โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ค่าโอนคอนโด-บ้าน 2% คิดอย่างไร ใครต้องเป็นคนจ่าย

DDproperty

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2566 เวลา 06.21 น.
ค่าโอนคอนโด-บ้าน 2% คิดอย่างไร ใครต้องเป็นคนจ่าย

ค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน หรือที่เรียกเต็ม ๆ ว่า ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอัตราที่จัดเก็บในปัจจุบัน คือ 2% ของราคาประเมินหรือราคาขาย

การคิดค่าโอนคอนโด-บ้าน 2% ของราคาประเมินหรือราคาขาย ที่สำนักงานที่ดินกำหนดให้คิดจากฐานราคาที่สูงสุดนั้น ก็เพื่อป้องกันการระบุราคาต่ำ ๆ ของผู้ซื้อและผู้ขายในการทำธุรกรรมการโอน ให้เสียค่าธรรมเนียมไม่มาก

ดังนั้น หาก “ราคาประเมิน” สูงกว่า “ราคาซื้อขายบ้าน” ก็ให้คิดค่าโอนคอนโด-บ้าน จากฐานราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แต่ถ้า “ราคาซื้อขายบ้าน” สูงกว่า “ราคาประเมิน” ก็ให้คิดค่าโอนคอนโด-บ้าน จากฐานราคาซื้อขายบ้าน

ยกตัวอย่าง ทาวน์เฮ้าส์ ราคาซื้อขายอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท ราคาประเมินอยู่ที่ 2 ล้านบาท ค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ก็ให้คิดจากฐานราคาซื้อขาย 2.5 ล้านบาท เท่ากับ 50,000 บาท

หลักฐานราคาซื้อขาย อยู่ที่หน้าสัญญา

หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วสำนักงานที่ดินจะรู้ได้อย่างไรว่า ราคาซื้อขายบ้านจริง ๆ ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายนั้น คือ ราคาเท่าไหร่ คำตอบเร็ว ๆ คือ ในการโอนกรรมสิทธิ์ จะมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งระบุชัดเจนว่า ทรัพย์สินนั้นมีราคาเท่าไหร่ ก็อ้างอิงจากหลักฐานนั้น

กรณีที่ 1 การซื้อขายที่อยู่อาศัยในโครงการ

ราคาซื้อขายบ้านจริงจะถูกระบุอยู่ในหน้าสัญญาจะซื้อจะขายที่โครงการทำไว้กับผู้ซื้อ หากราคาซื้อขายสูงกว่าราคาประเมิน ก็จะต้องจ่ายค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน จากราคาซื้อขาย

กรณีที่ 2 การซื้อขายกันเอง ไม่ได้ผ่านคนกลาง

ในวันโอนกรรมสิทธิ์ จะต้องมีหนังสือสัญญาซื้อขาย ที่ตกลงร่วมกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ซึ่งกรณีที่กู้เงินจากธนาคาร หลายธนาคารจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องหนังสือสัญญาซื้อขายให้ และเป็นผู้ระบุตัวเลขจริงในการซื้อขาย

แต่ถ้าซื้อขายบ้านด้วยเงินสด ไม่ได้กู้จากธนาคาร ส่วนใหญ่ผู้ซื้อกับผู้ขายจะเช็กราคาประเมินจากกรมธนารักษ์มาก่อนแล้ว ในหน้าสัญญาซื้อขายของผู้ซื้อกับผู้ขายหลายรายก็จะเขียนราคาซื้อขายที่ต่ำกว่าราคาประเมิน หรือสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อหวังประหยัดค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน แต่ถ้าเขียนต่ำมาก ๆ อาจจะระวังนิดหนึ่ง ถ้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอาจจะทักท้วงได้

ส่วนการซื้อขายบ้านกับคนในครอบครัว พ่อแม่ลูก พี่น้อง ถ้าต้องทำธุรกรรมในลักษณะซื้อขาย (ลูกซื้อต่อจากพ่อ หรือซื้อต่อจากญาติพี่น้อง) ไม่ใช่ในแบบมรดก ก็จะต้องดำเนินการคล้ายกับกรณีที่ 2 คือ ต้องมีหนังสือสัญญาซื้อขายที่ระบุราคาชัดเจน และจ่ายค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ตามปกติ

กรณีที่ 3 การซื้อขายบ้านผ่านคนกลาง

ส่วนใหญ่แล้วคนกลางที่เป็นตัวแทนหรือนายหน้าจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกทำสัญญาซื้อขายให้ผู้ซื้อกับผู้ขายตามราคาจริงที่ตกลงกัน การจ่ายค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ก็จะเป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานที่ดิน

ค่าโอนคอนโด-บ้านใครจ่าย

ใครเป็นผู้จ่ายค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ในการทำธุรกรรมซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยปกติแล้วจะแบ่งจ่ายคนละ 1% ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ตกลงกันว่า ใครจะเป็นผู้จ่าย บางครั้งผู้ขายที่เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ก็มีโปรโมชัน ออกค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ให้ลูกค้าทั้งหมด หรือบางครั้งผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ลดราคาให้ แต่เสนอเป็นผู้จ่ายค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% เองทั้งหมด

บางครั้งที่ผู้ซื้อบ้านมือสองจากบุคคลธรรมดาและต่อราคาจากผู้ขายลงได้มาก เมื่อคำนวณแล้วคุ้มค่า ก็เป็นผู้เสนอจะออกค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ทั้งหมด หรือบางกรณีธนาคารเอง มีโปรโมชันดึงลูกค้าให้มากู้ ซึ่งก็มีหลายธนาคารเสนอจ่ายค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% ให้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้ขายแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะรวมค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 1% ในส่วนที่ตัวเองต้องจ่ายไว้ในราคาขายแล้ว ส่วนจะมาตกลงว่าจะจ่ายเฉพาะส่วนของตัวเอง หรือจ่ายให้ผู้ซื้อ ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน

ค่าโอนคอนโด หรือค่าโอนบ้าน 2% เป็นเพียงหนึ่งในค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น เพราะในการทำธุรกรรมซื้อขายอสังหาฯ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากร ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าภาษีเงินได้ เป็นต้น

มาตรการรัฐลดค่าโอน-จดจำนอง

อีกหนึ่งมาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2566 ที่มีผลต่อผู้ซื้อบ้านอย่างมากคือการลดค่าโอน-ค่าจดจำนอง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2566

โดยลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1% ของราคาประเมินหรือราคาขาย และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% จากยอดเงินกู้

สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ และห้องชุด (ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง) เฉพาะที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อสัญญา

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...