โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

6 วิธีปิดหนี้บัตรเครดิต ก่อนจะโดนฟ้อง!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ก.ค. 2566 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2566 เวลา 00.44 น. • The Bangkok Insight

6 วิธีปิดหนี้บัตรเครดิต ก่อนจะโดนฟ้อง!! คดีบัตรเครดิตจะเริ่มนับอายุความเมื่อใด อ่านที่นี่!!

ในปัจจุบัน "บัตรเครดิต" กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตในยุคสังคมไร้เงินสด สามารถนำไปจับจ่ายใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงิน เมื่อใช้บัตรเครดิตแล้วสถาบันการเงินจะจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการแทนเราไปก่อน จากนั้นจะเรียกเก็บเงินคืน โดยออกใบแจ้งหนี้ให้ เพื่อให้ชำระเงินดังกล่าวคืน หากชำระเงินคืนครบเต็มตามจำนวนที่ใช้ไป ตามเวลาที่กำหนด สถาบันการเงินจะไม่เก็บดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมในการใช้บัตร

หนี้บัตรเครดิต

แต่หากเป็นการชำระคืนบางส่วนหรือไม่ชำระคืนหรือชำระคืนไม่ตรงตามกำหนดเวลา สถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม โดยแจ้งให้ผู้ใช้บัตรทราบในใบแจ้งหนี้งวดถัดไป อีกทั้งบัตรเครดิตสามารถนำไปกดเงินสดตามตู้ ATM ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ด้วยความสะดวกของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจึงเป็นที่นิยมแพร่หลายและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนทั่วไป จนมีจำนวนผู้ใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความไม่แน่นอนของชีวิต การขาดวินัยทางการเงิน หรือเกิดสถาการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำให้ขาดสภาพคล่อง จนกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตในที่สุด

6 วิธีปิดหนี้บัตรเครดิต ก่อนที่จะโดนฟ้อง!!

1. แจกแจงรายการค้างจ่าย

ทำตารางสรุปหนี้ค้างจ่ายทั้งหมดว่าขณะนี้มีหนี้บัตรเครดิตอะไรบ้างจำนวนเท่าไหร่บ้างดอกเบี้ยของแต่ละบัตรต่อปีเท่าไหร่เพื่อที่จะนำไปใช้วางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเพื่อแบ่งสัดส่วนการจ่ายหนี้ทั้งหมดโดยเร็วที่สุด

2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

บัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อดูความสามารถในการชำระหนี้ต่อเดือนแจกแจงรายจ่ายอะไรที่จำเป็นและรายจ่ายไหนและหารายได้อย่างอื่นเพิ่มเติมจากรายรับประจำเช่นรับจ้างทำงานพิเศษ

3. ทยอยชำระหนี้

ตั้งเป้าหมายในการชำระหนี้ในแต่ละเดือนทยอยชำระหนี้และปิดหนี้บัตรเครดิตลงทีละใบโดยเริ่มจากหนี้ที่สร้างภาระมากที่สุดอย่างหนี้บัตรเครดิตที่คิดอัตราดอกเบี้ยเยอะที่สุดหรืออาจเริ่มจากปิดบัตรที่มีมูลค่าหนี้น้อยสุดเพื่อตัดภาระดอกเบี้ยของบัตรเครดิตใบนั้นให้หมดไปเลยแล้วค่อยกลับมาโฟกัสการปิดหนี้บัตรเครดิตที่หนี้ก้อนใหญ่ขึ้น

หนี้บัตรเครดิต

4. ซื้อสินค้าด้วยเงินสด

หากยังคงใช้บัตรเครดิตจนเคยตัวหนี้เก่าที่มีอยู่ก็ไม่ลดแถมยังมีหนี้ใหม่เพิ่มพูนขึ้นมาอีกเรื่อยๆทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีกควรหัดใช้เงินสดให้เป็นนิสัยส่วนเงินอนาคตหากต้องใช้ก็ขอให้คิดและวางแผนการชำระเงินคืนให้ดีก่อนเสมอๆเพื่อที่จะได้มีเงินคงเหลือเอาไว้ปิดหนี้บัตรเครดิตที่เป็นอยู่

5. รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

เช่นการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรีไฟแนนซ์ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลมักมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปีนอกจากนี้การกู้สินเชื่อก้อนใหม่มาโปะหนี้บัตรเครดิตยังช่วยให้การบริหารจัดการหนี้ง่ายขึ้นโดยเป็นการรวมหนี้หลายๆก้อนเป็นก้อนเดียวช่วยให้ง่ายต่อการชำระอีกด้วย

6. รักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด

การสร้างความเคยชินในการวางแผนทางการเงินควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับความสามารถในการทำรายได้ตลอดจนการเข้าใจวิธีและรู้จักลงทุนให้เงินงอกเงยนับเป็นแนวทางที่จะช่วยในการปลดหนี้บัตรเครดิตตลอดจนเป็นภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับผู้ที่รักษาวินัยทางการเงินได้ในอนาคตอีกด้วย

หนี้บัตรเครดิต

คดีบัตรเครดิตจะเริ่มนับอายุความเมื่อใด

ในคดีบัตรเครดิตโดยทั่วไปเมื่อเจ้าหนี้ได้แจ้งกำหนดการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ทราบแล้ว เมื่อถึงกำหนดลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด อายุความจะเริ่มนับทันทีในวันถัดไป โดยมีอายุความทั้งสิ้น 2 ปีนับจากผิดนัดชำระหนี้ ถ้าหากธนาคารไม่ได้ฟ้องร้องในเวลา 2 ปี คดีก็เป็นอันขาดอายุความ ซึ่งส่งผลให้ธนาคารหมดสิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ ทั้งนี้ ถึงจะขาดอายุความไปแล้ว ทางฝ่ายเจ้าหนี้สามารถยื่นฟ้องได้ โดยศาลก็จะดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

อาทิเช่น ถ้าจะให้ศาลหยิบยกเอาเรื่องการขาดอายุความขึ้นมาพิจารณานั้น ลูกหนี้ต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดีในเรื่องของการขาดอายุความ ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งศาลก็จะนำมาพิจารณาตรวจสอบดูข้อเท็จจริง และถ้าหากเป็นจริงตามที่ลูกหนี้ยื่นคำให้การต่อสู้มา ทางศาลก็จะทำการ"ยกฟ้อง" คือพิพากษาให้คดีตกไป โดยไม่บังคับให้เป็นไปตามคําฟ้องของเจ้าหนี้ต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 193/29 กำหนดไว้ว่า เมื่อไม่ได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้

ที่มา : justicechannel.org

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...