฉะนั้นแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องเคยดู ‘To All the Boys’ มาก่อน โผล่มาดูเรื่องนี้เลยก็รู้เรื่องค่ะ

เพราะนี่คือเรื่องราวสดใหม่ของคิตตี้ที่ไม่ได้มีอยู่ในนิยายทั้ง 3 พาร์ตเลยสักนิด แต่เป็นการผูกเรื่องขึ้นมาใหม่เพื่อคิตตี้โดยเฉพาะ จากฝีมือของผู้สร้างคนเดิม เจนนี่ ฮาน (Jenny Han) แต่ยังคงใช้นักแสดงคนเดิมมารับบทคิตตี้ และจัดให้เธอมาเจอเพื่อนใหม่ในอีกซีกโลก ได้พบกับวัฒนธรรมใหม่ บรรยากาศใหม่ ที่เรียกได้ว่าการผสมผสานครั้งนี้ ไม่ต่างอะไรกับการกินมันบดกับกิมจิในสำรับเดียวกันเลยสักนิด

ซีรีส์เล่าเรื่องราวแบบสบาย ๆ ย่อยง่าย แต่ก็จงใจใส่ดราม่าหนัก ๆ เข้ามาเป็นระยะ ๆ ทั้งเรื่องราวความรักวัยเรียนแบบอเมริกันผสมเกาหลี เรื่องของ LGBTQ ที่สังคมเกาหลีเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ แต่ธรรมดามาก ๆ ในสังคมอเมริกัน ความเข้มงวดของกฎหมายเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ในวัยรุ่น เรื่องของการตั้งครรภ์ในวัยที่ยังไม่พร้อม จนทำให้เด็ก ๆ ชาวเกาหลีหลายต่อหลายคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าและถูกอุปการะโดยชาวต่างชาติ

เป็นการผูกปมที่ใช้การเชื่อมโยงวัฒนธรรมที่แตกต่างของสองเชื้อชาติ แล้วเล่าออกมาเป็นเรื่องราวสนุกสนาน ประสาวัยรุ่นที่กำลังมีความรัก เราจะได้เห็นความน่ารักแบบอเมริกันสไตล์ของคิตตี้ ผสมรวมไปกับกลิ่นอายของความเป็นซีรีส์เกาหลี ที่ซีรีส์ถ่ายทอดออกมาแบบครึ่งต่อครึ่ง

นอกจากนี้บทยังไม่ลืมที่จะเล่นประเด็นครอบครัว ที่มักจะเห็นกันอยู่เป็นกระจำในซีรีส์เกาหลี ที่มักจะมีเรื่องราวในอดีตให้ต้องล้วงลึก สืบเสาะ และกลายเป็นดราม่าเล็ก ๆ สร้างความสงสัยให้คนดูได้ลุ้นตาม ผสมไปกับแสงสีของซีรีส์วัยรุ่นอเมริกันที่ไม่เคยห่างจากงานปาร์ตี้ การพบรัก การสลับคู่ การสมหวัง การอกหัก จนกลายเป็นซีรีส์ลูกครึ่งที่ไม่ประดักประเดิด และสามารถทำให้เรายิ้มตามไปได้ง่าย ๆ เพลินยาวไปจนจบ 10 ตอน แบบไม่รู้เบื่อ

การกล้าเล่นประเด็น LGBTQ ที่ชัดแจ๋ว

ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง ๆ เราจะเห็นการนำเสนอตัวละครที่เป็น LGBTQ ในซีรีส์เกาหลีมากขึ้น และเป็นไปในทางที่เข้าใจและให้เกียรติต่อกลุ่ม LGBTQ อย่างที่เห็นได้ชัดก็ตั้งแต่ปี 2017 จากซีรีส์ ‘Prison Playbook’ กับตัวละคร ยูฮันยาง (อีคยูฮยอง) หรือ จองซูฮยอน (ควอนซูฮยอน) และ เอียน พัค (คิมโดยอน) จาก Move To Heaven (2021) และอีกหลายต่อหลายเรื่อง ที่ทางเกาหลีได้ถ่ายทอดความเป็น LGBTQ ของตัวละครต่าง ๆ อย่างระมัดระวังและนุ่มนวล

แต่เมื่อเป็นการนำเสนอจากมุมมองของคนนอกที่เป็นชาวอเมริกัน ความกล้าเล่นก็ฉายชัดออกมาให้เห็น มีการล้วงลึกไปถึงบริบทสังคมที่มีคำว่า ยอมรับเถอะ ทำไมต้องกีดขวางความรักของพวกเขา ทำไมพวกเขาต้องหลบซ่อน สังคมจะเอาอะไรกับพวกเขานักหนา อยู่เต็มไปหมดในการแสดงออก บทพูดและการสื่ออารมณ์ของตัวละคร คือเผือกไปยันโครงสร้างของเขาแน่ะ จุดนี้ก็สร้างความแปลกใหม่ให้คนดูอยู่พอสมควรค่ะ เมื่อได้เห็นนักแสดงเกาหลีเล่นบทนี้อย่างโจ่งแจ้ง คิด ทำ และพูดออกมาอย่างชัดแจ๋ว

แม้แต่โปรดักชัน ก็ยังมีความเป็นลูกผสม

งานศิลปะของแต่ละซีกโลกมักมีเอกลักษณ์ของชนชาติอยู่ในนั้นเป็นเรื่องธรรมดานะคะ โดยเฉพาะหนังและละคร และมันธรรมดาซะจนผู้ชมสามารถแยกแยะได้เลยว่า หนังหรือละครเรื่องนั้น ๆ เป็นผลงานของชนชาติไหน นี่หนังอเมริกัน ที่หนังฝรั่งเศส นี่หนังเกาหลี เราแยกแยะมันได้ด้วยลายเซ็นที่มองเห็นกันอยู่โต้ง ๆ ตามเนื้อหนัง แต่เรื่องนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย คือเราสามารถรับรู้ได้ทันทีเลยว่า นี่คือหนังอเมริกันที่กำลังใส่ชุดฮันบก ถ้าซีรีส์เรื่องนี้เป็นร้านอาหาร เราก็สามารถได้กลิ่น แฮมเบอร์เกอร์ลอยมาแตะจมูกตีคู่มากับต๊อกบกกี กันเลยละค่ะ

เราจะเห็นบรรยากาศของซีรีส์วัยรุ่นอเมริกัน ผสมผสานไปกับซีรีส์วัยรุ่นเกาหลี สลับกันชิงดีชิงเด่นในแต่ละฉาก และเปลี่ยนอรรถรสไปตามบท ตามซีนที่มันควรจะเป็นอย่างกลมกลืน แม้แต่บทผูดที่เป็นภาษาอังกฤษผสมเกาหลีก็ลื่นไหล ไม่มีการขัดแข้งขัดขากันเลยสักนิด เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ลูกผสมที่นำส่วนผสมของสองวัฒนธรรมมาคลุกรวมกันได้อย่างกลมกล่อม รวมไปถึงนักแสดงหน้าใหม่ที่จับบทได้อยู่หมัด อย่าง ซังฮอน ลี ในบท มินโฮ น้องชายแท้ ๆ ของ เจียคิม ลี ผู้รับบท ยูริ ที่แนะนำน้องชายให้เข้ามาเป็นนักแสดงนำในเรื่องนี้

เรียกว่าถึงจะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ และมีผลงานการแสดงเป็นเรื่องแรก แต่ก็ทำเอาแฟน ๆ อยากติดตามให้กำลังใจกันจ้าละหวั่น ไม่แน่นะคะ เราอาจจะได้ชมผลงานเรื่องต่อไปของเขาในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้ และเมื่อซีรีส์มีการจบแบบปลายเปิด (นิด ๆ ) บวกกับกระแสตอบรับที่อยู่ในขั้นสวยงาม ผู้สร้างอย่าง เจนนี่ ฮาน เกิดคันไม้คันมือขึ้นมา อาจจะผุดโปรเจกต์ XO, Kitty ss2 มาสนองนี้ดแฟน ๆ ก็เป็นได้ ใครจะรู้ละเนอะ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

[รีวิว] XO, Kitty : มันบดผสมกิมจิ เคี้ยวง่าย สบายท้อง
[รีวิว] XO, Kitty : มันบดผสมกิมจิ เคี้ยวง่าย สบายท้อง

บท 6 การดำเนินเรื่อง 6 การแสดง 8 โปรดักชัน 7 ความสนุกตามแนวซีรีส์ 8 จุดเด่น กลิ่นของความเป็นลูกผสมลอยออกมาอย่างเห็นได้ชัด ว่านี่คือซีรีส์อเมริกันผสมเกาหลี เหมาะสมกับวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่ชอบดูความน่ารักของเด็ก ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง จะดูฟินเป็นพิเศษ จุดสังเกต การดำเนินเรื่องลื่นไหล แต่ไม่กระชับ นี่ถ้าหากทำเป็นหนังแบบ To All the Boys เนื้อเรื่องน่าจะเข้มข้นและดูสนุกกว่านี้ 7

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...