โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Last Generation

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 พ.ค. 2566 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2566 เวลา 14.54 น.

ซีรีส์เรื่อง Star Trek Picard 3 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่สามของไตรภาคได้ถึงตอนอวสานเรียบร้อยแล้ว โดยมีชื่อตอนสุดท้ายนี้ว่า The Last Generation

รายงานข่าวว่านี่ควรเป็นเรื่องสุดท้ายของลูกเรือเอ็นเตอร์ไพรซ์ชุด Star Trek the Next Generation ซึ่งมีอายุยืนนานมา 36 ปีนับตั้งแต่ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1987 เป็นหนังชุดทางโทรทัศน์ 7 ซีซั่น ตามด้วยหนังใหญ่ 4 เรื่อง แล้วปิดท้ายด้วยไตรภาค Star Trek Picard อย่างสมบูรณ์

หนังฤดูกาลที่สามทำได้ดีทีเดียว เหมือนได้ดูหนังสตาร์ เทรคดั้งเดิมอีกครั้งหนึ่ง

ชื่อตอน The Last Generation รุ่นสุดท้ายนี้พ้องกับการ์ตูนตอนหนึ่งที่รวมเอาไว้ในหนังสือการ์ตูนสตาร์ เทรค Star Trek the Next Generation Omnibus ของสำนักพิมพ์ IDW ปี 2012 ความยาว 110 หน้า เรียกได้ว่าความสนุกและจิตวิญญาณของสตาร์ เทรคครบครันน่าชมเชยเช่นเดียวกัน การ์ตูนที่รักชวนอ่านด้วยกัน

การ์ตูนตอนนี้เริ่มต้นที่ฉากจบของหนังเรื่อง Star Trek VI : The Undiscovered Country เมื่อปี 1991 ของนิโคลาส ไมเยอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ 6 และเรื่องสุดท้ายของลูกเรือยานเอ็นเตอร์ไพรซ์ที่มีเจมส์ ที. เคิร์ก เป็นกัปตัน

ทบทวนสั้นๆ สำหรับท่านที่ไม่เคยดู

หนังตอนนี้เล่าเรื่องความพยายามที่จะเปิดการเจรจาสงบศึกระหว่างสหพันธ์ฯ กับพวกคลิงกอนหลังจากเป็นศัตรูกันมาช้านาน

เป็นธรรมดาของสงครามใดๆ ย่อมมีขุนศึกที่ไม่อยากให้การเจรจาสันติภาพสำเร็จ ขุนศึกนี้มีแฝงอยู่ในทั้งสองฝ่าย

หนังดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้นและแยบคาย มีบทสนทนาดีๆ คมๆ จำนวนมาก ก่อนจะมาถึงฉากสุดท้ายที่การเจรจาสูงสุดบนดาวไคโทเมอร์เมื่อกัปตันเคิร์กช่วยชีวิตประธานฝ่ายคลิงกอนจากการลอบสังหารเอาไว้ได้

บัดนี้จักรวาลเข้าสู่ยุคใหม่ โดยใช้คำจากเช็กสเปียร์ที่ว่า The Undiscovered Country

การ์ตูนเริ่มต้นที่ฉากนี้แต่กัปตันเคิร์กช่วยชีวิตประธานฝ่ายคลิงกอนเอาไว้ไม่ได้ หลังจากนั้นเส้นเวลาก็เปลี่ยนไปอีกทิศหนึ่ง เกิดสงครามอวกาศระหว่างสหพันธ์ฯ กับคลิงกอนยาวนานตั้งแต่ยุคของเจมส์ ที. เคิร์ก มาจนถึงยุคของฌอง ลุค พิกคาร์ด สหพันธ์ฯ ล่มสลาย คลิงกอนส่งยานรบทำลายโลก กัปตันพิกคาร์ดมีสภาพเป็นหัวหน้าหน่วยใต้ดินทำงานร่วมกับไรเกอร์ ลาฟอร์จ ดร.ครัชเชอร์ และแอนดรอยด์เดต้า

เดต้ามิได้สมบูรณ์แบบเหมือนเส้นเวลาเดิม เขาสามารถคำนวณสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้แต่ก็ทำมิได้ด้วยความเร็วเท่าเดิม

ตัวละครอื่นเปลี่ยนบทบาทไป เวสลี่ ครัชเชอร์ บุตรชายของ ดร.ครัชเชอร์เป็นพวกหัวรุนแรง ไกแนนยังคงเป็นเอเลี่ยนที่มีความคิดและปรัชญาเหนือมนุษย์แต่มีสัมพันธ์กับพิกคาร์ด

ที่มันที่สุดคือคลิงกอนวอร์ฟกลายสภาพจากลูกเรือเอ็นเตอร์ไพรซ์เป็นผู้นำสูงสุดของคลิงกอนและมีบุตรชายบ้าเลือดพอกัน

สนุกขึ้นไปอีกเมื่อนักอ่านพบว่านางบำเรอของวอร์ฟคือดิแอนน่า ทรอย

หนังมีตัวละครหลายคนจากสตาร์ เทรคชุด Voyager ด้วยเพราะตามท้องเรื่องเดิมอยู่ยุคสมัยเดียวกัน เช่น วัลแคนทูว็อค และนายแพทย์โฮโลแกรม การ์ตูนดำเนินเรื่องอย่างน่าตื่นเต้นและมีบทสนทนาดีๆ ตามขนบของสตาร์ เทรคดั้งเดิม

กลับไปที่ตอนท้ายของหนังใหญ่ Star Trek VI : The Undiscovered Country อีกครั้ง กัปตันซูลูเป็นผู้บังคับการยานเอ๊กเซลซิเออร์ ในขณะที่สหพันธ์ฯ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้คลิงกอนในไทมไลน์ใหม่ ยานเอ๊กเซลซิเออร์เป็นยานระดับกาแล็กซี่คลาสลำเดียวที่เหลืออยู่และกัปตันซูลูยังอยู่

หนังการ์ตูนเล่าเรื่องข้อสงสัยของพิกคาร์ดต่อการเปลี่ยนแปลงของไทม์ไลน์หลังจากสนทนากับหุ่นเดต้าในคราวหนึ่ง นำไปสู่สมมุติฐานว่าจักรวาลที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่เส้นเวลาเดิม แต่การควานหาเส้นเวลาเดิมหรือจักรวาลเดิมก็ยากเย็นด้วยมีใครบางคนเปลี่ยนประวัติศาสตร์ซ้ำหลายครั้งจนกระทั่งการย้อนรอยทำไม่ได้

พิกคาร์ดสืบสวนจนรู้ว่าเรื่องนี้มีตัวการชื่อแบร๊กซ์ตัน

พิกคาร์ดต้องการแก้ไขประวัติศาสตร์ในขณะที่พวกหัวรุนแรงต้องการล้างแค้นคลิงกอน วอร์ฟฆ่าดิแอนน่าตายและเตรียมล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ กัปตันซูลูดวลดาบกับวอร์ฟถึงแลกชีวิต พิกคาร์ดด้วยการคำนวณแม่นยำของเดต้าและพลังขับเคลื่อนของยานเอ๊กเซลซิเออร์นำพิกคาร์ดกลับไปที่ดาวไคโตเมอร์ในวันเจรจาสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง

พิกคาร์ดพบว่าแบร๊กซ์ตันคือผู้ขัดขวางกัปตันเคิร์กมิให้ทำการสำเร็จตั้งแต่แรก แบร๊กซ์ตันพบว่าอนาคตของจักรวาลมีหลายเส้นสาย ทุกเส้นสายนำไปสู่จุดจบของจักรวาล มีไทม์ไลน์เพียงสายเดียวที่คงอยู่ต่อไป ไทม์ไลน์สายนั้นต้องไม่มีสหพันธ์ฯ

แบร๊กซ์ตันชวนพิกคาร์ดนึกถึงเรื่องหลายเรื่องที่สหพันธ์ฯ ไม่ควรทำ

ตัวอย่างหนึ่งที่นักดูหนังน่าจะจำกันได้คือภารกิจของกัปตันเคิร์กและสป๊อกในหนังใหญ่ Star Trek IV : The Voyage Home ปี 1968 เมื่อยานเอ็นเตอร์ไพรซ์ย้อนอดีตไปลักเอาวาฬหลังค่อมจากศตวรรษที่ 20 เพื่อไปสื่อสารกับเอเลี่ยนในศตวรรษที่ 25

เอเลี่ยนเตรียมทำลายโลกเหตุเพราะหาวาฬหลังค่อมไม่พบ (เนื่องจากถูกล่าจนสูญพันธุ์ไปก่อนแล้ว)

พิกคาร์ดไม่รู้หรอกว่าการช่วยโลกครั้งนั้นด้วยการเอาวาฬหลังค่อมตัวสุดท้ายออกไปจากศตวรรษที่ 20 สร้างความเสียหายต่อชีวิตมนุษยชาติมากมายเพียงใด

คำแก้ต่างของพิกคาร์ดต่อแบร๊กซ์ตันง่ายๆ เขาพูดทำนองนี้หลายครั้งในหนังชุด 7 ปีแรก “เราเป็นผู้กำหนดอนาคต มิใช่อนาคตเป็นผู้กำหนดเรา” ประมาณนี้

หลายท่านสงสัยว่าทำไมหนังชุดสตาร์ เทรคถึงอยู่ได้ยืนยาวมาตั้งแต่ออกอากาศครั้งแรกปี 1966 นั่นคือ 57 ปีล่วงมาแล้ว

เหตุเพราะมิใช่หนังผจญภัยอวกาศดาษดื่นแต่มีเรื่องปรัชญาแฝงอยู่ทุกตอน รวมทั้งจิตวิทยา จิตวิเคราะห์ และหลักการบริหาร

ที่ดีที่สุดคือเรื่องจริยธรรม มีอำนาจมากเท่าไรยิ่งต้องมีความเข้มแข็งทางจริยธรรมมากเพียงนั้น คือ Integrity

แฟรนไชส์สตาร์ เทรคแตกออกไปมากมาย บางชุดก็ดูจะไม่ถูกใจแฟนเก่า ท่านที่อยากดูซีรีส์ใหม่ สหัสวรรษใหม่แต่คงการผจญภัยและปรัชญาแบบสตาร์ เทรคดั้งเดิม แนะนำให้ดูชุด Star Trek Strange New Worlds ที่จบฤดูกาลแรกไปแล้ว ทำได้ดีมาก สนุกมาก กับจะมีซีซั่นสองตามมากลางปีนี้

หน้าสุดท้ายของการ์ตูนเรื่อง The Last Generation นี้กัปตันพิกคาร์ดพูดว่าเรามิใช่รุ่นสุดท้ายแต่เราเป็นรุ่นต่อไป The Next Generation

ส่วนซีรีส์ Star Trek Picard 3 ความยาวสิบตอนจบให้ชื่อตอนที่หนึ่งว่า The Next Generation ก่อนที่จะให้ชื่อตอนจบว่า The Last Generation น่าจะได้อำลาพิกคาร์ดกันจริงๆ เสียที •

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...